วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสน่ห์ “เมืองแป้” ดินแดนนี้...ช่างมีมนต์ขลัง

กลับมาพร้อมเสน่ห์รัดรึงใจไม่รู้ลืมหลังได้ไปเยือนดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองเปิดไปสู่ถิ่นล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และทิวทัศน์ของขุนเขาเขียวขจีสวยงาม และแหล่งรวมแห่งศิลปกรรมชั้นเลิศที่ปรากฏอยู่ตามโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย

สถานที่แรกที่ได้ไปสัมผัส คือ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อ.เมืองแพร่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง จ.แพร่ และของภาคเหนือ ทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล หนึ่งในตำนานพระธาตุ 12 ราศี

พระธาตุช่อแฮนี้ ตามประวัติบอกว่า สร้างในสมัย พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ลักษณะเป็นเจดีย์รูปแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะแบบเชียงแสน องค์พระธาตุบรรจุพระเกศาและพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า

นอกเหนือจากองค์พระธาตุที่ยิ่งใหญ่แล้ว ภายในบริเวณวัดยังแวดล้อมด้วยโบราณสถานและปูชนียวัตถุสำคัญๆ เช่น องค์พระปฏิมาศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม พระเจ้าช่อแฮ พระเจ้าทันใจ พระพุทธเจดีย์โกไสย์ พระพุทธโลกนารถบพิตร (พระนาคปรก) พระพุทธรัชมงคลอุบลบพิตร พระอุโบสถ เจ้ากุมภัณฑ์ กรุอัฐิ และ รูปหล่อครูบาศรีวิชัย

นี่เองจึงมีคำกล่าวว่า “ไปเที่ยวเมืองแพร่ หากไม่ได้ไปอารามแห่งนี้ เสมือนหนึ่งไปไม่ถึง” ด้วยความสำคัญเช่นว่านี้ จ.แพร่จึงกำหนดให้องค์พระธาตุประดิษฐานอยู่บนหลังม้าเป็นตราสัญลักษณ์ของ จังหวัด

ออกจากพระธาตุช่อแฮ เรามุ่งหน้าสู่ “พระธาตุอินทร์แขวน” ที่บ้านนาคูหา ต.สวนเขื่อน อ.เมืองแพร่ ซึ่งเป็นองค์จำลองจากพระธาตุไจทก์ทีโย หรือพระธาตุอินทร์แขวนในพม่า รูปทรงของพระธาตุมีลักษณะคล้ายหินก้อนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูง ความสวยงามไม่แพ้พระ– ธาตุอินทร์แขวนองค์จริงในพม่า แถมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของประเทศไทย และอันดับ 1 ของ จ.แพร่ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้ชมกด LIKE เป็นอันดับที่ 2 รองจากวัดพระธาตุช่อแฮ

ซึ่งการมีสถานที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ในเมืองไทย คงต้องยกคุณความดีทั้งหลายให้แก่ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ซึ่งท่านมีดำริให้ ท่านเจ้าคุณพระวิมลกิจจารณ์ ก่อ สร้างจนสำเร็จลุล่วงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมไม่ขาดสายยามนี้

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่พลาดไม่ได้ คือ “วัดจอมสวรรค์” วัดพม่าเก่าแก่อยู่ไม่ไกลจากศาลากลาง จ.แพร่ สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ลักษณะการสร้างสะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามของพม่า หลังคาซ้อนลดหลั่นเป็นชั้นประดับลวดลายฉลุ ตัวพระอารามเป็นไม้สักทั้งหลัง เพดานและเสาฉลุไม้ประดับกระจกสีงดงามวิจิตรบรรจง ที่สำคัญยังมีพระพุทธรูปสานด้วยไม้ไผ่ลงรักปิดทองเหลืองอร่าม พระพุทธรูปงาช้าง คัมภีร์งาช้างจารึกอักษรพม่าที่หาชมได้ยากยิ่ง

จากจุดนี้ขับรถลัดเลาะมุ่งหน้าไป อ.เด่นชัย เพื่อสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งที่ 4 นั่นคือ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี ที่สะท้อนให้เห็นความงดงามของศิลปะล้านนาผสมผสาน โดยจำลองวัดที่สำคัญๆของภาคเหนือและประเทศอื่นๆ เช่น พม่า จีน ลาว เข้ามาไว้ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยศิลปะปูนปั้นที่มีความอ่อนช้อย ภายในมี พิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ สร้างด้วยไม้สักจากเรือนหลังเก่า 14 หลัง จัดแสดงโบราณวัตถุของหัวเมืองฝ่ายเหนือไว้มากมาย

