วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธัมมชโยรอดมติมส.ไม่ได้ปาราชิก (ชมคลิป)

ไม่ฝ่าฝืนลิขิตของสังฆราชไร้เจตนาโกง

“ธัมมชโย” ไม่ต้องอาบัติ ปาราชิก มหาเถรฯยกมติ มส.ปี 2549 มาอุ้ม ชี้ไม่ฝ่า ฝืนพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช -ไม่มีเจตนาฉ้อโกง ถือว่าไม่มีความผิด ยันมหาเถรสมาคมยุคนั้นปฏิบัติตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชทุกประการ กลุ่มธรรมาธิปไตยยื่นหนังสือถึง ผอ.สำนักพุทธฯ จี้ตามเรื่องที่เคยร้องเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย “อวดอุตริมนุสธรรม”

มติมหาเถรสมาคมชี้แล้ว “พระธัมมชโย” ไม่ต้องอาบัติปาราชิก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุม การประชุมครั้งนี้มีการนำกรณีประเด็นปัญหาที่คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาทวงถามเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกายเข้าหารือ

ภายหลังการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ที่ประชุมนำมติ มส.เมื่อปี 2549 กรณีวัดพระธรรมกายเข้ามาหารือ พบว่าจากการดำเนินการตรวจสอบของเจ้าคณะผู้ปกครองในขณะนั้น พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ยอมรับและปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชในการคืนที่ดินทุกประการ และมหาเถรสมาคมในยุคนั้นได้พิจารณาว่า เมื่อได้ทยอยคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว จึงไม่มีเจตนาในการฉ้อโกง และมีมติในการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายให้กับท่าน

ชมคลิป



พระพรหมเมธีกล่าวต่อไปว่า เมื่อไม่มีเจตนาฉ้อโกง จึงถือว่าไม่ผิดพระธรรมวินัย ไม่ถือเป็นความผิด ถือเป็นอันยุติ ดังนั้นสถานะปัจจุบันของพระเทพญาณมหามุนียังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และดำรงสมณศักดิ์เช่นเดิม มหาเถรสมาคมจะมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯนำมติในครั้งนี้กรณีวัดพระธรรมกายไปชี้แจงยังคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาต่อไป สำหรับพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชในเรื่องดังกล่าว เป็นพระลิขิตของจริง สืบเนื่องจากขณะนั้นเกิดกรณีปัญหาข่าวของวัดพระธรรมกาย สมเด็จพระสังฆราชจึงมีพระลิขิตออกมา เพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่คณะสงฆ์ ซึ่งคณะสงฆ์ก็ปฏิบัติตามพระลิขิตดังกล่าวทุกประการ

พระพรหมเมธีกล่าวด้วยว่า อยากวิงวอนให้พุทธศาสนิกชนที่พิจารณารับข่าวสารจากสื่อที่มีความรวดเร็ว อาจมีข้อผิดพลาดได้ โดยเฉพาะขณะนี้ รัฐบาลเน้นสร้างความปรองดองของคนในชาติ จึงไม่อยากให้นำเรื่องที่ยุติลงแล้วมาพูดซ้ำ พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้มติตั้งคณะทำงาน ติดตามข่าวสารทางโลกที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย กรรมการมหาเถร คือ พระพรหมเมธี พระพรหมบัณฑิต พระพรหมสิทธิ พระธรรมบัณฑิต รวม 4 รูป นายจำนง สวมประคำ อดีตเลขาธิการวุฒิสภา และนายพิสิฐ เจริญสุข อดีตข้าราชการกรมการศาสนา

ภายหลังการประชุม มส.นายประจิณ ฐานังกรณ์ ประธานกลุ่มธรรมาธิปไตย ได้มายื่นหนังสือถึง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ผ่านทางฝ่ายสารบรรณ ติดตามกรณีที่เคยยื่นให้มีการตรวจสอบ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อวดอุตริมนุสธรรม เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2542 ทั้งนี้นายประจิณกล่าวว่า ต้องการมาติดตามเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่า มส.มีการพิจารณาเรื่องของวัดพระธรรมกาย ซึ่งตนเคยยื่นเรื่องร้องเรียนไว้เช่นกัน แต่เรื่องกลับเงียบหาย จึงมายื่นเรื่องทวงถามความคืบหน้าอีกครั้ง

วันเดียวกัน นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีมีลิขิตสมเด็จพระสังฆราชฯระบุชี้ขาดให้หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายปาราชิกตั้งแต่ปี 2542 ว่า เท่าที่จำได้ขณะนั้นคำสอนของธัมมชโยมีการกล่าวหาว่าคำสอนขัดกับพระไตรปิฎก จึงให้เลขาฯ มหาเถรนำเรื่องเข้าพิจารณา มหาเถรสมาคมมีมติมอบหมายให้พระพรหมโมฬีฯ วัดยานนาวาเป็นผู้พิจารณา มีคำสั่งให้เข้าพบและยืนยันว่าจะไม่สอบอีก ซึ่งเป็นการพิจารณาตาม พ.ร.บ.สงฆ์ เรื่องจึงยุติลง ส่วนกรณียักยอกเงินวัด มอบหมายให้อธิบดีกรมการศาสนาไปร้องทุกข์กล่าวโทษ คดีสู้อยู่นานจนสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี อัยการอ้างว่าได้คืนเงินให้วัดแล้ว จึงถอนคดีในนาทีสุดท้าย ในขณะนั้นนายพชร ยุติธรรมดำรง เป็นอัยการสูงสุด ทำให้คดีสิ้นสุดโดยที่ศาลไม่ได้ตัดสิน

