วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนมี8ลูก จ่อบึมปัตตานี

รู้ตัวแก๊งคาร์บอมบ์ป่วนนราฯ

โจรใต้สร้างความปั่นป่วนไม่หยุด ประกบยิงถล่มหนุ่มชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตายอนาถคาถนนที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ “จักรทิพย์ ชัยจินดา” รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์คาร์บอมบ์ พบเป็นฝีมือกลุ่ม “อับดุลเลาะ” รวมกับพวก 5-6 คน เคยก่อเหตุปล้นรถนักเรียนที่ จ.สงขลา ก่อนนำรถ บุกยิงถล่ม อบต.มะกรูด จ.ปัตตานี แล้วนำมาระเบิดกลางเมืองนราธิวาส คาดอีก 2 อาทิตย์ออกหมายจับได้ ด้านหน่วยข่าวกรองแจ้งเตือนหน่วยกำลังให้เฝ้าระวังระเบิดแสวงเครื่อง 8 ลูก ประกอบเสร็จแล้ว เตรียมบึมถล่มในตัวเมืองปัตตานี เพื่อตอบโต้งานมวลชนและงานการเมืองฝ่ายรัฐ

ปัญหาไฟใต้ยังมีเหตุรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ก.พ. พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบเหตุยิงกันตายบนถนนสายรือเสาะ-โกตาบารู หมู่ 1 ต.บาตง ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขฉต 750 นราธิวาส ล้มพังเสียหาย มีคราบเลือดเปรอะรถจำนวนมาก ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.รือเสาะก่อนแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายรอยาลี แซการี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/4 หมู่ 3 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตรงลำคอ 2 นัด ทราบว่าผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านจะไปธุระ ถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แซงประกบแล้วคนนั่งหลังชักปืนพกยิงถล่มตายอนาถ คาดกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์

ส่วนเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าร้านโดโด้คาราโอะเกะ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เมื่อบ่ายวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย และมีบ้านเรือนร้านค้าได้รับความเสียหายจำนวนมากนั้น สายวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เดินทางไปติดตามความคืบหน้า โดยมี พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผบช.ศชต. นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส ให้การต้อนรับพร้อมทั้งเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีสำคัญ เบื้องต้นพบว่ากลุ่มคนร้ายมีประมาณ 5-6 คน มีการวางแผนก่อเหตุเป็นอย่างดี นำโดยนายอับดุลเลาะที่เคยก่อเหตุปล้นรถนักเรียนที่ จ.สงขลา แล้วนำรถคันที่ปล้นมาใช้ก่อเหตุยิงถล่ม อบต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ก่อนนำรถยนต์คันดังกล่าวประกอบเป็นคาร์บอมบ์และก่อเหตุที่ จ.นราธิวาส

หลังประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ร่วมกับทาง ศชต. ซึ่งมีผู้บัญชาการระดับสูงลงมาทำงานด้วยตนเอง ได้ทำการสืบสวนมาตั้งแต่วันแรก ขณะนี้พอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว อยู่ในระหว่างการรวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานจุดเชื่อมโยงต่างๆ ประมาณ 2-3 อาทิตย์ คงสามารถขออนุมัติหมายจับได้ ขณะที่การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบศูนย์เยียวยา จ.นราธิวาส ได้ทยอยจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นตามความเป็นจริงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ มีผู้ได้รับความเสียหายมาแจ้งความจำนงขอเงินชดเชยทั้งสิ้น 84 คน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 13 คน กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว 3 ราย ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ 10 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 1 ราย คือ ส.อ.กรกฎ กอทอง ยังอยู่ในห้องไอซียู ประเมินความเสียหายจากเหตุระเบิดครั้งนี้ประมาณ 15 ล้านบาท

ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร กำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางกำลังคุมเข้มตลอด 24 ชม. เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ทั้งนี้ เนื่องจากมีรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงให้ระวังป้องกันการก่อเหตุ หลังจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก อ.เมืองปัตตานี เตรียมระเบิดแสวงเครื่อง 8 ลูก ที่ประกอบเสร็จแล้วพยายามจะสร้างสถานการณ์ต่อเนื่องอีก ขณะเดียวกัน ยังมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังรถกระบะมาสด้าไฟเตอร์แค็ป สีดำ จากรายงานพบว่ามีอยู่ 2 คัน ให้หน่วยกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการตอบโต้งานมวลชนและงานการเมืองของฝ่ายรัฐ

