วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

7 วัน หลังตรุษจีน

โดย บาราย

วัน 5 ค่ำของเทศกาลตรุษจีน ภาษาจีนเรียก พั่วอู่ (พั่วโหงว) เป็นวันยกเลิกการถือเคล็ดหลายอย่าง เช่น ห้ามใช้ของดิบปรุงอาหาร ต้องอุ่นอาหารเก่ากินให้หมด สิ่งที่ต้องทำทันที เริ่มปรุงอาหารใหม่ เอาขยะไปเททิ้ง และเริ่มทำกิจกรรม...ตามปกติ

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล บอกไว้ในหนังสือเทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า วัน 5 ค่ำ ยังเป็นวันรับไฉ่ซิ้ง เทพแห่งทรัพย์สินของจีนภาคใต้

แต่จีนกวางตุ้ง รับไฉ่ซิ้งตั้งแต่ 5 ทุ่มของคืนวันไหว้ตรุษจีน ลูกหลานจีนในไทยก็ไหว้ตามเป็นจำนวนไม่น้อย

วัน 6 ค่ำ เป็นวันทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ตักส้วมไปทำปุ๋ย ทำพิธีส่งผีแห่งความยากจน

วัน 6 ค่ำ จีนฮกเกี้ยนและไต้หวัน ถือเป็นวันประสูติกาลของซิงสุ่ยจู่ซือ เมืองไทยมีศาลของท่านชื่อศาลโจวซือกง อยู่ที่ตลาดน้อย

วัน 7 ค่ำ ถือเป็นวันมนุษย์

หนังสือของตงฟางซัว (พ.ศ.389-450) สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก กล่าวว่า วัน 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันไก่ วัน 2 ค่ำ เป็นวันหมา วัน 3 ค่ำ เป็นวันหมู วัน 4 ค่ำ เป็นวันแพะ วัน 5 ค่ำ เป็นวันวัว วัน 6 ค่ำ เป็นวันม้า และวัน 7 ค่ำ เป็นวันมนุษย์

มีหนังสือบันทึกถึง เทศกาลถิ่นจิงฉู่ สมัยราชวงศ์เหลียง ว่า พอถึงวันนี้ ประชาชนจะเอาผัก 7 อย่าง ต้มรวมกันเป็นแกงจืด...กิน เชื่อกันว่าจะช่วยขับโรคร้าย และอวยความสวัสดีมีชัย

นอกจากนี้ยังเอาไหมแพร 5 สี ตัดเป็นรูปคนประดับไว้ที่ฉากกั้นห้อง หรือไม่ก็เสียบไว้ที่ผม เป็นเคล็ดให้เกิดสิริมงคล

อาจารย์ถาวรบอกว่า ปัจจุบันชาวจีนแต้จิ๋ว ยังมีประเพณีผัดผักรวมมิตร 7 อย่างกิน ในวัน 7 ค่ำ เดือนอ้าย ส่วนชาวไต้หวันจะจุดเทียน 7 เล่ม เอาผลไม้ 3-5 สีไหว้เจ้า แล้วผัดหมี่เจกิน

ผัดผักรวมมิตร 7 อย่าง ของจีนแต้จิ๋วนิยมใช้ผักมีชื่อพ้องเสียงกับคำอันเป็นสิริมงคล

ขึ้นฉ่าย (คึ้ง-ขยัน) หอม (ชง-ฉลาด) กระเทียม (สึ่ง-คิดเก่ง) ผักกาดหัว (ไช้เท้า-เริ่มต้นอันรุ่งเรือง) กุยช่าย (กู้-ยั่งยืน) ซุนฉ่าย (ซุน-ฤดูใบไม้ผลิ เจริญงอกงาม) เก๋าฮะฉ่าย เข้ากับคนได้ดี (เป็นที่รักของคน)

หรือจะใช้ผักอื่นที่ชื่อเป็นเคล็ดมงคลก็ได้

วัน 8 ค่ำ เป็นวันบูชาดาว ตามหลักโหราศาสตร์จีน ถือว่ามนุษย์ทุกคนมีดาวเสวยอายุประจำปี แต่เป็นฤกษ์ทั้ง 28 นักษัตร ปีไหนดาว นักษัตรเสวยอายุ ก็ต้องบูชาดาวนักษัตรนั้น

วัน 8 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันดาราสันนิบาต ดาวทั้ง 28 นักษัตร มาชุมนุมกัน จึงจัดพิธีบูชาขอให้ดาวเหล่านี้คุ้มครอง

พิธีบูชาจัดที่ลานบ้าน ตอนกลางคืน นอกจากเครื่องเซ่นไหว้ทั่วไป สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือตะเกียงบูชาดาว ซึ่งอาจารย์ถาวร เรียกว่า ตารกชวาลา 49 ดวง หรือ 108 ดวง พร้อมด้วยขนมดาว ปั้นด้วยข้าวเหนียว