ที่สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ดีเอสไอ สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น นำโดยนายธรรมนูญ อัตโชติ แกนนำชมรมฟื้นฟูสหกรณ์ พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 25 คน เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอชุดใหม่ในคดีนี้ นายธรรมนูญ กล่าวว่า ผู้เสียหายสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่นที่รวมกลุ่มกันในนามของชมรมฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มีกว่า 2,000 คน มีความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งหมดให้การกับดีเอสไอ มีความเชื่อมั่นมากขึ้นกับพนักงานสอบสวนชุดใหม่ แต่สมาชิกยังไม่ไว้ใจในกลุ่มผู้บริหารสหกรณ์ชุดปัจจุบัน ที่มีกรรมการชุดเก่าร่วมอยู่ด้วย จึงต้องการให้ดีเอสไอตรวจสอบแผนฟื้นฟูของสหกรณ์ฯควบคู่ไปด้วย

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนชุดใหม่ได้รับมอบสำนวนทั้งหมดแล้ว จึงเรียกสอบผู้เสียหาย โดยประเด็นสอบปากคำวันนี้ จะสอบถึงความเสียหายที่ได้รับและพฤติการณ์ โดยวันที่ 27 ก.พ. จะให้พนักงานสอบสวนแต่ละชุด มารายงานความคืบหน้าการติดตามคดี สำหรับการดูแลผู้เสียหายนั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการยึดทรัพย์สิน ส่วนกรณีที่ไปตรวจสอบบ้านของนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล เจ้าของบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เป็นการขยายผลจากคดี ได้มอบหมายให้ชุดติดตามทรัพย์สินไปสืบหาทรัพย์สินที่เหลือต่อไป ทั้งนี้ หากสมาชิกสหกรณ์ฯทราบว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น มีทรัพย์สินซุกซ่อนที่ไหนก็ให้แจ้งมายังดีเอสไอได้ เพื่อจะได้นำทรัพย์สินเหล่านั้นมาเฉลี่ยหรือบรรเทาความเสียหายให้กับสมาชิก

ขณะที่ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ชุดตรวจสอบร่องรอยการเงินในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น เผยว่า จากการตรวจสอบเช็คสั่งจ่ายเงิน 878 ฉบับ พบว่ามีบัญชีปลายทางมากกว่า 64 บัญชี แต่ต้องรอหลักฐานจากทางธนาคาร ซึ่งคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะได้เอกสารความเคลื่อนไหวทางการเงินจากทางธนาคารมาตรวจสอบ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนชุดเก่าได้เรียกผู้เกี่ยวข้องบางคนมาสอบปากคำแล้ว โดยในส่วนของพนักงานสอบสวนชุดใหม่ จะต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน ส่วนกรณีที่มีการสั่งจ่ายเช็คให้กับวัดพระธรรมกาย พนักงาน สอบสวนชุดเก่าได้เรียกตัวแทนของวัดพระธรรมกายเข้ามาสอบปากคำแล้ว ส่วนพนักงานสอบสวนชุดใหม่จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า จะมีความเกี่ยวข้องกับใครบ้าง และมากน้อยแค่ไหน หากพบมีความเกี่ยวข้อง ก็จะเรียกเข้ามาสอบปากคำอีก ทั้งนี้ เช็คที่นายศุภชัยมีการสั่งจ่ายให้กับวัดพระธรรมกายนั้น พบว่ามีการสั่งจ่ายให้กับทั้งในนามบุคคลและวัดพระธรรมกาย

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า การตรวจสอบติดตามธุรกรรมทางการเงินจากเช็คที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ที่มีการสั่งจ่ายเงินออกไป 878 ฉบับ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นการสั่งจ่ายให้วัดพระธรรมกายมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ในส่วนของ ปปง.ถือว่า การตรวจสอบธุรกรรม เช็คสั่งจ่ายวัดธรรมกายเสร็จสิ้นแล้ว พบว่ามีการสั่งจ่ายเช็คโดยนายศุภชัยออกไปจริงหลายครั้ง ครั้งละ กว่า 100 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ได้เชิญตัวแทนวัดพระธรรมกายมาให้ปากคำแล้ว พบเงินทั้งหมดถูกนำไปสร้างศาสนสถาน โดยวัดพระธรรมกายได้นำเอกสารใบเสร็จต่างๆ มายืนยัน ขณะที่ ปปง. เรียกดูเอกสารความเคลื่อนไหวทางการเงิน จากธนาคารเพื่อตรวจสอบ ก็พบว่าเส้นทางการเงิน ถูกนำออกไปใช้ก่อสร้างดังกล่าวจริง ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดว่าที่ธรณีสงฆ์เป็นที่ต้องห้ามยึด จึงทำให้ ปปง.ไม่สามารถยึดได้ ยอมรับว่ากรณียึดรถลัมโบร์กินี ของบอย-ปกรณ์ พระเอกคนดังและวัดพระธรรมกายถือเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเหมือนกันทั้งสองกรณี แต่เนื่องจากกรณีวัดพระธรรมกายมีกฎหมายกำหนดชัดว่าที่ธรณีสงฆ์ห้ามยึด ปปง.จึงไม่สามารถดำเนินการได้

“ธัมมชโย” ไม่ต้องอาบัติ ปาราชิก มหาเถรฯยกมติ มส.ปี 2549 มาอุ้ม ชี้ไม่ฝ่า ฝืนพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช -ไม่มีเจตนาฉ้อโกง ถือว่าไม่มีความผิด... 21 ก.พ. 2558 04:34 21 ก.พ. 2558 05:12 ไทยรัฐ