วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดทัศนะ"สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" สงครามเผาเงินทีวีดิจิตอล ต้องเลือกลงทุนให้ถูกที่ ถูกเวลา

“ธุรกิจทีวีดิจิตอล” ที่แข่งกันระอุเดือดขณะนี้ เหตุเพราะมีการเปิดไฟเขียวให้มีช่องทีวีดิจิตอลมากจนล้นเอ่อ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศก็เพิ่งฟื้นตัว กำลังซื้อยังไม่คึกคัก

ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าปีนี้จะเข้าสู่ช่วงปีเผาจริง ไม่ใช่ปีเผาหลอก

ในปลายปีนี้ จะเริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า ผู้ประกอบการทั้ง 24 ช่อง ใครจะ “จอด” ใครจะ “ไปต่อ” อีกทั้ง “เรตติ้ง” จะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จว่า “รอด” และไปต่อได้

แต่ “ผลกำไร” เท่านั้น ที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ และไปต่อในธุรกิจนี้

ทั้งนี้ อาจยังมีบางช่องทีวีดิจิตอลที่แม้จะเห็นว่าอยู่ในสถานะง่อนแง่นมาก ผลกำไรไม่มี เรตติ้งไม่มี แต่จะสามารถประคองตัวผ่านพ้นปี 2558 ไปได้ นั่นเพราะมีสายป่านยาว เงินทุนหนาและนโยบายการทำธุรกิจของเจ้าของช่อง ที่อาจไม่ได้ยึดธุรกิจนี้เป็นหลัก

ธุรกิจทีวีดิจิตอลนับว่าเป็นธุรกิจที่ไม่หมู เป็นการลงทุนที่เหมือนเผาเงินทิ้งทุกวินาที ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทำธุรกิจขาดทุน ไปไม่รอด ก็ยังมีทรัพย์สินที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเหลือให้เห็น และมาปัดฝุ่นทำต่อได้ หากมีเงินทุนก้อนใหม่เข้ามา

ดังนั้น เพื่อทำความเข้าใจในสภาพการณ์ของธุรกิจทีวีดิจิตอลในไทย ณ วันนี้

“ทีมเศรษฐกิจ” จึงได้ให้ผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงอย่าง “เฮียฮ้อ–สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มาช่วยไขความกระจ่าง

เพราะวันนี้ อาร์เอสฯ ได้ประกาศชัดว่าไม่ได้เป็นแค่ผู้นำธุรกิจบันเทิงที่ทำค่ายเพลงอีกต่อไป แต่เป็น “มีเดีย เรโวลูชั่นนิสต์” (Media Revolutionist) คือ “ก้าวเข้าสู่ธุรกิจมีเดีย (ธุรกิจสื่อ) เต็มรูปแบบและเต็มตัว” เรียบร้อยแล้ว

“เฮียฮ้อ” โหมลงทุนช่อง 8

“ธุรกิจทีวีดิจิตอลเวลานี้คนในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ จะพูดถึงแต่เรื่องเรตติ้ง เงินลงทุน รายได้ ผลกำไร แต่อาร์เอสฯ ไม่ได้มองอย่างนั้น เราทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และไม่ได้มองเรื่องเรตติ้งอย่างเดียว” คำพูดแรกที่เฮียฮ้อแสดงทัศนคติให้เห็น

เพราะธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่รอดที่เรตติ้ง สิ่งสำคัญอยู่ที่ผลกำไร เพราะถ้าเรตติ้งดี กำไรไม่มีก็จอดสนิท

อย่างทีวีดิจิตอลช่อง 8 ในปี 2557 อาร์เอสฯ ลงทุน 500-600 ล้านบาท เพราะคาดว่าจะขายได้ 800 ล้านบาท ก็ได้ตามคาด ส่วนปี 2558 นี้ลงทุน 1,500 ล้านบาท เพราะคาดว่าจะขายได้ 1,900 ล้านบาท เนื่องจากฐานลูกค้า (คนดู) ของทีวีดิจิตอลช่อง 8 มีประมาณ 200,000 คนต่อนาที และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การลงทุนของอาร์เอสฯ จะดูที่ ณ วันนี้ ธุรกิจอะไรเป็น “เรือธง” ซึ่งทีวีดิจิตอลช่อง 8 ถือเป็นเรือธงในปีนี้ ที่จะช่วยดันยอดรายได้รวมของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ถึงเป้าหมาย 4,600 ล้านบาทในสิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ทำได้ 4,300 ล้านบาท โดย 80% มาจากธุรกิจสื่อ 20% มาจากธุรกิจเพลงและอีเวนต์ และใน 80% ที่เป็นธุรกิจสื่อเกิน 50% เป็นรายได้ที่มาจากทีวีดิจิตอลช่อง 8 ดังนั้น จึงทุ่มเงินลงทุนมากที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะดันเรตติ้งพุ่งสู่อันดับ 3 ในสิ้นปี 2558 นี้ มีรายได้ทะลุ 1,900 ล้านบาทด้วย

