วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน.กม.คสช.ระบุ ปูโดนคดี! ไม่เกี่ยวรัฐบาล

เป็นเรื่องที่ทำก่อน22พฤษภา แย่งกันชงนิรโทษ-อภัยโทษ ปชป.ตีกันทักษิณยังไม่สำนึก


“บิ๊กต๊อก” เสียงแข็งโต้รัฐบาล-คสช.ไม่เกี่ยวชี้นำคดี “ปู” ซัดกระทำผิด ก.ม.ก่อน คสช.เข้ามาชี้ศาลจะเป็นคนพิสูจน์ผิด-ถูก ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ ล็อกเป้าเชือด ทีมทนาย “ยิ่งลักษณ์” ถกนอกรอบวางแนวสู้ 23 ก.พ. ซักซ้อม 6 อดีต รมต.กับตัวแทน 4 หน่วยงานรัฐแก้ข้อกล่าวหา มึนตึ้บ ป.ป.ช.จ่อฟ้องศาลปกครองความรับผิดทางละเมิดอีกคดี “สุรพงษ์” อ้างต่างชาติ-สื่อนอก กัดติดกระบวนการล้างตระกูลชินวัตร ฉะไร้ความยุติธรรม แฝงวาระซ่อนเร้นปฏิรูปเหลว “นิพิฏฐ์” ตีกัน “ทักษิณ” หนีคดี ยังไม่สำนึกผิด ไม่เข้าข่ายขออภัยโทษ “เอนก” ปัด กก.ปรองดองฯไม่มีหน้าทีิ่เกี้ยเซี้ยต่อรอง แย้ม รธน.ใหม่ใส่แนวทางสลายขั้วขัดแย้ง วางกลไกบีบรวมพรรคการเมืองร่วมตั้งรัฐบาลผสม “พรเพชร” เรียกประชุม สนช.นัดพิเศษ 25 ก.พ. ถกสอยอดีต 38 ส.ว. แก้ รธน.มิชอบ ส่งซิกลงมติถอดถอน 12-13 มี.ค.

หลังจากอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ล่าสุดทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมซักซ้อมพยาน โดยจะนำ 6 อดีตรัฐมนตรีและผู้แทน 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหักล้างแก้ข้อกล่าวหา

“บิ๊กต๊อก” ยัน รบ.–คสช.ไม่เกี่ยวคดี “ปู”

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวกับ คสช.และรัฐบาลนี้เลย เพราะสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำนั้น ทำมาก่อนวันที่ 22 พ.ค.แล้ว เป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งศาลคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เกิดก่อนที่ คสช.จะเข้ามา เมื่อองค์กรในกระบวนการกฎหมายเห็นว่าทำผิดกฎหมาย ก็ต้องทำไปตามกระบวนการกฎหมาย มันไม่ใช่สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลทำให้เกิดขึ้น วันนี้รัฐบาลกำลังแก้ไขเรื่องที่เกิดก่อนวันที่ 22 พ.ค. ประชาชนต้องแยกให้ออกจาก คสช.หรือรัฐบาลทำหรือไม่ ถ้าแยกได้ ก็ไม่มีปัญหา

ปัดไม่ได้เลือกปฏิบัติล็อกเป้าเชือด

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นคนชี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลที่แล้วได้ทำเหตุนี้ขึ้นมา แล้วองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ไต่สวนแล้วว่าผิดกฎหมาย แล้วจะให้รัฐบาลและ คสช.ไปยกเลิกคดีนี้หรืออย่างไร ต้องไปยกเลิกกฎหมายและองค์กรต่างๆอย่างนั้นหรือเปล่า รวมทั้งคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเกิดก่อนคสช.และรัฐบาลเข้ามานี้ต้องยกเลิกด้วยใช่ไหม เพื่อสาเหตุที่อ้างว่าเป็นการปรองดองหรือ แล้วคดีที่ไม่เกี่ยวข้องคนพรรคการเมืองต้องยกเลิกด้วยหรือเปล่า และคดีประชาชนทั่วไปก็ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง และรัฐบาลก็ไม่ใช่คนพิสูจน์ แต่ศาลเป็นคนพิสูจน์ ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด รัฐบาลเดินไปบอกศาลว่าให้เอาผิด มันไม่ได้ กระบวนการยุติธรรมนี้ก็ใช้กับทุกๆคนในประเทศนี้ ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ทีมทนาย “ปู” ซักซ้อมพยานคดีข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ภายหลังอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางการต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง โดยได้หารือนอกรอบเพื่อประเมินว่าศาลจะประทับรับฟ้องหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสับสนในขั้นตอนที่ ป.ป.ช.จะมีการฟ้องร้องศาลปกครองในการเรียกค่าเสียหาย เพราะไม่เคยปรากฏกรณีดังกล่าวมาก่อน ซึ่งเบื้องต้นเตรียมพยานบุคคลไว้ 20 ปาก และตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.เป็นต้นไป ทีมทนายจะประชุมซักซ้อมในส่วนของผู้ถูกเสนอให้เป็นพยานบุคคล

