วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชะตากรรมต่างวาระ 2 พี่น้องตระกูลชิน ความเหมือนที่แตกต่าง

และแล้วคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก็เข้าสู่กระบวนการของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปหมาดๆ โดยมีอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นผู้ฟ้องในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหาย ซึ่งแม้เจ้าตัวจะไม่ได้มารายงานตัวตามที่ อสส. นัดไว้ แต่ทว่าก็ยังส่งตัวแทน ซึ่งเป็นทนายความดูแลคดีจำนำข้าวมาแทน เอาเป็นว่าจากนี้ไปตามกระบวนการต่อไปของนางสาวยิ่งลักษณ์ คือ รอศาลฎีกาฯ ตั้งองค์คณะ และประชุมต่อว่าจะรับสำนวนคดีนี้ไว้พิจารณาหรือไม่

ทั้งนี้ หากไล่เรียงดูแล้วที่ผ่านมาหลายฝ่ายต่างจับตามองไปที่นางสาวยิ่งลักษณ์ว่าสุดท้ายแล้วจะดำเนินตามรอยเท้าพี่ชาย หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีคดี และขอลี้ภัยในต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้หลายฝ่าย รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.) เองก็จับตาไม่ขยิบเช่นกัน 

ย้อนรอยจำนำข้าวก่อน ออส. ส่งฟ้อง 'ปู'

หากนับตั้งแต่เริ่มเปิดแผลทุจริตจำนำข้าวของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปูดเบื้องหลังการทุจริตจำนำข้าวเป็นฉากๆ ในสภาขณะนั้น และมีทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกโรงเตือนถึงความเสียหายกับโครงการดังกล่าว จนนำมาสู่การยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ นั่งเป็นประธาน จนถึงรับเรื่องและท้ายที่สุดวันที่ 8 พ.ค.2557 ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดด้วยมติ 7 ต่อ 0 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าวอย่างไม่เหนือความคาดหมายของบรรดาคอการเมืองมากนัก

กระทั่งเกิดรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค.2557 ขึ้นมาด้วยเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง จนผุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดย คสช. แต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่แทนวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร โดย ป.ป.ช. เดินเกมยื่นทำการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงด้าน ออส.เองที่มีท่าทีเห็นต่างการส่งฟ้อง ป.ป.ช.ในคดีดังกล่าวในตอนแรกเองก็กลับกลายเป็นเห็นร่วมในวันที่ลงมติเชือดนางสาวยิ่งลักษณ์ในสภาฯ จึงนำมาสู่กระบวนการของศาลฎีกาฯ...

แม้ว่าขณะที่หลายฝ่ายต่างลุ้นปิดคดีที่คาดกันว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนถึง 1 ปีของนางสาวยิ่งลักษณ์แล้ว หากดูทางฝากฝั่งของคดี พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็มีชะตากรรมที่ต่างวาระกับคดีของน้องสาวไม่น้อย

พลิกแฟ้มคดี "แม้ว" สุดท้ายหนี!

ด้านคดี พ.ต.ท.ทักษิณ เองเกิดจากการให้เบาะแสโดยกลุ่มข้าราชการกระทรวงการคลัง ที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มเป่านกหวีด" หรือ "Whistle blower" ได้ส่งข้อมูลทางอีเมลถึงคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ขณะนั้น ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภายหลังการประมูลที่ดินรัชดาภิเษกไม่นาน จนนำไปสู่การนัดพบเพื่อให้ข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึง นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นผู้ยื่นร้องเรียนต่อกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อให้ทำการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับความสนใจ

กระทั่งเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ออกประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และนายวีระ นำเรื่องนี้เสนอต่อ คตส. ให้ตรวจสอบพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบดังกล่าวอีกครั้งในคดีที่ดินรัชดาภิเษกที่คุณหญิงพจมาน ประมูลได้ด้วยราคาสูงสุด 772 ล้านบาท ก่อนทำสัญญาซื้อขาย และจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในวันที่ 30 ธ.ค. 2546 ซึ่งในวันดังกล่าว เป็นผลพวงจากมติ ครม. ทำการเลื่อนวันหยุดปีใหม่ จากวันที่ 31 ธ.ค.2546 เป็น 2 ม.ค. 2547 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้ประชาชนได้หยุดยาวตั้งแต่วันที่ 1-4 ม.ค. 2547 ทั้งนี้ วันที่ 2 ม.ค. 2546 กรมที่ดินได้ขยายระยะเวลาใช้อัตราลดหย่อน ไปอีก 1 ปีจนถึงสิ้นปี 2547