ด้าน พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งการให้ พ.ต.อ.กีรติ เเวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เพิ่มความเข้มในการ รปภ.เขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยเฉพาะถนนสายหลักเขตพื้นที่เศรษฐกิจ ถนนหนองจิก เป็นเส้นทางขาเข้าตัวเมืองปัตตานี มีการตั้งด่านและจุดตรวจกว่า 30 แห่ง พร้อมทั้งได้รับการเสริมกำลังจากทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 เดินลาดตระเวนทั่วเขตเทศบาลเมืองปัตตานี นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิด โดยเฉพาะ รถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มรถที่มีการแจ้งเตือน ว่าถูกนำไปประกอบระเบิดคาร์บอมบ์จะตรวจค้นอย่างละเอียด โดยมีกำลังทหาร ตำรวจ และ อส. สับเปลี่ยนกันตั้งด่านตรวจวันละ 3 ผลัด ตลอด 24 ชม. และเพิ่มเวลาในการปฏิบัติงานจากเดิมทำงาน 8 ชม. เพิ่มเป็น 12 ชม. และจะมีเครือข่ายตาสับปะรดจากทุกภาคส่วนคอยแจ้งเบาะแสในกรณีที่พบวัตถุต้องสงสัย หรือรถที่จอดผิดสังเกต จะมีการเฝ้าระวังโดยการยกระดับรักษาความปลอดภัยสูงสุด และเน้นย้ำในเขตอำเภอเมืองปัตตานี

ขณะที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคงเผยว่า พบกลุ่มก่อความไม่สงบราว 10 คน เข้ามาเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ของ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะกลุ่มแนวร่วมใช้รถกระบะอีซูซุ สีเขียวเข้ม ขนวัตถุระเบิดน้ำหนัก 150-200 กก. เข้ามาในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ที่หลบซ่อน นอกจากนี้สายข่าวรายงานด้วยว่า สมาชิกแนวร่วมยังใช้รถจักรยานยนต์ รถกระบะและรถเก๋ง หลายคันบรรทุกแนวร่วมทั้งชุดใหม่ชุดเก่า คาดว่าเป้าหมายน่าจะมีการวางแผนก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติ เช่นเดียวกับในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หน่วยกำลังในพื้นที่ให้เพิ่มความระวังป้องอย่างเข้มข้น เนื่องจากกลุ่มก่อความไม่สงบมีแผนการก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่และเป้าหมายอ่อนแอ

พล.ต.ศักดา เปรุนาวิน ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ประมาท หน่วยกำลังร่วม 3 ฝ่ายในพื้นที่ยังคงเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างดี โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายได้ใช้แผนป้องกันเมืองที่ 3 ฝ่ายและภาคประชาชนเคยซ้อมแผนไว้ โดยจะเน้นการป้องกันเป็นหลัก และการปฏิบัติการณ์เชิงรุกในการตรวจค้น แต่ยึดความปลอดภัยเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ประชาชนหรือฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ ยังได้เสริมชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่เขตเมืองให้มากขึ้น เพื่อป้องปรามไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบสร้างสถานการณ์

ด้าน พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวในกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนที่โรงแรมยะลารามา ตอนสายวันเดียวกันถึงปัญหาไฟใต้ว่า วันนี้กำลัง 3 ฝ่าย ทั้งพลเรือน ตำรวจและทหาร ได้บูรณาการเป็นหนึ่งเดียว เพื่อนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ตอบสนองต่อความ ต้องการของพื้นที่ และตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2558-2560 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายตามนโยบายคือ การเปลี่ยนผ่านการแก้ไขปัญหาไปสู่ระยะที่ 3 นั่นคือ การเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ได้กำหนดในปี 2558 เป็นปีแห่งการปฏิบัติการเชิงรุก

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติ การทางทหาร เป็นการเร่งรัดการสร้างความปลอดภัย ในพื้นที่และไม่ให้ส่งผลกระทบต่องานทางการเมือง โดยการลดระดับการใช้กระบวนการตามกฎหมายพิเศษเท่าที่จำเป็น เน้นการใช้งานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเข้าสู่กฎหมายอาญาปกติ เพื่อป้องกันการใส่ร้ายและบิดเบือนโดยฝ่ายตรงข้ามและที่สำคัญคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ฝ่ายพลเรือน และกำลังภาคประชาชนภายใต้แนวคิด “ทุ่งยางแดงโมเดล” โดยการเสริมศักยภาพกำลังภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง ให้สามารถดูแลพื้นที่เส้นทาง แทนกำลังทหารได้ รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกให้พี่น้องประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐภายใต้การขับเคลื่อนของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ

โจรใต้สร้างความปั่นป่วนไม่หยุด ประกบยิงถล่มหนุ่มชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตายอนาถคาถนนที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ “จักรทิพย์ ชัยจินดา” รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์คาร์บอมบ์ พบเป็นฝีมือกลุ่ม “อับดุลเลาะ” รวมกับพวก 5-6 คน เคยก่อเหตุ 23 ก.พ. 2558 07:40 ไทยรัฐ