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดเผยว่า ทีมทนายความหารือเกี่ยวกับคดีรับจำนำข้าว เมื่อขณะนี้อัยการส่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว และศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 19 มี.ค. ดังนั้นทีมทนายความคงต้องรอฟังคำสั่งศาลก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

นำ 6 อดีต รมต.-ขรก.4 หน่วยงานแก้ต่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยานส่วนของอดีตรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง ขณะที่พยานในส่วนของหน่วยงานราชการ อยู่ระหว่างทำเรื่องขอตัวไปยังองค์การคลังสินค้า (อคส.) กรมการค้าภายใน องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และกรมการค้าระหว่างประเทศ

พท.ชี้ ตปท.จับตาสูตรล้าง “ชินวัตร”

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้สื่อต่างชาติและประเทศที่เป็นประชาธิปไตยติดตามกระบวนการของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความพยายามใช้กระบวนการที่เกี่ยวข้องทำลายล้างตระกูลชินวัตรให้หลุดพ้นวงการเมือง จนมีนักการเมือง นักวิชาการต่างประเทศ เริ่มออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เป็นสิ่งที่ทางการไทยต้องให้ความสำคัญต่อข้อท้วงติง ไม่ใช่ปล่อยให้คนอวดเก่ง อวดฉลาดออกมาตอบโต้ท้าทาย อย่าลืมว่าวันนี้ในโลกข้อมูลข่าวสารไปได้รวดเร็ว ต่างชาติตามทันเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในไทย รู้อย่างถ่องแท้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกกระทำอย่างไร กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างไร ยิ่งปัจจุบันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังย้อนรอยเดิม ต่างชาติจึงยิ่งเข้าใจเรื่องราวง่ายขึ้น

ฉะไร้ยุติธรรม-ปฏิรูปเหลว

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิรูปประเทศ หากทำอย่างจริงจังไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากเพราะมีวาระซ่อนเร้น ไม่ยึดหลักความเป็นธรรม พยายามโทษคนอื่นโดยไม่หันกลับมามองพวกตนเองว่าทำอะไรไปกันบ้าง โดยเฉพาะกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาทำไม่ดี ไม่ถูกต้อง สร้างความเสียหาย แล้วพวกท่านเก่งมาจากไหน สิ่งที่ทำอยู่ในขณะนี้จะพาประเทศชาติไปรอดจริงหรือ การคอร์รัปชันจะหมดไปจริงหรือ วันนี้นักการเมืองหายไป 1 ปีเต็ม การคอร์รัปชันหมดไปจริงหรือ วันนี้สิ่งที่ควรเร่งรีบทำคือขอให้ทุกฝ่ายเร่งปฏิรูปตนเองโดยด่วน รับฟังคนอื่นบ้าง รีบสร้างความเป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมต้องมีมาตรฐานเดียว สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ตีกัน “ทักษิณ” ไม่เข้าข่ายอภัยโทษ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีบทบัญญัติจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติจำนวน 15 คน มีหน้าที่ศึกษาเหตุความขัดแย้ง และตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษว่า ตลอดกว่าสิบปีของความขัดแย้ง เมื่อพูดถึงเรื่องปรองดอง จะมีคำว่านิรโทษกรรมพ่วงท้ายเสมอ แต่เที่ยวนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯกลับบอกว่าปรองดองต้องพ่วงท้ายอภัยโทษ ซึ่งเห็นด้วยกับเเนวทางนี้ เพราะถ้าจะได้รับการอภัยโทษ ต้องยอมรับผิด รับโทษและสำนึกก่อน อีกทั้งการขอพระราชทานการอภัยโทษก็มีทุกปี ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย แต่ไม่เห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะมีกระบวนการที่ใช้มาตลอดอยู่แล้ว ส่วนกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะไม่เข้าข่ายได้รับการอภัยโทษ เพราะยังหลบหนี ไม่สำนึก และยังไม่รับโทษ ยกตัวอย่างกรณีคนเสื้อเเดงล่ารายชื่อมากมายเพื่อจะขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณเมื่อหลายปีก่อนก็ทำไม่ได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมเซ็นสำนึกผิด แต่ถ้าออกกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณได้แน่ เพราะเป็นอำนาจของรัฐสภาต้องออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม คือนิรโทษกรรมแล้ว ไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องรับโทษหรือสำนึก และจะพ้นมลทินเหมือนไม่เคยกระทำผิด

