วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กูรูฟันธง! Boyhood-Birdman เต็งจ๋าออสการ์

เช้าวันจันทร์ที่ 23 ก.พ.นี้ตามเวลาประเทศก็จะได้รู้กันแล้วว่าใครจะคว้ารางวัลออสการ์ ประจำปี 2015 ไปครองได้สำเร็จ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นรายการพาเหรดบันเทิง ทางช่องไทยรัฐทีวี จะพาไปวิเคราะห์รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักแสดงนำชายหญิงยอดเยี่ยม ผ่านมุมมองของนักวิจารณ์และกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์

ทั้งเฮนรี่ ทรานส์ กูรูวงการหนัง, ประวิทย์ แต่งอักษร นักวิจารณ์ภาพยนตร์, เจไดยุทธ ยุทธนา งามเลิศ บล็อกเกอร์หนังและนักแปลบรรยายไทยชื่อดัง, วิกเตอร์ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง นักวิจารณ์ภาพยนตร์, เอิร์ธ ออสการ์ นิโรธ รื่นเจริญ แฟนพันธุ์แท้ออสการ์, โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

โดย "เอิร์ธ ออสการ์" เปิดเผยว่า "รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมถ้าเกิดไมเคิล คีตัน จาก Bird man ไม่ได้รางวัลออสการ์ครั้งนี้ชาตินี้ก็ไม่มีวันที่จะได้รางวัลอีกแล้ว แต่ว่าเอดดี้ เรดแมน จาก The theory of everything อายุยังน้อย ยังมีเวลาที่จะสะสมฝีมือ เล่นหนังดีๆ อีกมากมาย ออสการ์อาจจะแบบว่าอย่าเพิ่งให้เลย ให้ยายแก่นี่ก่อนดีกว่า"

ด้าน "วิกเตอร์ เกรียงศักดิ์" มองถึงรางวัลนักแสดงนำหญิง "จูลี แอนมัวร์ จาก Still Alice น่าจะนอนมานะครับ หามเกี้ยวมาได้เลย รับรางวัลได้เลย ส่วนรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมผมว่าเราไม่ต้องไปติดกับคำว่า มันเหมือนแบบนั้น มันเหมือนแบบนี้ ก็ขอให้มันมัน พอเราดูหนังจบ แล้วมันสะใจเรา มันถึงใจเรา ทำให้ตื่นเต้น ทำให้เราเร้าใจ ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ หนังก็ประสบความสำเร็จ ทำหน้าที่ของมันอย่างดีแล้ว gone girl เป็นอีกเรื่องนึง แล้วก็นางเอกของเรื่องอย่าง โรซามัน ไพร์ มีฝีมือที่เฉียบขาดเหลือเกิน ถ้าเกิดนางไม่ได้เนี่ยก็ขอให้เธอได้บทดีๆ เพื่อที่จะส่งไปสู่รางวัลออสการ์ในปีถัดๆ ไปครับ"

นักวิจารณ์หนังคนเดิมยังเผยอีกว่า "เบิร์ดแมน และ บอยฮูดน่าจะเป็นตัวเก็งนะครับ สองเรื่องเนี้ยไม่รู้ใครนอนมา ดูเหมือนบอยฮูดจะนอนมา แน่นอนมันเสนอความเป็นอเมริกัน เบิร์ดแมนมีความ sotificated สลับซับซ้อนที่เก๋มาก เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดในการเสนอชื่อประกวด แต่สำหรับอเมริกันสไนเปอร์เป็นหนังที่อ่อน อ่อนแอมากเรื่องนึง น่าจะเป็นบ๊วยที่สุด"

ขณะที่ เฮนรี่ ทรานส์ ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจ "ในส่วนของนักแสดงมันก็มีหลายเวทีที่ เบเนดิค คัมเบอร์แบทช์ เข้ามา แล้วก็ในเวลาเดียวกันมันก็จะมี เอ็ดดี้ ร็อดแมน อันนี้มีความชัดเจนมาก บทบาทของสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง พูดถึงคน สปิริตของคนที่รู้ว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เค้ากำลังประสบ มันมีแต่ความเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา แต่สปิริตแห่งการค้นคว้า ความเป็นอัจฉริยภาพที่มีจริยธรรมในการค้นคว้ามันก็เดินต่อไป แค่นี้บวกแอ็คติ้งเนี่ยมันก็ฉีกได้ชัดมากว่ายังไงรางวัลต้องเป็นของผู้ชายคนนี้"

