วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อาวุธชีวภาพ รับมือศัตรูพืช..ฤดูแล้ง

อาวุธชีวภาพ รับมือศัตรูพืช..ฤดูแล้ง

  • Share:

บ้านเราอยู่ในเขตร้อนชื้น สามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี แม้จะผลดี แต่อีกด้านบ้านเรา เลยมีอาหารให้โรคแมลงศัตรูพืชได้มากัดกินอย่างสำราญใจได้ทั้งปีเช่นกัน

ช่วงปลายหนาวต้นร้อนอย่างนี้...มีหลายโรคที่เกษตรกรจะต้องพึงระวังเตรียมรับมือไว้

หนอนใยผัก


อากาศช่วงนี้ไม่ว่าเกษตรกร จะลงมือปลูกพืชอะไรก็ตามให้ระวังแมลงปากดูด อย่างเพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดด แมลงมวลต่างๆให้ดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศเหมาะแก่การขยายพันธุ์ของแมลงพวกนี้มาก ยิ่งที่ไหนมีการลงปลูกพืชด้วยแล้ว จะยิ่งแห่กันมามาก เพราะยอดอ่อนๆของพืชปลูกใหม่ คืออาหารโอชะที่กระตุ้นให้ขยายเผ่าพันธุ์ออกลูกหลานได้มากขึ้น”

เชื้อราบิวเวอร์เรีย


สำหรับวิธีการจัดการ นายประสงค์ ประไพตระกูล ผอ.กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร แนะให้ใช้ “เชื้อราบิวเวอร์เรีย” ผสมน้ำฉีดพ่นแทนการใช้สารเคมี นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนได้มาก เกษตรกรสามารถนำเชื้อมาขยายทำเองได้...สามารถติดต่อขอรับเชื้อได้จาก เกษตรอำเภอ หรือ ศูนย์กำจัดศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ใกล้บ้าน

แต่ถ้าปลูกพืชผักศัตรูค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะหนอนใยผัก หนอนกะหล่ำ ปกติเกษตรกรมักจะใช้สารเคมี กำจัด ผอ.ประสงค์ บอกว่า “เชื้อบีที” สามารถจัดการกับหนอนพวกนี้ได้ สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ถ้าต้องการประหยัดไปเรียนรู้วิธีการได้จาก ศจช. เช่นกัน


ปลูกถั่วหน้าแล้ง ถ้าไม่ได้หวังแค่เป็นปุ๋ยพืชสด ต้องการผลผลิตไปขาย ให้ระวังหนอนกระทู้, หนอนเจาะ...ศัตรูตัวฉกาจในธรรมชาติที่จะช่วยเกษตรกรได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีราคาแพง ให้ใช้ “แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมม่า” สามารถติดต่อเกษตรอำเภอให้นำมาปล่อยในพื้นที่ได้

โรคเน่าทั้งหลายที่เกิดจากเชื้อรามักมากับความชื้น...หน้าแล้งอย่าคิดว่า ไม่มี ฤดูร้อนมีฝนหลงฤดูตกประจำ ปลูกพืชในสภาพดินระบายน้ำไม่ดี ฝนตกมาน้ำขัง โรคเน่าเกิดได้ โดยเฉพาะในพริก, มันสำปะหลัง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง, ข้าวโพด ผอ.ประสงค์ แนะให้ใช้ “เชื้อไตรโคเดอร์มา” สามารถขอได้ที่ ศจช.

เพลี้ยอ่อน


“แต่วิธีจัดการศัตรูพืชให้ได้ผลดีที่สุด คือ การป้องกัน ไม่ใช่มารักษาทีหลัง เกษตรกรต้องจำไว้เลยว่าเราต้องทำให้พืชที่ปลูกแข็งแรง พืชก็เหมือนคน ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงจะเจ็บป่วยเป็นโรคง่าย วิธีทำให้พืชแข็งแรง มีแค่ 2 ข้อ 1.ต้องใช้พันธุ์ดีปลอดโรค มีการคลุกยาป้องกันโรค 2.เตรียมดินให้ดี พลิกไถพรวนดิน ตากแดดฆ่าเชื้อโรค ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้ดินมีธาตุอาหารครบถ้วน เพื่อพืชทารกน้อยจะได้เติบโตแข็งแรง ได้กินอาหารครบถ้วนบริบูรณ์เติบโตมาจะได้มีภูมิคุ้มกันสู้โรคได้ ไม่ใช่คิดแต่จะใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว เปรียบได้ไม่ต่างอาหารฟาสต์ฟู้ด กินเข้าไปมีแต่อ้วนฉุ ป่วยเป็นโรคง่าย” ผอ.ประสงค์ กล่าวทิ้งท้ายเป็นข้อคิดเตือนใจ.


ชาติชาย ศิริพัฒน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้