เชื่อคนกลางยังพอมีทำยา

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการอิสระสร้างความปรองดองแห่งชาติ 15 คน เห็นว่าต้องไม่ใช่นักการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เคยสังกัดพรรคการเมืองใดมาก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาความไม่เป็นกลาง ยอมรับไม่ว่าใครเข้ามาทำหน้าที่นี้จะถูกด่าแน่ แต่บ้านเมืองวันนี้ยังพอมีบุคคลที่ทุกฝ่ายยอมรับอยู่ อาทิ ผู้พิพากษาและรองประธานศาลฎีกา แต่ไม่ควรจะเป็นประธานศาลฎีกา เนื่องจากท่านเหล่านั้นส่วนใหญ่จะได้รับการเเต่งตั้งเป็นองคมนตรี

โต้ กก.ปรองดองไม่ใช่ชุดเกี้ยเซี้ย

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกับสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) จัดโครงการสัมมนาและรับฟังความคิดเห็นประเด็นการปฏิรูปการปรองดอง โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างฯและประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. (คศป.) กล่าวว่า ยืนยันว่าคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติไม่ใช่กรรมการเกี้ยเซี้ยหรือต่อรอง แต่จะมีหน้าที่เพื่อหาข้อยุติความขัดแย้ง รวมถึงศึกษาหาข้อเท็จจริง การเยียวยา การดูแล และมีความเป็นอิสระ ในที่ประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มี กมธ.บางคนให้ความเห็นว่าหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ คู่ขัดแย้งก็จะกลับมาตีกันอีก ดังนั้นต้องพยายามออกกฎหมายลูกให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าให้นายกฯ หรือประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรม ราชโองการ แต่เมื่อไม่ได้เขียนก็เข้าใจได้ว่านายกฯ จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการ

แย้มวางแนวทางสลายขั้วในสภาฯ

นายเอนกกล่าวต่อว่า เรื่องความปรองดองที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเชื่อว่าจะทำให้เกิดข้อ ยอมรับของ 2 ฝ่ายพอสมควร กมธ.ยกร่างฯพยายามเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ และร่วมช่วยในการปฏิรูปและการปรองดองต่อไป ไม่ให้บ้านเมืองไปสู่จุดขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา โดยในที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่เป็นไปตามเสียงความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะจำนวน ส.ส.ที่นั่งในรัฐสภา ดังนั้นส่วนหนึ่งจะมีกลไกให้พรรคคู่ขัดแย้งสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ผลักให้เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แม้ 2 พรรคจะไม่ชอบกัน แต่ต้องทำงานร่วมกันได้ หากทำได้เชื่อว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน นอกจากนั้นต้องไม่ใช่ให้ทหารเข้ามาสืบทอดอำนาจ ในวันที่ 24 ก.พ.คณะกรรมการ คสป.จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องขัง ทุกกลุ่มสีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยเหตุผลที่ไปคือเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เป็นการบังคับให้เขาละทิ้งจุดยืนทางการเมือง