ด้านการเดินเกมของ คตส. เองได้ยื่นเรื่อง ผ่าน อสส. ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำเลยที่ 1 และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลฎีกาฯ ในความผิดฐาน "เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ" ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายอาญา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2550 และศาลมีคำสั่งรับฟ้องเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2550

จากนั้นหลัง ก.พ. 2551 พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขออนุญาตศาลฎีกาฯ เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งในโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 2008 แล้วไม่ได้เดินทางกลับไทยเพื่อฟังคำตัดสินของศาลฎีกาฯ และขอลี้ภัยในต่างประเทศ วันที่ 17 ก.ย. 2551 ศาลฎีกาฯ พิพากษา พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิด ให้ลงโทษจำคุกสองปี แต่ทว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีจึงสั่งออกหมายจับ ส่วนคุณหญิงพจมาน ให้ยกฟ้อง

เทียบคดี 'ปู VS แม้ว' ความเหมือนที่แตกต่าง?

หากจำแนกความแตกต่างของคดีของสองพี่น้องตระกูลชินวัตรให้ดีแล้ว ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกอัยการสูงสุดยื่นฟ้องในคดีที่ดินรัชดา ด้วยข้อกล่าวหา"เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ"

ซึ่งมีคำพิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100(1) วรรคสาม และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุกสองปี ส่วนความผิดฐานอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) แต่ทว่าก่อนการตัดสินของศาลฎีกาฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทย ทำให้ศาลฯ ออกหมายจับทันที 

ขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกอัยการการสูงสุดฟ้องในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558 ที่ผ่านมา(วันตรุษจีนพอดี) ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างศาลฎีกาฯ ตั้งองค์คณะเพื่อรับพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รวมถึง ป.ป.ช ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังในฐานะผู้เสียหายและผู้ค้ำประกันในการฟ้องแพ่งในฐานะอดีตนายกฯ และประธาน กขช. พร้อมเรียกร้องนางสาวยิ่งลักษณ์และผู้เกี่ยวข้องชดเชย 6.8 แสนล้านบาท

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วสองพี่น้องตระกูลชินฯ จะมีจุดจบเหมือนหรือต่างกัน มิอาจมีใครคาดเดาได้ แต่ที่แน่ๆ หากเทียบสองคดีนี้แล้วตั้งแต่ต้นก็น่าเห็นชะตากรรมที่มีความแตกต่างและบางสิ่งที่เหมือนกันของสองคดีอยู่ โดยสิ่งแรก อดีตนายกรัฐมนตรี 2 พี่น้องจากตระกูลชินวัตร มีคดีความขึ้นสูงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเหมือนกัน

ที่ไม่เหมือนกันคือ คดี ที่ถูกฟ้องเป็นคนละคดี รวมทั้งต่างกรรมต่างวาระ แถมฐานความผิดก็แตกต่างกัน พ.ตท.ทักษิณพี่ชายโดนคดีที่ดินรัชดา พ่วงคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ขณะที่น้องสาวเจอคดีอาญาจำนำข้าว พ่วงคดีแพ่งถูกคลังจ่อเรียกค่าเสียหายรัฐมูลค่ากว่า 6แสนล้านบาท

 สุดท้ายแล้ว อนาคตอดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทย จะจบลงแบบไหน เดี๋ยวได้รู้กัน โดยใช้เวลาไม่นานนับจากนี้แน่...สำหรับทักษิณคดีมันจบลงไปแล้ว ผลที่ตามมา คือ ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า8ปี  ที่น่าสนใจ คือ คดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า จะสู้แบบไม่ถอยตามอย่างที่ประกาศไว้ หรือ ท้ายสุดต้องหลบหนีมีชะตากรรมประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แบบเดียวกับพี่ชาย??

ทั้งนี้ หากไล่เรียงดูแล้วที่ผ่านมาหลายฝ่ายต่างจับตามองไปที่นางสาวยิ่งลักษณ์ว่าสุดท้ายแล้วจะดำเนินตามรอยเท้าพี่ชาย หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีคดี และขอลี้ภัยในต่างประเทศหรือไม่ ... 20 ก.พ. 2558 21:17 23 ก.พ. 2558 05:55 ไทยรัฐ