วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลังเร้นลับ..เวียงเศรษฐี สู่มิติความดี...ถึงปัจจุบันชน

บริเวณหลักเมืองเวียงเศรษฐี.

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน....มีการจัดประกวด “มาร์ซชิ่งความดี” ระดับชาติขึ้น ณ ศูนย์การค้า แฟชั่นไอส์แลนด์ มีโรงเรียนจากทั่วทุกภูมิภาคเข้าแข่งขันเพื่อชิงในความดีที่เป็นเด่น...

โรงเรียนเวียงเศรษฐีวิทยา ต.หนองแฝก อ.สารภี ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่เข้าแข่งขันในครั้งนี้ด้วย และก็ได้รับ รางวัลเหรียญเงิน กลับไปฝากชนในท้องถิ่น...

นักเรียน โรงเรียนเวียงเศรษฐีวิทยา เชื่อกันว่าชัยชนะในครั้งนี้นอกจากความเพียรในการฝึกฝนแล้ว พวกเขายังมั่นใจว่าได้รับพลัง (อันเร้นลับ) จาก “เวียงเศรษฐี” ซึ่งอยู่ในปริมณฑลโรงเรียนฯส่งแรงบันดาลให้ด้วย แม้จะไม่ถึงขั้นสุดยอดของประเทศ....แต่มันก็ได้สร้างความภูมิใจ ในความสำเร็จ

ด้วยความเลื่อมใสและ เชื่อมั่น เพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดๆ ครูอาจารย์ ชาวบ้านและผู้ปกครอง มัก พาไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมืองโบราณ แห่งนี้ ซึ่งก็จะได้รับ พลังอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ให้สำเร็จและสมหวังตามที่ตั้งใจ....แรงศรัทธาและเลื่อมใสจึงเชื่อมต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน..!!

พระฐิติพงศ์ ฐิตญาโณ สงฆ์แห่งวัดหนองแฝก เป็นคนพื้นเพเดิมตั้งแต่กำเนิดเล่าถึงความเป็นมาว่า....เวียงเศรษฐีเป็นบ้านของ “กุมภการ” ช่างปั้นหม้อชาวลัวะผู้มีฐานะมั่งคั่ง โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีเป็นเศษหม้อดินเผาที่หักพังเป็นหลักอยู่เกลื่อนพื้นที่ แม้ขุดลึกลงไปกว่า 2 เมตรก็ยังพบอยู่ทั่วบริเวณ

ว่ากันว่า....เป็นเมืองโบราณอายุคราวเดียวกับเวียงกุมกาม ครั้งเมื่อพระพุทธองค์เสด็จผ่าน “กุมภการเศรษฐี” ได้สร้างกุฏิถวายเป็นที่ประทับ พระองค์ ทรงลูบพระเศียรได้เกศามาหนึ่งองค์ พระราชทานให้..

กุมภการเศรษฐี..จึงอัญเชิญใส่ในผอบทองคำแล้วบรรจุลงหลุมลึก 101 วา เหล่าชาวลัวะได้ร่วมอนุโมทนาด้วยการนำเอาสมบัติ แก้ว แหวน เงินทองของมีค่าถวายบูชาในหลุม... แล้ว ก่อเจดีย์สูง 7 ศอกครอบ

....ปัจจุบันต้นโพธิ์ขึ้นคลุมพระเจดีย์แผ่รากไว้โดยรอบแต่เว้นช่องเป็นรูลึก เชื่อว่าเป็นทางลงถึงบริเวณห้องฝังสมบัติ...!!

แม่อุ้ยวาน รินคำ อายุ 106 ปี (เพิ่งเสียชีวิตเมื่อก่อนตรุษจีนไม่กี่วัน) ชาวบ้านหนองแฝก เล่าว่า....เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กมี แม่เลี้ยง (ภาษาเหนือใช้เรียกผู้อยู่ในฐานะมั่งคั่ง) คนหนึ่ง อยู่ในฐานะร่ำรวยของตำบล เกิดความโลภพาญาติพี่น้องแอบเข้าไปขโมยเอาสมบัติ ต่อมาไม่นานวิถีชีวิตมีอันเป็นไปด้วยการเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ 3 วันดี 4 วันไข้ ทรัพย์สินเงินทอง ไร่นาที่เคยมีก็ถูกพวกพ้องผลาญจนสิ้นเนื้อประดาตัว...

ท้ายสุดก็ ป่วยด้วยโรคคุดทะราด เรื้อรัง สังคมในหมู่บ้านรังเกียจ...กระทั่ง เสียชีวิตอย่างทรมาน..