ปัจจุบันทีวีดิจิตอลช่อง 8 อยู่อันดับ 4 โดยอันดับ 1 คือ ช่อง 7 มีฐานคนดู 1.8 ล้านคนต่อนาที อันดับ 2 คือ ช่อง 3 มีฐานคนดู 1.1–1.2 ล้านคนต่อนาที อันดับ 3 คือ ช่องเวิร์คพอยท์ มีฐานคนดู 300,000 คนต่อนาที

รุกคืบเป็นผู้นำทีวีดิจิตอล

ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลปีนี้ อุณหภูมิจะร้อนแรงและดุเดือดมากเข้าสู่ช่วงเผาจริง

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในตลาด ทั้งเรตติ้งของช่องอนาล็อก ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ช่องทีวีดิจิตอลก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เวลาไม่ได้มีมูลค่าเป็นทองคำเหมือนในยุคสัมปทานที่ผ่านมา เรตติ้งจะเป็นตัวสะท้อนความนิยมการรับชมรายการต่างๆ ของแต่ละสถานีและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาค่าโฆษณาต่อนาที

ในส่วนของอาร์เอสฯ กล้ายืนยันว่า มีความพร้อมมากในการเป็นผู้นำธุรกิจทีวีดิจิตอล

เพราะหลังปรับผังรายการใหม่ทีวีดิจิตอลช่อง 8 เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีเกินคาด และผลสำรวจล่าสุดประจำเดือน ก.พ.2558 เรตติ้งพุ่งสู่อันดับ 4 ของประเทศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่อาร์เอสฯต้องการกระตุ้นให้ผู้ชมกลุ่มเดิมใช้เวลาอยู่กับทีวีดิจิตอลช่อง 8 นานขึ้น และดึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้นด้วย

การโหมลงทุนในทีวีดิจิตอลช่อง 8 ปีนี้ เป็นการลงทุนที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับการผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ลงจอต่อเนื่อง อาทิ ละคร “แหวนทองเหลือง” และ “แม้เลือกเกิดได้”

ซีรีส์ภาพยนตร์จีนชื่อดัง “ศึกนางพญากู้บัลลังก์” และ “ยอดพยัคฆ์จ้าวยุทธภพ” รวมทั้ง “8 แม็กซ์ มวยไทย” ที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวยส่งตรงจากเวทีแม็กซ์ มวยไทย สเตเดียม ที่เมืองพัทยา ชูจุดเด่นที่มีนักมวยทั้งคนไทยและต่างชาติมาดวลกำปั้นกัน พร้อมระบบแสง สี เสียงสุดไฮเทค เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชายและคอกีฬาที่ติดตามทีวีดิจิตอลช่อง 8 มาตั้งแต่ตอนถ่ายทอดสดบอลโลก

ทั้งนี้ ยังมี “ประกายดาว” เป็นรายการข่าวอัพเดตทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงบันเทิงทุกวัน

ทำให้สัดส่วนคอนเทนต์ของทีวีดิจิตอลช่อง 8 เป็นละคร 50% วาไรตี้ 30% ข่าว 25% กีฬา 5% และพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสัญญาณการออกอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุดมากขึ้น รวมถึงอัดกิจกรรมการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น

นอกจากนี้ เดือน มี.ค.ยังมีแผนปรับผังรายการครั้งใหญ่ ด้วยการส่ง 10 รายการใหม่ และ 10 ละครดังผลิตใหม่แกะกล่องลงจอตลอดปีนี้ เพื่อให้ฐานเรตติ้งแน่นมั่นคงและมีเสถียรภาพ เพื่อผลักดันให้เรตติ้งพุ่งสู่อันดับ 3 ตามเป้าหมาย

รวมถึงขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมทีวีแห่งปีของเมืองไทย ที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพที่สุดของ “อาร์เอสฯ”

ช่อง 8 รายแรกที่ทำกำไร

เฮียฮ้อกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “วันนี้กล้าพูดว่าช่อง 8 ดิจิตอลทีวีเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ รายแรกและรายเดียวที่ทำกำไรได้ทันทีที่ลุยธุรกิจ”