ยำสารพัดโมเดลสู่การปฏิบัติ

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ รองประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองฯ ต้องเข้าสู่ภาคการปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยนำผลการศึกษาจากผู้ที่เคยศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองมากำหนดเป้าหมายและแนวทางสู่การปฏิบัติ การทำงานต้องประสานสอดคล้องกับภาคส่วนต่างๆทั้งระยะต้น ระยะกลาง และระยะปลาย รวมถึงการทำข้อเท็จจริงทุกฝ่ายให้ปรากฏ เพื่อนำไปสู่สถานการณ์หรือบรรยากาศที่เปิดโอกาสและความเชื่อของการสร้างความปรองดองซึ่งกันและกัน หากภาคประชาชนเข้มแข็งก็มีส่วนสำคัญในการปรองดอง ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้มีสมัชชาพลเมือง จะทำให้ภาคประชาชนเข้มแข็งได้ และอาจส่งผลในระดับกดดันให้คู่ขัดแย้งร่วมแนวทางปรองดองและลดความขัดแย้งระหว่างกัน

“เมียร่มเกล้า” จี้เร่งคดี–จ่ายชดเชย

นางนิชา ธุวธรรม ภริยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม กล่าวว่า เมื่อพูดถึงคำว่าปรองดอง องค์ประกอบในการปรองดองต้องประกอบด้วยกติกาหรือทางออกที่คู่กรณีทุกฝ่ายยอมรับได้ คนทำผิดรู้ตัวและสำนึกหลาบจำ เหยื่อและผู้เสียหายให้อภัย จึงจะนำไปสู่เป้าหมายการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ การปฏิรูปจะต้องป้องกันความรุนแรงในอนาคตและรักษาความเป็นนิติรัฐ กิจกรรมปรองดองที่ต้องทำขณะนี้ คือเราต้องสร้างกติกายอมรับร่วมกันซึ่งเป็นหน้าที่ของแม่น้ำห้าสาย ค้นหาเรียนรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้นจริง และอำนวยความยุติธรรมเร่งรัดคดี อัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องแสดงให้เห็นว่ากำลังขับเคลื่อนคดีอยู่ รวมทั้งต้องชดเชยเยียวยาซึ่งทำได้เลย ทั้งนี้ รู้สึกสบายใจที่เห็นเรื่องการปรองดองในรัฐธรรมนูญ แต่กังวลเล็กน้อย เรื่องการเยียวยาด้านคดี ซึ่งรอเวลาไม่ได้ จะทำอย่างไรให้เกิดการบอกเล่าความจริงของเหตุการณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้แม้รัฐธรรมนูญยังไม่เกิด

เยียวยาได้เลย ไม่ต้องรอ รธน.

ด้านนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯกำลังทำให้เกิดความปรองดอง ตนไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความปรองดองได้อย่างไร แต่ก็เห็นด้วยกับแนวทางการสร้างความปรองดอง แต่ขณะนี้โหมดของการอยากปรองดองยังไม่เกิด ดังนั้นจะทำอย่างไรให้มันเกิดขึ้น ควรเดินหน้าการปรองดองไปเลยวันนี้ต้องทำความจริงให้ปรากฏ อะไรที่จะเยียวยาผู้เสียหายได้ควรทำเลย ไม่ต้องรอรัฐธรรมนูญ

วางกลไกบีบตั้ง รบ.ผสมหลายพรรค

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ให้สัมภาษณ์ภาย หลังการสัมมนาถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างการปรองดองแห่งชาติในการเสนอชื่อบุคคลให้ได้รับการอภัยโทษว่า ขณะนี้ยังไม่มีกฎเกณฑ์และรูปแบบการจัดตั้ง ต้องรอประชุมเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์อีกครั้งว่าเลือกใครเข้ามาบ้าง คณะกรรมการดังกล่าวไม่มีอำนาจสั่งให้อภัยโทษใคร แต่สามารถเสนอชื่อบุคคลให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะการอภัยโทษต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ยืนยันว่าการอภัยโทษไม่ได้เตรียมไว้เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแน่นอน ส่วนที่ระบุว่าจะให้มีกลไกให้พรรคคู่ขัดแย้งทำงานร่วมกันได้ในรัฐสภา คือการพยายามนำพรรคการเมืองต่างๆ มารวมกันเป็นรัฐบาลให้ได้มากที่สุดหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับรูปแบบเลือกตั้งแบบใหม่ ที่อาจจะกำหนดให้รัฐบาลจะต้องเป็นรัฐบาลผสม