มุมมองของนักวิจารณ์หนังอีกท่าน ประวิทย์ แต่งอักษร มองว่า "ถ้าดูจากตัวชี้วัดของรางวัลอื่นๆ อย่างลูกโลกทองคำ หรือว่าสถาบันอื่นๆ คิดว่า บอยฮูดเป็นหนังที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกเลือกเป็นหนังชนะเลิศของปีนี้" ติดตามบทวิจารณ์ของนักวิจารณ์และกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ทั้ง 6 ท่านแบบเต็มได้ในรายการ "พาเหรดบันเทิง" เวลา 18.45-19.15 น.ทางช่องไทยรัฐทีวี

พร้อมกันนี้รายการ พาเหรด บันเทิง ทางช่อง ไทยรัฐทีวี ยังมีบทวิเคราะห์ภาพยนตร์ทั้ง 8 เรื่องที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาฝากกัน

AMERICAN SNIPER

ชื่อของ คลินต์ อีสต์วูด ดูจะได้รับคำชม พอๆ กับเสียงวิจารณ์ เมื่อ "AMERICAN SNIPER" ผลงานการกำกับของเขาเข้ามาชิงชัยถึง 6 สาขารางวัล บนเวทีออสการ์ปีนี้ และแม้อาจไม่เข้าตานักวิจารณ์หนังบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่า เรื่องราวของสุดยอดมือสังหารระดับพระกาฬแห่งกองทัพอเมริกานั้น จะไม่มีของดี เพราะการแสดงอันทรงพลังของ แบรดลีย์ คูเปอร์ ในบท คริส ไคล์ นั้นได้รับคำชื่นชมว่าเป็นองค์ประกอบที่ดีที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว รวมถึงข้อดีอีกหนึ่งอย่างของ "AMERICAN SNIPER" ที่นักวิจารณ์บ้านเราออกปากชม ก็คือการเล่าเรื่องผ่านทัศนคติที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีฉากหลังเป็นสงครามของอเมริกากับตะวันออกกลางแต่ก็ถูกเล่าแบบยับยั้งชั่งใจและไม่ยัดเยียดความคิดชาตินิยมที่ยกย่องอเมริกันชน จนเกินพอดี

The Grand Budapest Hotel

เวส แอนเดอร์สัน กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลัง "The Grand Budapest Hotel" ภาพยนตร์อาชญากรรมตลกร้าย ที่เขานั่งแท่นกำกับ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งนี้สูงถึง 9 สาขา แม้ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาย่อยก็ตาม แต่ก็ถือว่าเท่ากับ "Birdman" หนังเต็งจ๋าของปีนี้ ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวผู้กำกับเอง โดยเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินได้สูงสุดของ เวส แอนเดอร์สัน ที่เล่าเรื่องผ่านองค์ประกอบศิลป์ ออกมาเป็นงานอาร์ตชั้นดีได้อย่างลงตัวและเต็มไปด้วยสีสัน 

The theory of everything

หนังรักดราม่าเชิงอัตชีวประวัติอีกเรื่องที่มีชื่อลุ้นรางวัลออสการ์ ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ว่าแม้เรื่องราวชีวิตของนักฟิสิกส์คนดังในหลายๆ ฉากจะดูน่าสงสารและหดหู่ แต่ในทางกลับกัน หนังเรื่องนี้ก็ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้ชม ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าพลังแห่งความรักมีอานุภาพมากพอที่จะทำให้คนเราต่อสู้กับอุปสรรคทุกสิ่ง ด้านโปรดักชั่น ก็เป็นอีกมุมที่ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวก จะมีติติงก็ในส่วนของการเดินเรื่องที่ดูจะเอื่อยเฉื่อยไปซักหน่อย The theory of everything รอลุ้นก็เพียงแต่หลังคว้ารางวัล “นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในภาพยนตร์ประเภทดราม่า” และ "ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม" จากเวที ลูกโลกทองคำ มาแล้ว จะสร้างชื่อบนเวทีออสการ์ได้หรือไม่