เพราะเราไม่ได้ทำธุรกิจ ที่มองแค่เรตติ้งอย่างเดียว แต่มองผลกำไรเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาธุรกิจมีเดียของอาร์เอสฯถือว่าประสบความสำเร็จ เดินมาถูกทางในการเป็น “มีเดีย เรโวลูชั่นนิสต์” (Media Revolutionist) เต็มตัวแล้ว

โดยทีวีดิจิตอลช่อง 8 จะยังคงใช้สโลแกน “เพื่อนคุณทุกที่ ทีวีของทุกคน” มาช่วยสร้างจุดแข็งของแบรนด์ต่อไป เนื่องจากเป็นแนวทางทำงานที่สอดรับกับการวางตำแหน่งของทีวีดิจิตอล ช่อง 8 ให้เป็นเพื่อนข้างกายของผู้ชมทุกเพศทุกวัย ที่สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่อง ซึ่งดูได้ทุกที่ ทุกเวลา

ที่บอกว่าปลายปี 2558 ธุรกิจดิจิตอลทีวีจะง่อนแง่น แต่ปี 2559 ก็น่าจะยังไม่มีใคร? หรือช่องไหน? ใน 24 ช่อง หายไปจากจอ อาจยังเห็นการออกอากาศอยู่

แต่จะเห็นแน่ๆ คือ ความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการบริหารว่าแต่ละค่ายจะเปลี่ยนอะไร เปลี่ยนอย่างไร เช่น บางช่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่ เพราะไม่มีเงินลงทุน หรือบางช่องไม่จ่ายเงินกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

“ธุรกิจนี้ เงิน คือ ปุ๋ย ผู้ประกอบการต้องเลือกใส่เฉพาะช่วงเวลาที่งอกเงย ทำเงิน ทำรายได้ดี หรือช่วงไพร์มไทม์ก่อนเหมือนช่อง 8 ที่อาร์เอส ก็เลือกโฟกัสการใช้เงินในช่วงเวลาไพร์มไทม์ และช่วงเวลาที่รองจากช่วงไพร์มไทม์ หรือช่วงหลังข่าว สู้กับค่ายอื่นๆ ก่อน”

การทำธุรกิจทีวีดิจิตอลเป็นธุรกิจที่ต้องมีความเคลื่อนไหวและก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา หรือมีความเป็นไดนามิก หรือทีวีที่จะเต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ นั้นไม่ง่าย อาร์เอสทำอยู่รู้เลยว่าไม่ง่าย ยิ่งสภาพการแข่งขันที่มีทีวีมากถึง 24 ช่อง ไม่ใช่มีแค่ 3-4 ช่องเหมือนที่ผ่านมา

จึงพูดไม่ได้ว่า การทำธุรกิจจะคืนทุนได้ภายในกี่ปี การทำธุรกิจในตลาดที่เปิดเสรีจะขาดทุนไม่ได้ ถ้าปล่อยให้ธุรกิจขาดทุนนานก็อ่อนแอทุกมิติ ต้องยอมรับว่า เวลาการทำธุรกิจขาดทุนหรือย่ำแย่ จะทำอะไรก็ยากไปหมด

“แต่ถ้าค่ายไหน ช่องไหนประสบความสำเร็จ มีเรตติ้งดี ผลกำไรดี มีฐานคนดูแน่น จะทำอะไรก็ง่ายไปซะทุกอย่าง แม้แต่ตัวดาราดัง ก็ง่ายที่จะดึงมาเล่นละคร”

เปิดแผนธุรกิจมีเดียเต็มพิกัด

สำหรับแผนของอาร์เอสฯ ในปีนี้ภายหลังก้าวเข้าสู่ธุรกิจมีเดียเต็มตัวของอาร์เอสฯ จะดำเนินธุรกิจทั้ง ธุรกิจทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม และวิทยุได้แก่ ทีวีดิจิตอลช่อง 8, ช่อง 2, สบายดีทีวี, ยูแชนแนล, คูล 93 และ 88.5 สบายดีเรดิโอ

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ทำอัตรากำไรดี ขณะเดียวกัน ยังคงดำเนินธุรกิจเพลง ที่บริษัทมีความถนัดต่อเนื่อง เพียงแต่ปรับโครงสร้างการสร้างรายได้มุ่งผลิต เพื่อต่อยอด “ธุรกิจมีเดีย” ทำให้เกิดโอกาสใหม่และเกิดประโยชน์ต่อผลประกอบการสูงสุด ทำให้ปัจจุบันทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ณ วันนี้ ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจมีเดีย ธุรกิจเพลง และธุรกิจอีเวนต์

