วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีแต่พูด

24-28 กุมภาพันธ์ 2558 ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ได้รับชวนให้ไปพูดใน Just Governance Dialogue เรื่อง ‘Good Governance and Trust Building : Priorities for Developing Nations and Divided Societies’ ที่ Asia Plateau เมือง Panchgani, India

1-4 มีนาคม 2558 ก็ได้รับชวนไปร่วมพูดใน International Workshop on Ethics in Public Governance โดย IofC Centre for Governance

ฐานะผู้ช่วย พวกเราเตรียมทุกอย่างในการเดินทางให้พ่อไว้พร้อม แต่พ่อตัดสินใจว่าจะไม่เดินทางไปพูดในครั้งนี้ พ่อพูดกับพวกเราว่า ไม่รู้ ว่าจะไปพูดอะไร ไปพูดเรื่องอย่างนี้ ยังไงก็ต้องมีคนยกมือถามสถานการณ์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เมื่อเลี่ยงที่จะตอบหรือตอบเลี่ยงๆ ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นนักวิชาการที่ใช้ไม่ได้ ครั้นตอบตรง ก็จะกระทบกับสถานการณ์ในบ้านเมืองเรา เหมือนกับเอาประเทศของเราไปขายในต่างประเทศ

เราต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านนี้เสียก่อน ถึงค่อยไปพูด

หลายประเทศเคยมีภาพลักษณ์ลบมาก่อน แต่ภายหลัง ก็ค่อยๆ สร้างภาพลักษณ์ดีงามขึ้นมาใหม่ด้วยการกระทำ อย่างญี่ปุ่นนี่นะครับ ทุกวันนี้ยังเดินลำบาก เดี๋ยวโดนจีนประท้วง เดี๋ยวโดนเกาหลีประท้วง เรื่องเอาผู้หญิงจีนและเกาหลีไปเป็นทาสบำเรอให้ทหารระหว่างสงคราม เรื่องเอามนุษย์ไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ทหาร และอีกหลายเรื่องที่ญี่ปุ่นโดนโลกประณามตามมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าญี่ปุ่นจะทำความดีทวีขึ้นสักเท่าใด ก็ไม่อาจจะลบล้างภาพลักษณ์เก่าที่ญี่ปุ่นทำไว้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองได้

แต่ญี่ปุ่นก็พยายาม อย่าง พ.ศ.2537 ญี่ปุ่นให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของเด็ก พ.ศ.2538 ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการกีดกันทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ พ.ศ.2540 ญี่ปุ่นเตรียมงานใหญ่เพื่อให้สัตยาบัน ‘อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและความโหดร้ายอื่นๆ การลงโทษ หรือการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม หรือลดความเป็นมนุษย์’

ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นที่พยายาม องค์กรอื่นก็ทำงานกันขยันขันแข็งเพื่อล้างความผิดที่บรรพบุรุษทำไว้ในอดีต เช่น สหพันธ์สมาคมเนติบัณฑิตญี่ปุ่น สหภาพเสรีภาพพลเรือนญี่ปุ่น ต่างช่วยกันทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเป็นระยะๆ ภายใต้เงื่อนไขอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมืองส่งให้สหประชาชาติ

ทุกวันนี้ ญี่ปุ่นเริ่มนโยบายใหม่ในการศึกษาเรื่องสิทธิมนุษยชน และไม่ได้ทำเหยาะแหยะ แต่จริงจังในการให้ความช่วยเหลือเหยื่อของการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ญี่ปุ่นทำมุ่งมั่นไม่แพ้นิวซีแลนด์และประเทศในยุโรป ถึงขนาดมีการตั้งคณะกรรมการระดับสูงภายในสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแผนการ ‘ทศวรรษแห่งการศึกษาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ’ โดยมีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นประธานเอง และให้คณะกรรมการประสานนโยบายให้ทุกกระทรวงทบวงกรมทำงานสอดคล้องกับเรื่องสิทธิมนุษยชน

พ.ศ.2539 รัฐสภาญี่ปุ่นผ่าน พ.ร.บ.ส่งเสริมการปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นกฎหมายที่ได้รับการปฏิบัติที่เข้มแข็งมาก ทั้งในเรื่องของการส่งเสริมและป้องกันเหยื่อที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ทุกวันนี้ ญี่ปุ่นเอาจริงเรื่องความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย การเคารพต่อปัจเจก บุคคล และสิทธิมนุษยชนของสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ คนต่างชาติ ผู้ป่วย HIV และอดีตนักโทษ ทำจนคนที่เคยต่อต้านก่นด่าญี่ปุ่นในอดีต เดี๋ยวนี้มีจำนวนไม่น้อยที่หันมาชมญี่ปุ่น

กระทรวงการต่างประเทศของประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยของแท้ หรือมีการเลือกตั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของจริง ท่านอย่าเพิ่งทะเล่อทะล่าหน้าใหญ่แนะนำให้ผู้นำประเทศของท่านไปเยือนญี่ปุ่นเลยครับ ถ้าไป ท่านโดนญี่ปุ่นศอกหน้ากลับมาแน่ และไม่ใช่เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นนะครับ หากท่านศึกษาดูกฎหมายและการกระดิกพลิกตัวของนานาอารยประเทศในโลกนี้ ต่างมาแนวประชาธิปไตย แนวสิทธิมนุษยชน แนวธรรมาภิบาล ฯลฯ ทั้งนั้น

ถ้ามาจากประเทศที่ยังไต่ไปไม่ถึงมาตรฐานโลก ท่านก็ทำนายทายทักอนาคตของประเทศของท่านเอาไว้ได้เลยว่า ท่านจะมีเพื่อนน้อยลงไปเรื่อยๆ การทำมาค้าขายจะฝืดเคือง โดนกีดกันจากนานาชาติ และโดนจัดอยู่ในประเทศที่มีมาตรฐานต่ำสุดในทุกเรื่อง

แม้แต่การเดินทางไปพูด บรรยาย อภิปราย ในเรื่องที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน จริยธรรมในการปกครองประเทศ การเสริมสร้างสังคมอยู่ดีมีสุขและไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ฯลฯ ของพลเมืองที่มาจากประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

ก็อย่าไป

เพราะเสี่ยงต่อการโดนข้อหา

‘ดีแต่พูด’.

คุณนิติ นวรัตน์

23 ก.พ. 2558 08:45 23 ก.พ. 2558 08:45 ไทยรัฐ