ไหว้พระจนอิ่มบุญแล้ว ได้เวลาแวะพักเหนื่อย ที่ถนนยันตรกิจโกศล มีร้านกาแฟน่ารักๆ ชื่อ “Tree Park Coffee” ร้านนี้นอกจากกลิ่นกาแฟจะหอมกรุ่น พอๆกับรสชาตินุ่มแต่เข้มได้ใจแล้ว บรรยากาศในร้านยังเป็นสไตล์ผสมผสาน ที่เจ้าของร้านออกไอเดียนำสิ่งของเครื่องใช้ไม้สักมาตกแต่งจนแลดูสวยงามตามเทรนด์คนรุ่นใหม่ แวดล้อมด้วยสระน้ำและวิวทิวเขา อ้อ! กาแฟร้านนี้เขาได้รับการโหวตให้เป็นร้านกาแฟยอดนิยมของ จ.แพร่ ดึงผู้คนให้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง

จิบกาแฟพอทำให้สมองตื่น ใจสดชื่นแล้ว เราวกกลับเข้าเมืองเป้าหมายอยู่ที่ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ อาคารโบราณที่สร้างโดย เจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่คนสุดท้าย (สมัยรัชกาลที่ 5)

จุดเด่นเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นโอ่โถง ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงท่อนเป็นตัวรองรับฐานเสาทั้งหลัง งดงามด้วยลวดลายไม้แกะฉลุบนประตูหน้าต่าง ซึ่งมีทั้งหมด 72 บาน ชั้นล่างใช้เป็นที่คุมขังทาสที่กระทำความผิด

คุ้มแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับแรมของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คราวเสด็จฯเยี่ยมราษฎร จ.แพร่ ยิ่งไปกว่านั้นใน พ.ศ.2501 ยังได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ

ใกล้ๆกันมีอาคารเก่าแก่อีกหลัง ชื่อว่า “บ้านวงศ์บุรี” เป็นเรือนปั้นหยาสองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ที่ เจ้าพรหม และ เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ให้ช่างจีนสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2440 แน่นอนจึงโอฬารไปด้วยลวดลายไม้แกะสลักประดับตัวบ้านที่หน้าจั่ว ชายคา ระเบียง ช่องลม หน้าต่างประตู ภายในตกแต่งด้วยของใช้เก่าแก่ของตระกูลที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุ เช่น เครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา เอกสารซื้อขายทาส ซื้อขายเพชร ฯลฯ

ทายาทรุ่นที่เท่าไหร่ไม่รู้ของเจ้าของบ้านบอกว่า ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง ที่โด่งดังมากๆเห็นจะเป็นละครเรื่อง “รอยไหม” ที่ใช้ที่นี่เป็นที่ถ่ายทำเกือบทั้งเรื่อง นอกจากนี้ บ้านวงศ์บุรียังเป็นสถานที่จัดงานขันโตกและงานมงคลสมรสของหนุ่มสาวที่ต้องการบรรยากาศแบบพื้นเมืองสมัยโบราณด้วย รวมทั้งได้รับรางวัล อนุรักษ์ดีเด่น ในปี พ.ศ.2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชินูปถัมภ์

นอกจากวัด คุ้มเจ้าหลวง บ้านเก่าแก่แล้ว หาก มีเวลาเหลือเมื่อมาเที่ยวเมืองแพร่ แนะนำให้แวะไปเที่ยว อุทยานแพะเมืองผี ต.น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่ ไปดูประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ จากการกัดเซาะตามธรรมชาติของกระแสน้ำเป็นเวลานานทำให้พื้นที่กลายเป็นที่สูงๆ ต่ำๆ เป็นหน้าผา และเสาดิน ลักษณะแตกต่างสลับกันไป เช่น ดอกเห็ด หน้าผา ดูแล้วแปลกตายิ่งนัก

งานนี้ ศักดิ์ สมบุญโต พ่อเมืองแพร่ ภูมิใจนำเสนอของดีและเสน่ห์อันเป็นมนต์ขลังของเมืองแพร่ โดยเลือกสถานที่ที่เป็นซิกเนเจอร์มาบอกกล่าว แบบที่เรียกว่ามากี่ครั้งก็ยังต้องในมนต์

ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากคนที่รักด้วยสินค้าขึ้นชื่อ นั่นก็คือ ผ้าหม้อ ห้อม อุตสาหกรรมในครัวเรือนของเมืองแพร่ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนทำให้แพร่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ส่วนผู้ที่รักสุขภาพจะหยิบจับน้ำผึ้งแท้ๆ ติดมือไปฝากญาติมิตร รับรองว่าได้น้ำผึ้งแท้ๆไม่มีย้อมแมวแน่นอน

กลับจากแพร่คราวนี้ ได้สิ่งดีๆกลับมามากมาย อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า เมืองที่อยู่ไกลๆประมาณต้องไต่ภูเขาขึ้นไปเที่ยวอย่างเมืองแพร่ กลับมีแต่หัวใจของมิตรภาพง่าย เงียบ เรียบ งาม

ผิดกับเมืองใหญ่ๆ ที่แม้อยู่ใกล้แต่หัวใจกลับห่างไกลเสียเหลือเกิน.....!!!

21 ก.พ. 2558 11:04 ไทยรัฐ