จากนั้นเป็นต้นมา....ไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปในขุมสมบัติ ช่องทางนั้นจึงค่อยๆปิดตัวเองลง ปัจจุบันเหลือเพียงรูกว้างราว 50 เซนติเมตร ไว้เป็นร่องรอยและหลักฐานให้ชนรุ่นหลังที่ศรัทธาได้ตระหนักถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งยังคงมีพลังเข้มขลังด้วยแรงอาถรรพณ์...

อาจารย์พรทิพย์ ใจเดช ครูชำนาญพิเศษโรงเรียนเวียงเศรษฐีวิทยา เสริมในความเลื่อมใสเชื่อมต่อจากชาวบ้านว่า.....โรงเรียนนี้ได้สร้างขึ้นเมื่อปี 2524 โดยเช่าพื้นที่ 16 ไร่ของเวียงเศรษฐี....

ช่วงแรกๆ....นักเรียนที่จะไปโรงเรียนได้รับความลำบาก บางครั้งต้องลุยโคลนลึกถึงครึ่งแข้ง ชาวบ้านไม่ให้ลูกหลานมาเรียนที่นี่ ต่อมา แม่เลี้ยงนงนุช นามวงศ์ กับ พ่อเลี้ยงวิชัย ห่านประภา 2 สามีภรรยาได้ให้ความช่วยเหลือ สร้างถนนคอนกรีต จากชุมชนถึงโรงเรียนและ หอบูรพาจารย์เทพทันใจ “เสาหลักเมืองเวียงเศรษฐี” ให้ชาวบ้านได้เข้าไปกราบไหว้ โบราณสถานเวียงเศรษฐีได้สะดวก

และ...ให้ทุนการศึกษานักเรียนทุกๆปี ชาวบ้านจึงได้สนับสนุนส่งลูกหลานเข้าไปเรียน....

อาจารย์พรทิพย์ยังเล่าต่อว่า โบราณสถานฯกับโรงเรียนอยู่ใกล้ชิดเรียกว่าเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งหากมีกิจทางศาสนาหรือประเพณี นักเรียนก็จะเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างกลมกลืนและลงตัว ซึ่งสร้างความกระชับแน่นเป็น “บวร” คือ...บ้าน วัด โรงเรียน

แต่ก็มีบางครั้ง...กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กๆซึ่งอยู่ในวัยซุกซน ที่อาจทำอะไรที่เลยเถิดก็ได้รับการลงโทษให้หลาบจำด้วยการทำให้ เจ็บป่วยไข้โดยไม่รู้สาเหตุ ซึ่งมักจะพบบ่อยครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองเมื่อเจอกับภาวะแบบนี้ก็มักจะสอบถามถึงต้นเหตุว่าช่วงกลางวันลูกหลานไปทำอะไรล่วงเกิน บ้าง...

อย่างเช่น...ไปทำเปื้อนเปรอะสถานที่ เตะฟุตบอลโดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเขตเวียงโบราณเสียหาย หรืออื่นๆที่ไม่เหมาะไม่ควร....ฯลฯ

O O O

ก็เป็นที่รู้กันว่า..... หากมีอาการแบบนั้นเกิดขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองจะนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดขอขมา จากนั้น ลูกเต้าก็จะหายเป็นปกติในช่วงคืนนั้นเลย....โดยไม่ต้องไปหาหมอ

รูปธรรมและปรากฏการณ์นี้ได้สร้างความ “งึด” แก่ผู้ที่ได้สัมผัสหรือประสบเหตุ มันจึงเป็นแรงเพิ่ม-พูนทวีความเลื่อมใสศรัท-ธา และบันดาลใจให้ทุกๆ ครั้งที่มีการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี หรือกิจกรรมอื่นๆ

ก่อนผู้แข่งขันจะลงสนามจักต้องเข้าพึ่งแรงใจด้วยการขอพลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของโบราณสถานแห่งนี้ และก็ไม่เคยผิดหวัง...ส่วนจะได้ในระดับใดนั้นก็แล้วแต่..!!
(...เพราะผู้เข้าแข่งขันต้องมีความสามารถเป็นองค์ประกอบด้วย...)

O O O

พลังศรัทธาว่าปริมณฑลแห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โรงเรียนเวียงเศรษฐีวิทยาจึงไม่มีรั้วกั้น

.....นักเรียนเข้ามาโรงเรียนในช่วงเช้าจะไม่ยอมออกนอกปริมณฑล ไปไหนๆตลอดทั้งวัน และไม่มีการหนีเรียน เกกมะเหรกเกเร จะอยู่ในพิกัดจน กระทั่งโรงเรียนเลิก จึงจะกล้าก้าวย่าง ออกนอกอาณาบริเวณ...

.....มันจึงเป็น อีกหนึ่งมิติแห่งความดี ของ เวียงเศรษฐีวิทยา...!!

ก้อง กังฟู

21 ก.พ. 2558 09:48 ไทยรัฐ