พอจุดตารกชวาลาครบ แต่ละคนก็จะเข้าไปกราบไหว้ ขอให้ดาวที่เข้าเสวยอายุประจำปีของตนคุ้มครอง จากนั้นเอาตารกชวาลา แยกย้ายไปวางไว้ตามสถานที่สำคัญทั่วบ้าน เช่น ประตู บ่อน้ำ เตาไฟ เรียกว่า “หว่านดาว”

บางคนอาจไปทำพิธีรวมกันที่วัดลัทธิเต๋า

สมัยก่อนที่อารามไป๋หยุนก้วน (วัดเมฆขาว) ที่ปักกิ่ง มีพิธีนี้ใหญ่โต พิธีนี้แพร่หลายในสมัยราชวงศ์ชิง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้จัดทำแล้ว แถบเมืองติ้งเซียง มณฑลซานซี ถือวันนี้เป็นวันบูชาโป๊ยเซียน (เซียน 6 องค์ของศาสนาเต๋า)

วัน 9 ค่ำ เป็นวันบูชาฉลองวันประสูติ เง็กเซียนฮ่องเต้ ประมุขแห่งสรวงสวรรค์ของคนจีน พิธีนี้เริ่มมีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง แพร่หลายในสมัยราชวงศ์หมิงเรื่อยมา ปัจจุบันยังได้รับความนิยมในไต้หวัน

การไหว้ต้องใช้ของดีพิเศษ ไก่ต้องเป็นไก่ตอน กระดาษไหว้ก็ทำขึ้นเพื่อพิธีนี้โดยเฉพาะ

วัน 10 ค่ำ เป็นวันกินฉลอง เพราะมีของเหลือจากวันไหว้เง็กเซียนฮ่องเต้มาก บางแห่งมีพิธีพิเศษ ชาวเมืองทิงโจว มณฑลฮกเกี้ยน เอาฟางฟั่นผูกเป็นวงกลมแขวนไหว้ที่ชายคา เชื่อกันว่าจะทำให้ปีนั้น ไม่มีลมพายุแรง

ชาวถิ่นหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง บ้านใดได้ลูกชายเมื่อปีที่แล้ว จะทำพิธีเบิกโคม ผู้เป็นพ่อจะซื้อโคมแปดเหลี่ยม แต่ละด้านมีภาพวาดเรื่องราวต่างๆ เรื่องโป๊ยเซียนอวยพร จอหงวนรับตำแหน่ง เอามาแขวนไหว้กลางห้อง

ตั้งป้ายสถิตวิญญาณบรรพชน แขวนโคมบริวารตามที่ต่างๆในบ้าน เป็นการเชิญเทวดาและวิญญาณบรรพบุรุษให้มาชุมนุม จากนั้นก็จุดธูปถวายสุราอาหาร และเครื่องเซ่นสังเวย ขอให้ช่วยคุ้มครองบุตรชาย

ผู้เป็นพ่อจะเบิกโคม เอามีดกรีดกระดาษที่โคมแปดเหลี่ยมออกด้านหนึ่ง...เป็นอันเสร็จพิธี

และวันนี้ ตายายจะต้องส่งเสื้อผ้าและของขวัญมาให้หลานชายด้วย

วัน 11 ค่ำ เป็นวันเชิญเขยของชาวไต้หวัน ถ้ามีหลานมาด้วย ตายายต้องทำพิธีคาดแถบเงินให้ โดยเอาไหมแดงร้อยเหรียญเงินเป็นพวง ผูกติดที่ชายเอี๊ยมตรงหน้าอกหลาน เป็นนิมิตหมายแห่งความมั่งคั่ง

ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้กระดาษแดงห่อเงิน ที่เรียกกันอั่งเปา

วัน 12 ค่ำ ชาวไต้หวัน เรียกว่าวันท้องเสีย คงเป็นด้วยกินมากมาตลอดตั้งแต่วันตรุษจีน สำหรับชาวจีนทั่วไป เป็นวันทำซุ้มแขวนโคมหยวนเซียว

วัน 13 ค่ำ เป็นวันแขวนโคมหยวนเซียว หญิงที่ไปเยี่ยมพ่อแม่ จะต้องกลับบ้านสามีให้ทันภายในวันนี้ ชาวเมืองซูโจวบูชาขุนพลหลิวเมิ่ง เทพเจ้าแห่งแมลงในวันนี้ เพื่อให้ช่วยควบคุมไม่ให้แมลงมากัดกินพืชไร่

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล สรุปทิ้งท้ายว่า หลังตรุษจีนบรรยากาศความรื่นเริงยังคงอบอวล อยู่จนถึงเทศกาลหยวนเซียว กิจกรรมตั้งแต่วัน 5 ค่ำ จนถึง 12 ค่ำ ถือเป็นกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ เชื่อมเทศกาลทั้งสองให้ต่อเนื่องกัน.

บาราย

21 ก.พ. 2558 07:51 ไทยรัฐ