วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“โซนี่” ปรับกระบวนทัพ

แบรนด์ “โซนี่” กับกลุ่มคนรุ่นเจนเอ็กซ์ที่มีภาพลักษณ์การเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกับการนำสิ่งประดิษฐ์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมานาน ที่โดดเด่นมากที่สุดหนีไม่พ้น โทรทัศน์สี เครื่องเล่นวีดิโอ เครื่องฟังเพลงพกพา “วอล์กแมน” และเครื่องเล่นซีดี เป็นต้น เป็นผู้นำธุรกิจของโลกมายาวนาน

แต่เมื่อกระแสการวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี เข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ต สังคมออนไลน์ยุคของสมาร์ทโฟนในยุตของกลุ่มคนเจนวายและแซด ในปัจจุบัน “โซนี่” จะไม่ใช่แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่อีกต่อไปเหมือนในอดีตอีกแล้ว

เมื่อล่าสุด ผู้บริหาร “คาซูโอ ฮิราอิ” ซีอีโอของโซนี่ออกมาตัดสินใจที่จะแยกธุรกิจด้านเสียงและวีดิโอ ออกจากบริษัทแม่ รวมถึงเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์กับพวกเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา ซึ่งเมื่อแยกออกไปแล้วก็จะสามารถดำเนินงานด้วยตนเองได้มีอิสระมากขึ้น เพื่อทำการลดขนาดบริษัทให้เล็กลงเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินการกับเป้าหมายที่จะนำโซนี่กลับมาให้มีผลกำไรอีกครั้ง

หลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อเสียงโด่งดังประสบปัญหาการขาดทุนมานานกว่าสิบปี พร้อมเน้นสร้างการเติบโตในธุรกิจที่สร้างผลกำไรได้คือ ธุรกิจเกมเพลย์สเตชั่น, ธุรกิจบันเทิงคือธุรกิจภาพยนตร์และเพลงและขายธุรกิจเซ็นเซอร์รับภาพให้แอปเปิ้ลเพื่อนำไปใช้ในไอโฟน

ก่อนหน้านี้ ทางโซนี่ก็ได้ทำการแยกธุรกิจทีวีออกมาจากบริษัทแม่ รวมทั้งการขายกิจการแผนกคอมพิวเตอร์ “ไวโอ้” ออกไป และการยกธุรกิจดังกล่าวออกไปทำให้โซนี่ไม่เหลือกิจการหลักเดิมที่เคยสร้างชื่อเสียงมายาวนาน ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารยังออกมาระบุถึงความเป็นไปได้ถึงการพิจารณาการขายธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นธุรกิจที่เป็นภาระการขาดทุนให้โซนี่มากที่สุด รวมถึงการพิจารณาขายธุรกิจทีวีออกไปให้ชาวบ้านด้วยเช่นกัน

เป้าหมายของโซนี่ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะกลับมาสร้างกำไรได้ถึง 5 แสนล้านเยน หรือ 1.37 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับในปีงบประมาณล่าสุดที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้กับผลกำไรระดับ 2 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 5,460 ล้านบาท

ก็ต้องเอาใจช่วยกันต่อไปกับการต่อสู้ทางธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วมาก ขณะที่กระแสการรับรู้ทางด้านแบรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!

หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th

21 ก.พ. 2558 10:43 21 ก.พ. 2558 10:45 ไทยรัฐ