“โคทม” เสนอนิรโทษทั้งสองฝ่าย

นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างปรองดองแห่งชาติขึ้นมา ถือเป็นข้อเสนอที่เป็นต้นแบบ อย่าเพิ่งให้มันแข็งตัว ควรไปถามคู่ขัดแย้งดูก่อน ต้องให้คู่ขัดแย้งเข้ามามีส่วนร่วม ถ้าเขาไม่มีส่วนร่วมแล้วจะยาก ที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่ค่อยมีเจ้าภาพและเจ้าภาพก็ทำงานยาก เพราะผู้เกี่ยวข้องยังอยู่ในโหมดความคิดที่จะชิงชัย ไม่ได้คิดจะอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่าง ส่วนการจะอภัยโทษหรือนิรโทษกรรม เสนอว่าเรื่องเล็กน้อยควรจะนิรโทษกรรม ถ้าเรื่องไหนผิดมากก็นิรโทษทั้ง 2 ฝ่าย แต่จะถึงระดับไหนต้องไปว่ากันอีกที เรื่องอภัยโทษบ้านเราก็มีในวาระสำคัญๆ ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อภัยโทษนักโทษ แต่ยกเว้นความผิดคดียาเสพติด จึง ไม่แน่ใจว่าการอภัยโทษครั้งนี้จะยึดแบบแอฟริกาใต้ที่มีการก่ออาชญากรรม คนขาวฆ่าคนผิวสีหรือไม่ จึงต้องพูดคุยกันมากพอสมควร

สกน.ค้านร่าง รธน.ใต้กฎอัยการศึก

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ กลางใจเมืองเชียงใหม่ กลุ่มสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปภาคเหนือ (สกน.) ประมาณ 60 คน นำโดยนายจรัส ใหม่ยศ นายดิเรก กองเงิน นัดรวมตัวทำกิจกรรมจุดเทียนส่องรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนดูและถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด โดยนายวิรัตน์ พรหมสอน กรรมการ สกน.อ่านแถลงการณ์ต่อต้านการยกร่างรัฐธรรมนูญสรุปว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมจำกัดอำนาจของนักการเมือง และมุ่งเน้นเพิ่มอำนาจให้ระบบราชการ ไม่สอดคล้องกับข้อเสนอของภาคประชาชน ขอเรียกร้องว่าต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และจะคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ดังกล่าวอย่างถึงที่สุด จากนั้นจึงยื่นหนังสือให้นายเดโช ไชยทัพ อนุ กมธ.วิเคราะห์สิ่งแวดล้อม สปช. เพื่อส่งต่อไปยังนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันที่ 23 ก.พ.

25 ก.พ.สนช.นัดถกสอยอดีต 38 ส.ว.

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีคำสั่งให้นัดประชุม สนช.เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาวาระการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 38 คน ออกจาก ตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ประกอบ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เพื่อกำหนดวันเวลาการแถลงเปิดสำนวน หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่งสำนวนการถอดถอนความผิดอดีต 38 ส.ว.มาให้ สนช.ดำเนินการในกระบวนการถอดถอน

ส่งซิกลงมติถอดถอน 12–13 มี.ค.

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ วิป สนช. กล่าวถึงการประชุม สนช.วันที่ 25 ก.พ. เพื่อพิจารณาสำนวนถอดถอนอดีต 38 ส.ว.กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง ที่มา ส.ว.โดยมิชอบว่า วันที่ 25 ก.พ.จะเป็นวันแถลงเปิดสำนวนของทั้งฝ่าย ป.ป.ช.และอดีต 38 ส.ว. พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม 9 คน จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ จึงเข้าสู่ขั้นตอนที่คณะกรรมาธิการซักถามจะทำหน้าที่ตั้งคำถามซักถามคู่กรณีสองฝ่ายแทนสมาชิก สนช. และอีก 1 สัปดาห์ต่อมา จะเข้าสู่ การแถลงปิดสำนวน หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 3 วัน สนช. จะลงมติถอดถอนในคดีดังกล่าว คาดว่าหากอดีต ส.ว. ทั้ง 38 คนไม่ขอแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองทุกคน จน ทำให้กระบวนการพิจารณายืดเยื้อ สนช. น่าจะลงมติถอดถอนได้ประมาณวันที่ 12 หรือ 13 มี.ค.