SELMA

ภาพยนตร์โดย เอวา ดูเวอนาย ผู้กำกับหญิงผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่พาหนังมาไกลถึงเวทีนี้ เซลมา เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าชีวประวัติ ของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ที่นำเสนอช่วงเวลาที่เค้ารณรงค์หาเสียงและต่อสู้กับการเหยียดผิวในประเทศเสรีอย่างสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1965 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่เมืองเซลมา ที่มาของชื่อเรื่อง / ก็กวาดรางวัลใหญ่จากสถาบันต่างๆ มาแล้วมากมาย แต่ดูเหมือนการเข้าชิงในเวทีออสการ์กลับถูกนักวิจารณ์ในบ้านเรามองว่า ถูกปาดหน้าเค้กไปเยอะ จึงทะลุเข้ามาได้เพียง 2 สาขา คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ สาขาใหญ่ที่สุดอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เท่านั้น ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าบนเวทีประกาศผลรางวัลที่เก่าแก่ที่สุดของโลกเวทีนี้ ไม่ค่อยเปิดพื้นที่ ให้กับผู้กำกับหญิงมากนัก จากที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวูด ยิ่งเป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของคนผิวสี เป็นแกนหลักโดยไม่มีพื้นที่ของคนขาวในความหมายของฮีโร่โผล่เข้ามาในภาพยนตร์ที่สนองตอบอเมริกันชนจ๋าด้วยแล้ว ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่อยู่ในสายตาของคณะกรรมการ ที่เป็นคนขาวซะกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และที่มองข้ามไม่ได้คือ ปีนี้ พื้นที่ของหนังและคนผิวสีไม่โดดเด่นเท่าปีที่แล้ว นี่เลยอาจเป็นประเด็นที่นักวิจารณ์บ้านเรามองว่า เซลมา อาจอยู่นอกสายตา และอาจไม่ได้คว้าชัยไปในที่สุด เว้นแต่ว่าจะกลายเป็นม้ามืดของเวที

Whiplash

หนังดนตรีดีกรีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาล "Sundance Film Festival" ผลงานการกำกับของ "เดเมียน ชาแซลล์" ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยในแง่ของหน้าที่ของภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดู ซึ่งเสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ต่างพากันชื่นชม โดยมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 5 สาขา รวมถึงรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ซึ่งหากจะว่ากันตามกระแส "Whiplash" ยังเป็นได้เพียงภาพยนตร์ม้านอกสายตาเท่านั้นสำหรับการลุ้นรางวัลใหญ่อย่าง "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" หากเทียบกับ 2 ตัวเต็งทั้ง "Boyhood" และ "Birdman"

The Imitation Game

ภาพยนตร์เชิงอัตชีวประวัติของ "อลัน ทัวริง" นักคณิตศาสตร์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการคิดค้นเครื่องถอดรหัสอินิกมาที่เยอรมนีใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีน่าสะเทือนใจเพียงเพราะเค้าเป็นโฮโมเซ็กชวล หนังเรื่องนี้ "มอร์เท่น ทิลดัม" ผู้กำกับชาวนอร์เวย์ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะของ "อลัน ทัวริ่ง" ขณะเดียวกัน ก็ฉายภาพความโหดร้ายของสงคราม รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและการไม่ยอมรับคนที่มีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างของสังคมสมัยนั้นได้อย่างถึงแก่น The Immitation Game จึงกลายเป็นหนังที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกึกก้อง ไม่เพียงเท่านั้นหลังคว้ารางวัล จากเทศกาลภาพยนตร์ โตรอนโต มาครองได้สำเร็จ ก็ยิ่งทำให้ ดิ อิมมิเทชั่น เกม มีความน่าสนใจขึ้นมาอีกครั้ง 

