วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แนวทางปรองดองฉบับ คสช.

แนวทางปรองดองฉบับ คสช.

โดย สายล่อฟ้า
23 ก.พ. 2558 05:01 น.
  • Share:

หากมองจากหลักคิดและแนวปฏิบัติ ว่าด้วยความปรองดองของ คสช. แล้วน่าจะอาศัยกลไกทางกฎหมายมาดำเนินการมากกว่าที่จะกระโดดลงไปเต็มตัว พูดง่ายๆว่าในส่วนของ คสช. เองจะทำหน้าที่เพียงป้องปรามหรืออาจถึงขั้นปราบปรามเท่านั้น

อีกด้านหนึ่งก็จะให้กำลังพลที่มีการแต่งตั้งบรรดานายทหารเข้ามารับผิดชอบในแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประชาชนโดยตรง ที่กระทำกันมานับแต่เข้ามาควบคุมอำนาจปกครองและที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

และใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการหากใครมีความผิด

ที่ว่าอย่างนี้ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดจากข้อเสนอของ สปช. คนที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. พบปะและเจรจาเพื่อสร้างความปรองดอง

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธและยืนยันจะไม่เจรจากับคนที่มีความผิดติดตัว

แปลความอย่างตรงตัวก็คือไม่เอาด้วยกับวิธีการนี้

หรือแม้แต่มีข้อเสนอให้เป็น “คนกลาง” เพื่อให้คู่กรณีหรือคู่ความขัดแย้งเจรจากันก็ไม่ยอมรับ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเคยมีตัวอย่างที่กระทำมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ จนต้องยึดอำนาจมาแล้วครั้งหนึ่ง

ดังนั้น คสช. นอกจากดูแลให้ประเทศเกิดความสงบ ประชาชนอยู่กันได้ตามปกติแล้ว ก็บริหารประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆต่อไป จนกว่าทุกอย่างจะบรรลุสู่โรดแม็ประยะที่ 3 คือการเลือกตั้ง

สนช.ก็ทำหน้าที่ออกกฎหมายต่างๆ สปช.ก็ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คสช.ก็ทำหน้าที่ด้านความมั่นคงเต็มรูปแบบ

ล่าสุด กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าหารูปแบบการสร้างความปรองดองที่จะเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยการตั้งคณะกรรมการอิสระสร้างความปรองดองแห่งชาติ ประกอบไปด้วยคณะกรรมการจำนวน 15 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

จากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง หรือความขัดแย้งและผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้งมีภารกิจหลัก 9 ประการ

เช่น วิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุแห่งความขัดแย้งแล้วเสนอให้ ครม.หรือรัฐสภาเสริมสร้าง ดำเนินการประสานงานเพื่อให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน เป็นคนกลางในการประสานระหว่างผู้นำความขัดแย้งทุกกลุ่ม รวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆให้การเยียวยาผู้เสียหาย

เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคลซึ่งให้ความจริงอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการและผู้กระทำซึ่งได้แสดงความสำนึกผิด

ส่งเสริมและเสนอแนะการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อเสนอต่อรัฐสภา

ครม.-รัฐสภาและหน่วยงานจะต้องให้ความร่วมมือคณะกรรมการอิสระเสริมความปรองดองแห่งชาติ

แต่จะไม่มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ

เหล่านี้คือรายละเอียดคร่าวๆที่จะต้องมีการเพิ่มเติมให้สมบูรณ์และยังต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีกด้วย

รูปแบบในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดความปรองดองคงเห็นภาพที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการดำเนินกันอย่างไร

ระยะเปลี่ยนผ่านจากนี้ไปก็ต้องดูกันต่อไป จะสามารถกำหนดรูปแบบในการบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญจะสำเร็จหรือไม่

เว้นแต่จะมีแรงปะทุทางการเมืองเกิดขึ้นระหว่างทางที่จะเดินไปสู่เป้าหมายนั้นหรือไม่ หากมีอะไรเกิดขึ้นมาอีก

คงได้เห็น คสช.ได้ใช้อำนาจเต็มๆหรือยืดอายุให้ยาวต่อไปอีก.

สายล่อฟ้า

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้