วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โต้ใส่พุทธะอิสระ ก้าวล่วงมส. ศึกธัมมชโยบาน

โต้ใส่พุทธะอิสระ ก้าวล่วงมส. ศึกธัมมชโยบาน

  • Share:

ศึก‘ธัมมชโย’บานปลาย ระบุก้าวล่วงมติมหาเถร พร้อมปกปองคณะสงฆ์ จี้นายกฯยุบกก.ปฏิรูปฯ ไพบูลย์ตามบี้ธรรมกาย

วุ่นไม่จบ “สุวพันธุ์” จี้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ส่งมติ มส. 20 ก.พ.2558 มาให้ตรวจสอบ ด้าน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” กัดไม่ปล่อยยกพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชฯ 3 ฉบับที่ มส.รับรองปี 42 ตีความ ย้ำสมเด็จพระสังฆราชฯชี้ “ธัมมชโย” ต้องปาราชิกแล้ว ตามด้วยประกาศลุยสอบเส้นทางเงินบริจาค “ยูเนี่ยนคลองจั่น” ที่ให้วัดพระธรรมกาย พบมีผู้รับบริจาคอย่างน้อย 3 ส่วน ขณะที่นักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาตอบโต้เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ยุบคณะปฏิรูปพระศาสนา อ้างต้องการคนเป็นกลางมาทำหน้าที่ ซัดกลับกรรมการบางคนพอมีอำนาจก็จะเข้ามาก้าวล่วงคณะสงฆ์ แถมแฉพบ 1 ใน กก.ปฏิรูปฯเป็นเลขาฯ “พุทธะอิสระ” ด้าน “ธัมมชโย” ยังนิ่ง โดย “พระสนิทวงศ์” โฆษกวัดพระธรรมกายยืนยันยังไม่มีการแถลงหรือชี้แจงใดๆ อ้างขออยู่อย่างสงบ

จากกรณีพระพุทธะอิสระ นำมวลชนไปยังวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ว่าพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังไม่ปาราชิก กรณีฝ่าฝืนพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ออกมาเมื่อปี 2542 นั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.พ. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและ มาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คัดค้านมติมหาเถรสมาคม (มส.) ดังกล่าวว่า ขอดูรายละเอียดมติที่ประชุม มส.ก่อน ซึ่งสั่งการให้ พศ.รีบรายงานแล้ว และให้รายงานมูลเหตุข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะขณะนี้เกิดความเห็นต่างในสังคม อย่างไรก็ตาม เรื่องของศาสนากำลังจะปฏิรูปในส่วนของโครงสร้าง ข้อกฎหมาย พระ วัด ตนจะพูดคุยกับพระเถระผู้ใหญ่ สปช. คณะสงฆ์ และภาคประชาชน เพื่อทำความเข้าใจ ส่วนคดีต่างๆ ในชั้นศาล ที่ส่งผลทางลบในพระพุทธศาสนา สั่งให้ตรวจสอบเชิงลึก ดำเนินการไปตามกฎหมาย

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติกล่าวว่า ในวันที่ 23 ก.พ.จะประชุมคณะกรรมการฯ ต่อในเรื่องการรับเงินบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นให้วัดพระธรรมกายกว่า 700 ล้านบาท โดยเชิญตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินว่าให้ใครบ้าง กี่เส้นทาง เนื่องจากมีผู้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า มีผู้รับบริจาคอย่างน้อย 3 ส่วน คือ ให้วัดพระธรรมกาย ให้พระธัมมชโย และพระ ปลัดคนที่ใกล้ชิดพระธัมมชโย ต้องตรวจสอบว่าผู้รับเงินทั้งหมดจะรู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะมีคดีร้องกันที่ศาล ที่สำคัญครั้งนี้จะหนักกว่าเดิม เพราะเป็นการฉ้อโกงทรัพย์ของประชาชนแล้วนำมาบริจาคให้วัด จึงต้องตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

นายไพบูลย์ยังกล่าวถึงการขอตรวจสอบมติ มส.เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ระบุว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังไม่ปาราชิก ไม่ได้ฝ่าฝืนพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกว่า ตนกลับเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะมติที่ออกมาเป็นการขัดต่อพระลิขิตเดิมที่มีตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งมีออกมาถึง 3 ฉบับ และได้รับการรับรองจากที่ประชุม มส.ว่าเป็นของจริง และยืนยัน เห็นชอบตามพระลิขิตดังกล่าวว่าเป็นไปตามกฎหมาย พระธรรมวินัยและกฎเถรสมาคม ที่สุดจึงมีมติให้ฝ่ายสังฆาธิการรับไปดำเนินการตามมติ มส.หากเปรียบเป็นศาลทางโลก ก็เท่ากับธัมมชโยได้ถูกศาลฎีกาพิพากษาจบไปแล้ว และว่าการที่ มส.มีมติออกมาขัดแย้งต่อพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯนี้ ถือเป็นการบิดเบือนข้อความจริงในพระลิขิต ซึ่งมีผลในทางกฎหมายไปแล้ว เพราะพระธัมมชโยถือว่าปาราชิกไปแล้ว 2 กรณีคือ 1.อวดอุตริมนุสธรรม ทำให้สงฆ์ แตกแยก บิดเบือนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ 2.ได้ปาราชิกหลังจากวันที่ 5 เม.ย.42 ตามที่พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงระบุชี้ชัด กรณีไม่คืนสมบัติให้วัดภายในวันที่ 5 เม.ย. ตามวรรค 2 ดังนั้นยืนยันจะขอมติ มส.เมื่อวันที่ 20 ก.พ.58 มาตรวจสอบแน่นอน

