วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะท้อนกลับปฏิรูปตร. เสนอยุบก.ต.ช. ตัดการเมืองเด็ดขาด

“ต้องถามก่อนว่าการปฏิรูปแล้วได้ประโยชน์อะไรกับประชาชนแค่ไหนในสิ่งที่เข้ามาปฏิรูปองค์กรตำรวจ เพราะเชื่อมั่นเสมอว่าไม่มีใครจะรู้หรือเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ ความ รู้สึก ปัญหาอุปสรรคของพวกเราดีเท่ากับพวกเรากันเอง ตำรวจทุกนายพร้อมน้อมรับการเปลี่ยน แปลงถ้าการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดตำรวจมีส่วนได้รับผลประโยชน์ ตราบใดที่พวกเราไม่มีขวัญ ไม่มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ไฉนเลยจะมีกำลังกาย กำลังใจไปดูแลความผาสุกของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่คิดปฏิรูปคิดแต่ผ่าตัด เราจะร่วมกันใช้วิกฤติตรงนี้ เป็นโอกาสบอกกับคนที่จะมีส่วนเข้ามาในการปฏิรูปตำรวจหรือบอกสังคมให้ทราบว่าตำรวจเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาไม่โทษไม่ว่าใคร เพราะทุกอย่างถูกกำหนดไว้เช่นนั้น”

เป็นคำพูดชัดถ้อยชัดคำของผู้นำตำรวจ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบงานตำรวจ นำความคิดเห็นของตำรวจเสนอต่อรัฐบาล

ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นความคาดหวังของประชาชน ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม

ทุกเวทีกล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มบุคคลที่เป็นขาประจำ หรือคนที่ต้องการอาศัยเวทีนี้พูดถึงการปฏิรูปตำรวจ

คนนอก นักวิชาการ อดีตตำรวจ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งล้วนมีความเห็น แม้อดีตผู้บังคับบัญชาหลายคนที่อยู่ในตำแหน่งไม่เคยเสนอแนวคิดไว้เลยในการปฏิรูปตำรวจให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

พล.ต.อ.สมยศนำแนวคิดที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ได้ไปศึกษาดูงานตำรวจ เยอรมัน อดีตเป็นตำรวจที่สนองการเมืองให้อดีตผู้นำประเทศ “ฮิตเลอร์” ทำให้ประชาชนเกลียด

จนผู้นำประเทศเยอรมันยอมลดอำนาจ “ปลดแอกการเมือง” ทำให้ตำรวจเป็นที่ยอมรับ

เป็นอีกงานที่ได้เห็นบทบาทความเป็นผู้นำของ พล.ต.อ.สมยศ ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและเห็นใจความรู้สึกของพี่น้องตำรวจ ไม่ทอดทิ้งให้องค์กรตำรวจถูกคนนอกที่มีอคติหรือไม่สนใจรับฟังข้อมูลฝ่ายตำรวจเข้ามาทำอะไรได้ตามอำเภอใจ

เป็น ผบ.ตร. คนแรกที่เป็นเสาหลักปกป้ององค์กรตำรวจให้พัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

พล.ต.อ.สมยศได้แบ่งคณะทำงานเป็น 6 คณะ มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกัน จะต้องศึกษามีอะไรที่ตำรวจจำเป็นหรือมีอะไรที่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเหลียวหลังกลับมาดูแล เรื่องงบประมาณ เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการ มีความเหมาะสมกับภารกิจที่ตำรวจได้รับเสนอต่อรัฐบาล

จากที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าตำรวจเป็นเครื่องมือของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ตำรวจรับใช้นักการเมืองหรือวิ่งเข้าหานักการเมืองเพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ต้องยอมรับว่าโครงสร้างการบริหารงานตำรวจมี ก.ต.ช.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ ก.ตร. ที่มีรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงเป็นประธาน การแต่งตั้งโยกย้าย หรือดำเนินการใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีนโยบายหรือนักการเมืองมากำกับดูแล

ผู้มีอำนาจมาจากพรรคการเมืองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ข้าราชการตำรวจซึ่งหวังจะมีความเจริญก้าวหน้า ย่อมวิ่งหาผู้มีอำนาจ เพราะผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษหรือสร้างความก้าวหน้าให้กับเขาได้

ถือเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ต้องวิ่งหาความเจริญก้าวหน้าหรือความสุขใส่ตัว

หากจะให้ตำรวจปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ไม่ทำให้ตำรวจวิ่งเข้าไปรับใช้นักการเมือง สิ่งที่จะต้องปฏิรูปซึ่งเป็นข้อสรุปของการสัมมนาตำรวจคือจะทำอย่างไรที่จะปิดกั้นหรือไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองหรือพรรคการเมืองเข้ามาแทรกแซงในกิจการตำรวจ คือการยุบ ก.ต.ช.และประธาน ก.ตร.ควรเป็นตำรวจทำแบบเดียวกับ กต.และ กอ.ของอัยการและศาล

เป็นทางออกเดียวทำให้ตำรวจปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง

“ผมเชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนผม ในอดีตตำรวจไม่มีอิสระหรือตำรวจได้รับข้อครหามาโดยตลอดว่า ตำรวจฝักใฝ่นักการเมือง รับใช้นักการเมือง นักการเมืองใช้ตำรวจเป็นประโยชน์ คนที่เข้ามาปฏิรูปต้องรู้ว่าต้องเอานักการเมืองหรือเอาการเมืองออกไปจากตำรวจ ผมคิดแบบง่ายๆ ยุบ ก.ต.ช.ทิ้ง เหลือแต่ ก.ตร.หัวโต๊ะประธาน ก.ตร.ต้องเป็นตำรวจเท่านั้น มีโอกาสเดียวทำได้คือวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สรุปในการสัมมนาจะนำเสนอนายกรัฐมนตรี และจะบอกท่านว่าถ้าท่านทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ท่านคือวีรบุรุษที่จะนั่งอยู่ในหัวใจตำรวจตลอดไป”