ปีนี้อาร์เอสฯ จะชูกลยุทธ์ “คอร์ปอเรต รีดีไซน์” (Corporate Redesign) ในทุกมิติ

ทั้งในเรื่องของคอนเทนต์ การบริหารลูกค้าและบุคลากร รวมถึงการสร้างแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์การเป็น “มีเดีย เรโวลูชั่นนิสต์” (Media Revolutionist 2015) ที่มุ่งพัฒนาคอนเทนต์หรือเนื้อหาให้มีคุณภาพ เข้าถึงได้ง่าย หลากหลาย เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และการผนึกกำลัง เข้าด้วยกัน ระหว่างกลุ่มทุกธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เพื่อดันยอดรายได้รวมสิ้นปี 2558 ให้เข้าเป้า 4,600 ล้านบาท และอัตราการทำกำไรสุทธิ 15% โดยกำไรจะเติบโตกว่าเท่าตัว ถือเป็นอัตราที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

ในส่วนของคอนเทนต์ สำหรับทีวีดิจิตอลช่อง 8 ปีนี้คงต้องเติมเนื้อหาที่ขาดและยังไม่มีเข้าไปมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

การที่เอากีฬาบอล มวย และรายการบันเทิงเข้ามาเติมอยู่ในช่อง 8 ก็ไม่ใช่ว่าไม่เลือก ต้องดูด้วยว่าบอลและมวยแบบไหน ที่ตรงความต้องการของลูกค้าและคุ้มไหมที่จะลงทุน ซึ่งการนำ “แม็กซ์ มวยไทย” คอนเทนต์ กีฬาฟอร์มยักษ์ระดับโลก ที่มีทั้งแชมป์นักมวยไทยและฝรั่ง ขึ้นชกมาเสิร์ฟให้ได้ดูฟรีถึงบ้านทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.20-20.30 น.ในรายการ “8 แม็กซ์ มวยไทย”และการถ่ายทอดสดจากเวทีลุมพินีใน “รายการมวยดัง 8 ทิศ” ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.20 น.เป็นต้นไป รวมถึงมวยดังระดับโลกจากช่องเอชบีโอใน “รายการศึกมวยโลก” ที่จะออกอากาศตลอดปี 2558 ถือว่าเดินมาถูกทาง

“แม้ช่อง 8 ทีวีดิจิตอล จะเป็นผู้ประกอบการรายแรกและรายเดียวที่ทำกำไร แต่โดยส่วนตัวมองว่า การทำธุรกิจเพิ่งนับหนึ่ง เพิ่งมองเห็นความสำเร็จ ธุรกิจนี้ยังอีกยาวไกล ไม่ได้มองกันแค่สั้นๆ”

โดยส่วนตัวมองว่าการทำธุรกิจทีวีดิจิตอลในประเทศไทยจะประสบความสำเร็จ เนื้อหาจากภายในประเทศต้องมี 95% คอนเทนต์หรือเนื้อหาจากต่างประเทศ 5% ขณะที่ประเทศอื่นมี 50:50

“การทำธุรกิจในเมืองไทย ไม่หมู ไม่ง่าย และใช้หลักการความสำเร็จในการทำธุรกิจทีวีดิจิตอลของต่างประเทศมาใช้กับประเทศไทยไม่ได้ ขอยืนยัน เพราะเห็นมาหลายค่าย หลายช่องแล้วว่า ไม่ประสบความสำเร็จ คอนเทนต์ต่างประเทศราคาแพงได้แค่หน้าตา แต่ไม่ได้เรตติ้ง”

**********

นิยามความสำเร็จของ “เฮียฮ้อ” ยืนยันชัดๆ ว่า คือ ผลกำไร ไม่ใช่เรตติ้ง และมองว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จและยังยืนอยู่ได้ก็มีมาก เนื่องจากมีสายป่านยาว

ขณะที่คอนเทนต์จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ผู้ครอบครองคอนเทนต์ดีและมีศักยภาพเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายได้แบบเบ็ดเสร็จ!!!

ปีนี้เป็นปีที่ธุรกิจดิจิตอลทีวีแข่งกันเต็มที่ ทุกค่าย ทุกบริษัทจะทุ่มเงินกันเต็มที่ และการแข่งขันเป็นตัวเร่งให้ภาพของอุตสาหกรรมนี้ชัดเจนขึ้น

ในปลายปีนี้จะเห็นแน่ว่าใครประสบความสำเร็จและชนะในเกมส์นี้.

ทีมเศรษฐกิจ

22 ก.พ. 2558 10:29 22 ก.พ. 2558 10:29 ไทยรัฐ