อีกด้านหนึ่ง วันเดียวกัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) แถลงข่าวก่อนการประชุมกรรมการ สนพ.ว่า เบื้องต้นวันที่ 24 ก.พ. เครือข่ายองค์กรพุทธ และ สนพ. จะส่งผู้แทนไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธาน คสช. รวมถึง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ยกเลิกการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ยืนยันว่าคณะสงฆ์ไม่ได้ปิดกั้นการตรวจสอบ แต่บุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ควรเป็นบุคคลที่เป็นกลางไม่ใช่พวกสุดโต่ง อีกทั้งหลายคนในกรรมการชุดดังกล่าวมีเงื่อนไขจะเข้ามาจัดการพระพุทธศาสนา หลายคนเคยขึ้นเวทีทางการเมือง ที่เมื่อมีอำนาจก็จะเข้ามาก้าวล่วงคณะสงฆ์ ขณะเดียวกันยังมีการประกาศจะตรวจสอบการทำงานของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากใน มส.นั้น เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่ควรจะให้เกียรติบ้าง ซึ่งหากคณะกรรมการชุดดังกล่าวตั้งใจจริงที่จะมาปฏิรูปพระพุทธศาสนา ก็ควรที่จะมาหารือกับคณะสงฆ์ โดยเฉพาะ มส.ว่า คิดเห็นอย่างไร มีปัญหาการทำงานจุดไหน จะเป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งการแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนา ทั้งฝ่ายบ้านเมืองและคณะสงฆ์ต้องช่วยกัน แต่การประกาศตัวว่าจะตรวจสอบเล่นงานพระรูปนั้นรูปนี้ ถือว่าไม่เคารพวัฒนธรรมองค์กรสงฆ์ และพระสงฆ์เลย

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวต่อไปว่า พระสงฆ์ไม่ได้กลัวจะถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา แต่อยากถามกลับไปว่าในช่วงที่มีการเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ รัฐบาลก็บอกว่าทุกศาสนาต้องเท่าเทียม แต่พอจะมีการตรวจสอบ กลับมาตรวจสอบแต่พระพุทธศาสนา

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่พระพุทธะอิสระ นำมวลชนบุกวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พระสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย พร้อมจะปกป้องคณะสงฆ์ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งอยากเรียกร้องฝ่ายรัฐว่าสิ่งที่พระพุทธะอิสระทำ เป็นการละเมิดกฎอัยการศึกหรือไม่ ซึ่งกฎหมายบ้านเมืองควรที่จะให้ความยุติธรรม กับทุกฝ่ายด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาออกมาระบุว่า กรรมการในมหาเถรสมาคมหลายรูปถูกร้องเรียนว่ามีลักษณะทับซ้อนกับการใช้ดุลพินิจในเรื่องเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การกล่าวพาดพิง มส.สามารถทำได้ แต่การทำงานของ มส.อิงพระธรรมวินัย และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินงาน ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นแนวร่วมเดียวกับพระพุทธะอิสระ ส่วนคณะกรรมการชุดนี้เกือบทั้งชุดล้วนเกี่ยวข้องทางการเมือง อาจจะมองคณะสงฆ์เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นอีกสีเสื้อหนึ่ง และเชื่อมโยงกับธรรมกาย ทำให้เห็นว่าเป็นการนำการเมืองมาครอบงำคณะสงฆ์ โดยตนเชื่อว่า คณะสงฆ์ไม่ได้เลือกฝ่าย ทำให้ทุกฝ่ายไม่สบายใจเรื่องที่เกิดขึ้น ที่จะทำให้พระพุทธศาสนาเกิดความแตกแยก

ด้านนายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนากล่าวว่า จากการตรวจสอบ รายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปฯ พบว่ามี 1 คน เป็นเลขาฯ ของพระพุทธะอิสระ ซึ่งคณะกรรมการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเมืองอีกฝ่าย ทั้งที่ต้องการปฏิรูปคณะ สงฆ์แต่กลับไม่มีการตั้งคณะกรรมการที่มาจากฝ่ายสงฆ์เลย จึงขอคัดค้านการแต่งตั้งกรรมการชุดดังกล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของวัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายกล่าวเพียงว่า ขณะนี้วัดพระธรรมกาย จะยังไม่มีการแถลงข่าวหรือชี้แจงแต่อย่างใด และไม่ขอแสดงความคิดเห็นหรือให้สัมภาษณ์กรณีใดๆ ทั้งสิ้น ตนและวัดขออยู่อย่างสงบ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้