ใช้คดี “สมศักดิ์–นิคม” เทียบเคียงไม่ได้

นพ.เจตน์กล่าวว่า เท่าที่ทราบฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาจะส่งตัวแทน 3 คน เป็นผู้แถลงเปิดคดี กระบวนการถอดถอนก็จะไม่ยืดเยื้อ แต่ไม่ทราบว่าสุดท้ายแล้วอดีต ส.ว. 38 คน จะเปลี่ยนใจขอใช้สิทธิแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองทุกคนหรือไม่ เมื่อถามว่า กรณีอดีต 38 ส.ว.จะใช้คดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่ สนช.ลงมติไม่ถอดถอนมาใช้เป็นบรรทัดฐานได้หรือไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ เพราะรายละเอียดทั้งสองคดีไม่เหมือนกัน คดีนายสมศักดิ์และนายนิคมถูกถอด ถอนกรณีปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานที่ประชุมที่ตัดสิทธิผู้อภิปรายจำนวนมากโดยไม่ถูกต้อง แต่คดี 38 อดีต ส.ว.มีการแบ่งประเภทการกระทำผิดเป็นเรื่องการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การลงมติรายมาตรา และการลงมติในวาระ 3 เข้าข่ายการลงมติเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของตัวเอง ข้อเท็จจริงจึงแตกต่างจากกรณีนายสมศักดิ์และนายนิคม

สนช.รอดูท่าทีก่อนส่งคำถาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยื่นญัตติซักถามของ สนช. หลังจากที่ประชุม สนช.เริ่มเปิดให้สมาชิก สนช.ยื่นซักถามตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. ซึ่งเป็น วันแรกที่ดำเนินกระบวนการถอดถอนอดีต ส.ว. 38 คน และจะครบกำหนดวันสุดท้ายที่ สนช.จะยื่นญัตติซักถามในวันที่ 27 ก.พ. ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีสนช.คนใดยื่นญัตติซักถามแม้แต่คนเดียว ทุกคนจะขอฟังคำแถลงเปิดสำนวนคดีของ ป.ป.ช.และอดีต 38 ส.ว.ก่อนจะยื่นญัตติซักถาม

38 ส.ว.โต้ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนแก้ รธน.

ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี หนึ่ง ใน 38 ส.ว.ที่ถูกยื่นถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ กล่าวว่า ขณะนี้อดีต 38 ส.ว. เตรียมข้อมูลต่อสู้คดีต่อ สนช.ไว้หมดแล้ว จะส่งตัวแทน 4 คน ได้แก่ ตน นายกฤช อาทิตย์แก้ว นายวิทยา อินาลา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง เป็นผู้แถลง เปิดสำนวน ตอบข้อซักถาม และแถลงปิดสำนวน โดยตนจะเป็นผู้สรุปในการแถลงเปิดและปิดสำนวน จะชี้แจงเรื่องข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการแก้รัฐธรรมนูญว่า เป็นการทำตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ระบุให้สามารถทำได้ ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะชี้แจงด้วยเหตุผล ไม่มุ่งทะเลาะกับใคร มั่นใจว่าสามารถชี้แจงให้ สนช.เข้าใจได้ไม่ หนักใจอะไร เพราะดูแล้วกรณีอดีต 38 ส.ว.มีเนื้อหาเบากว่าคดีของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาที่ สนช.ลงมติไม่ถอดถอนไปก่อนหน้านี้