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศกล่าวเปิดใจกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” อย่างตรงไปตรงมา

“การถ่ายโอนอำนาจ ตำรวจไม่เคยชี้แจงหรือชี้แจงบอกคนอื่นก็ไม่มีใครฟังว่าบางหน้าที่หรือบางภารกิจ ตำรวจไม่ได้อยากเก็บไว้ แต่หน่วยงานที่ต้องรับไปดำเนินการไม่ยอมรับ จะทำบันทึกนายกรัฐมนตรี ช่วยไปแจ้งหัวหน้าหน่วยงานหรือกระทรวง ทบวง กรม เหล่านั้นได้โปรดมารับภารกิจที่ท่านได้ทิ้งไว้ หรือได้ให้ตำรวจทำอยู่นี้คืนไปด้วย สังคมจะได้รู้เสียทีว่าตำรวจไม่ได้บ้าอำนาจ อยากจะเก็บอำนาจไว้ แท้จริงหน่วยงานเหล่านั้นต่างหากที่ไม่อยากเอาไป”

“หากกระจายอำนาจนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น แต่ต้องถามองค์กรส่วนภูมิภาค มีความพร้อมที่จะรับเอาตำรวจไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมไหมที่จะรับเอาตำรวจไปอยู่ พร้อมในที่นี้หมายถึงพร้อมทุกด้าน ความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะการที่นำตำรวจซึ่งเป็นผู้ทำงานด้านกฎหมาย ให้คุณให้โทษแก่พี่น้องประชาชนและมีอาวุธ ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเราทราบกันดีว่าผู้นำองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อยากให้รัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักให้ดี”

“เมื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นแล้วเราต้องหันกลับมามองตัวเราเอง ที่ผ่านมา ทำไมสังคมถึงไม่ยอมรับเรา ประชาชนไม่ยอมรับเรา ตำรวจเครดิตต่ำ หรือไม่มีเครดิต ทำอะไรก็ดูไม่ดีไปหมด ขัดหู ขัดตา เราต้องกลับมามองตัวเราจะแก้ไขปรับปรุงตัวเองอย่างไร ทำอย่างไรให้การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่พึงพอใจของพี่น้องประชาชน ถ้าทำได้ ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ ความศรัทธา จะบังเกิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

พล.ต.อ.สมยศลำดับความคิดในการเปลี่ยนแปลงตำรวจเพื่อเป็นที่รักของประชาชน

“เป็นโอกาสที่ดีที่สุดตรงแนวคิดตั้งใจที่จะน้อมรับการเปลี่ยนแปลงสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เพราะอะไรที่เป็นความรู้สึกติดลบในสายตาพี่น้องประชาชน ตำรวจพร้อมปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้นไม่เดินหน้าออกมา แล้วบอกว่าเราพร้อมจะรับการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน แต่เรากำลังศึกษา สัมมนากันเพื่อศึกษาหาแนวทางหรือหาวิธีการที่จะปฏิรูปเพื่อทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด”

“แต่ที่สำคัญที่สุดคือประชาชนต้องได้รับประโยชน์ และการปฏิรูปใดๆที่เกิดขึ้นข้าราชการตำรวจขอมีส่วนรู้เห็น มีส่วนร่วมในการปฏิรูป เพราะเชื่อมั่นเสมอว่าคงไม่มีใครที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนการดำเนินชีวิตเท่ากับตำรวจด้วยกัน เป็นวิธีการที่ตำรวจสามารถปฏิบัติได้ เพราะตราบใดที่ตำรวจปราศ จากขวัญกำลังใจที่ดี จะเอาความรู้ความสามารถจากไหนช่วยพี่น้องประชาชนได้ ในเมื่อตัวเองยังเอาตัวไม่รอด หรือไม่มีความสุข ไม่มีขวัญและกำลังใจ ผมสัญญากับเพื่อนตำรวจว่าเราจะพร้อมกันมอบความรัก สร้างศรัทธาให้กับพี่น้องประชาชน”

ไม่ค่อยได้เห็นอดีต ผบ.ตร.คนไหนที่พูดอะไรแบบชัดเจนในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ใน อดีต ผบ.ตร. ส่วนใหญ่ยอมโอนอ่อนผ่อนไปตามกระแสการเมือง เพื่อรักษาเก้าอี้ ก้มหน้าปล่อยให้ “คนนอก” ซึ่งไม่มีความรู้ความเข้าใจตำรวจ บางคนมีอคติ ต้องการลดอำนาจตำรวจเพื่อเข้ามาแทรกแซงเต็มตัว

สวนแนวคิด พล.ต.อ.สมยศ ในการเปลี่ยนแปลงตำรวจให้เป็นที่รักของประชาชน เลยทำให้ผู้นำตำรวจต้องออกมายืนปกป้องหน่วยเพื่อไม่ให้กระทบพี่น้องประชาชน

ไม่ทอดทิ้งปล่อยตำรวจผู้ปฏิบัติตกอยู่ในสภาพ “เบี้ยล่างนักการเมือง”.

ทีมข่าวอาชญากรรม

21 ก.พ. 2558 11:01 21 ก.พ. 2558 11:03 ไทยรัฐ