Boyhood

ขณะที่การถ่ายทำสุดทรหดถึง 12 ปีโดยใช้นักแสดงชุดเดิมในภาพยนตร์เรื่อง "Boyhood" ของผู้กำกับ "ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์" ถือเป็นสร้างปรากฏการณ์ความแปลกใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ทั่วโลก ผนวกกับการเดินเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทั้งด้านความคิดและจิตใจของตัวละครที่เป็นเด็กชายวัย 6 ขวบ เติบโตสู่เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ได้แบบสมจริงบนครอบครัวที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิต นักวิจารณ์ส่วนใหญ่จึงเทใจ ยกให้ "Boyhood" เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีลุ้นคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ ตีคู่กับหนังตลกร้าย เรื่อง "Birdmann" โดยมีชื่อเข้าชิงใน 6 สาขา ที่ล้วนเป็นสาขารางวัลใหญ่ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชาย-นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิม และตัดต่อยอดเยี่ยม และมีสามรางวัลใหญ่จากเวทีลูกโลกทองคำ อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า, ผู้กำกับยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม การันตีความเจ๋งไว้แล้ว

Birdman

ผู้เข้าชิงเรื่องสุดท้ายอย่าง Birdman ที่เป็นผลงานของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน "อเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู" ก็พาอารมณ์ของคนดู ดำดิ่งลงไปกับ คาแรกเตอร์ ของ "ริกเก้น" ซุปตาร์หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่อยากหวนคืนสู่วงการผ่านการกำกับละครเวที ที่แสดงโดย "ไมเคิล คีตัน" ผู้ที่เคยสวมบทแบทแมน เมื่อปี 1989 และ 1992 ที่ดูแล้วราวกับว่าบทบาทนี้ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เพราะช่างละม้ายคล้ายกับชีวิตจริงของ "คีตัน" แบบสุดๆ ซึ่งการเข้าถึงจิตใจและคาแรกเตอร์ของตัวละคร ก็ส่งให้เขาได้รับคำชมจากบรรดานักวิจารณ์อย่างท่วมท้นตั้งแต่เปิดฉายรอบพรีเมียร์ที่เทศกาลหนังเมืองเวนิชเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงคว้ารางวัล "นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม" ในภาพยนตร์ประเภทตลกและเพลง จากเวทีลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 72 มานอนกอดให้อุ่นใจ

นี่ยังไม่นับรวมเรื่องของบทภาพยนตร์ และเทคนิคการถ่ายทำแบบลองเทค ที่สามารถทำให้หนังทั้งเรื่องกลมกลืนราวกับไม่ได้ผ่านการตัดต่อ ก็เหนือชั้นจนทำให้ "Birdman" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆ จากเวทีทั่วโลกมาแล้วถึง 107 สาขารางวัล และกวาดไปถึง 96 รางวัล ซึ่งก็รวมถึงรางวัลจาก "สมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา" หรือ "SAG Awards"(แซ๊ก อวอร์ดส) ประจำปี 2015 และ "PGA Awards"(พีจีเอ อวอร์ดส ย่อมาจาก Producers Guild Awards) จากสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกรุยทางที่แข็งแรงพอที่จะสามารถส่งให้ภาพยนตร์ที่จิกกัดวงการมายาได้เจ็บแสบ อย่าง เบิร์ดแมน จะเข้าตากรรมการและสามารถทะลุคู่แข่งอีกเจ็ดเรื่องคว้าออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองได้ในที่สุด : ซึ่งถ้าดูตามสถิติผู้ชนะรางวัลจากสองเวทีข้างต้น นั้นจะประสบความสำเร็จบนออสการ์ด้วยเช่นกัน จะมีก็แต่ภาพยนตร์เรื่อง apollo 13 เมื่อปี1995 ที่ไม่ได้เป็นไปตามโมเดล

ห้ามพลาดบทวิจารณ์หนังชิงรางวัลออสการ์ 2015 กับรายการ "พาเหรดบันเทิง" เวลา 18.45-19.15 น. ทางช่องไทยรัฐทีวี.

นับถอยหลังออสการ์ 2015 วิเคราะห์รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักแสดงนำชายหญิงยอดเยี่ยม ผ่านมุมมองของนักวิจารณ์และกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์! 22 ก.พ. 2558 12:00 ไทยรัฐ