รัฐโอ่มาถูกทางแก้ยางราคาตก

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานจัดเวทีระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ ครั้งที่ 1 โดยนายอำนวยกล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจจริงจะเร่งแก้ไขปัญหา เบื้องต้นได้ใช้มาตรการแก้ไขปัญหายางพารา 16 มาตรการระยะเร่งด่วนเพิ่มเติมและ ครม.อนุมัติงบประมาณ 6,000 ล้านบาท ใช้ในโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ใช้ซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันไม่อัดก้อน ยางแผ่นรมควันอัดก้อน และยางแท่ง STR 20 ทยอยส่งมอบให้รัฐบาลจีน หลายโครงการเดินหน้าตามแผนงานแล้ว แต่ยังมีบางโครงการ หรือบางขั้นตอนที่ล่าช้าติดขัดระเบียบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรฯได้รับอนุมัติงบฯจาก ครม.6,000 ล้านบาท นำมาขยายผลโครงการมูลภัณฑ์กันชนฯรอบ 2 แยกรับซื้อน้ำยางสดและยางก้อนถ้วย 2,000 ล้านบาท และรับซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควัน 4,000 ล้านบาท โดยจะเน้นรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อย กำหนดคุณสมบัติให้รัดกุมมากขึ้น พร้อมขยายจุดรับซื้อยางให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น

บี้สอบงบฯ 6 พันล้านเอื้อนายทุน

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่า ครม.มีมติอนุมัติเงินเพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท รวมทั้งสั่งเพิ่มจุดรับซื้อยางตลาดกลางอีก 8 จุด จากเดิมมีเพียง 6 จุดเท่านั้น อย่างไรก็ตามงบฯก้อนแรก 6,000 ล้านบาท ที่รับซื้อแทรกแซงราคายางก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการสมคบเอื้อประโยชน์ให้พ่อค้านายทุนเจ้าของโรงงานยาง ยังไม่มีการตรวจสอบความโปร่งใส จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติตามคำสั่ง คสช.ที่ 127/2557 เข้าร่วมตรวจสอบว่ารั่วไหลลงกระเป๋าใครบ้าง ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของกรรมการต่อต้านการทุจริต ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องเรียน มีคนชี้ช่องให้เช่นนี้แล้ว ขอให้เร่งตรวจสอบหาคนผิดมาลงโทษ

กปปส.ตั้งมูลนิธิระดมสมองปฏิรูป

วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เผยแพร่ประกาศจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา วิจัย สัมมนา ประชุม ระดมและรวบรวมความรู้หรือความคิดเห็นในรูปแบบใดๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เกี่ยวกับอนาคตของประเทศในทุกด้าน ติดตามวิเคราะห์สถานะของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความเป็นกลาง ไม่สนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด ขณะนี้อยู่ในช่วงเตรียมจัดทำบัญชี งานธุรการ รวมถึงเดินหน้าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม

สปช.พบชาวนามูลต้านบ่อก๊าซ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หมู่บ้านนามูล คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สปช. นำโดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวบ้านที่ชุมนุมต่อต้านการขุดเจาะก๊าซของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด หลังจากชาวบ้านรวมตัวกันต่อต้านและติดป้ายประท้วง ยืนยันคัดค้านและต่อต้านยืดเยื้อมากว่า 1 สัปดาห์ ขณะเดียวกันก็มีนายสมหมาย กาพล อายุ 56 ปี ชาวบ้านตอประดู่ ม.3 อดีตกำนันตำบลดูนสาด นำชาวบ้านในพื้นที่ 30 คน เดินทางมาถือป้ายสนับสนุนการขุดเจาะก๊าซอยู่ 30 นาทีแล้วสลายตัวไป โดยระบุว่ากลุ่มคนต่อต้านจริงๆมีชาวบ้านเพียงน้อยนิด แต่ปัญหาเกิดจากการยุยงของบุคคลภายนอก จากนั้นคณะ กมธ.ได้เดินทางไปดูจุดขุดเจาะบ่อก๊าซ ห่างจากหมู่บ้านไปร่วม 2 กม. ก่อนนำข้อมูลไปประกอบในการแก้ไขปัญหาและการปฏิรูปประเทศไทยต่อไป

“บิ๊กต๊อก” เสียงแข็งโต้รัฐบาล-คสช.ไม่เกี่ยวชี้นำคดี “ปู” ซัดกระทำผิด ก.ม.ก่อน คสช.เข้ามาชี้ศาลจะเป็นคนพิสูจน์ผิด-ถูก ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ ล็อกเป้าเชือด ทีมทนาย “ยิ่งลักษณ์” ถกนอกรอบวางแนวสู้ 23 ก.พ. ซักซ้อม 6 อดีต รมต. 22 ก.พ. 2558 01:33 22 ก.พ. 2558 04:20 ไทยรัฐ