วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เล้ง! กายกรรมโหนผ้า หนึ่งเดียวในสยาม

บนความสูงกว่า 10 เมตร มีเพียงผืนผ้าและกำลังแขนขาที่จะโหนและดึงตัววาดลวดลายในการแสดงแต่ละครั้ง และครั้งเมื่อการแข่งขัน 2 กันยายน 2555 ราชนิกร แก้วดี หรือเล้ง หนุ่มจากสกลนคร อายุ 31 ปี ก็ชนะเป็นแชมป์ไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 2

เงินรางวัลมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เป็นเงินสด 5 ล้านบาท เล้งแบ่งไปใช้หนี้พ่อแม่ ให้พี่สาวลงทุนทำร้านอาหารที่สวีเดน เปิดร้านนวด ที่สกลนคร

กว่าชีวิตจะมาถึงวันนี้ เล้งมีเรื่องเล่ายืดยาว

เล้งเป็นลูกคนสุดท้อง ในจำนวนลูก 5 คน พ่อแม่ทำนา เคยทำวัวนมแล้วขาดทุน เล้งฝันอยากเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล เคยได้ทุนเรียนกีฬา แต่แม่อยากให้เรียนสายอาชีพ เลยไปสอบเข้าเทคนิคสกลนคร เรียนบัญชี พวกพี่ๆเห็นแวว ชวนทำกิจกรรมเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ได้ไปโชว์ที่นั่นที่นี่ จึงพอมีรายได้

จบ ปวช.3 ตัดสินใจหางานทำที่กรุงเทพฯ มาอยู่กับพี่สาว หาเงินเรียน สมัครเป็นพนักงานขายพิซซ่าฮัท ที่บิ๊กซีลาดพร้าว ทำได้ 3 เดือน เก็บได้ค่าเทอมไปสอบที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร สอบติดสาขาวิชาบริหารการตลาด

ตอนเรียน ปวส.ปี 1 ไปฝึกงานด้านเอกสาร ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ ฝึกงานใกล้เสร็จ ทางภัทราวดีฯ มีคลาสซัมเมอร์ ได้เข้าไปเรียน Contemporary Dance (นาฏศิลป์ร่วมสมัย) พอมีการโชว์ก็เต้นอยู่แถวหลัง ต่อมาได้เลื่อนมาเต้นด้านหน้า

จบงานนั้น ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ถามครูสอนว่าเล้งเป็นใคร...ครูเล็กเริ่มให้เรียนแอ็กติ้งเพิ่ม จนได้เล่นละครเล็กๆ ธรรมมะวันอาทิตย์ ในโรงละครเล็ก ที่ภัทราวดีเธียเตอร์

ฝึกงานจบได้ทุนจากนิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ เข้าไปเรียนในค่ายเมืองไทย พร้อมกับนักแสดงแลกเปลี่ยนที่มาจากต่างประเทศหลายคน เล้งได้เรียนแอ็กติ้ง กำกับการแสดง ออกแบบลีลา ละคร ที่ได้เรียนมากที่สุดคือภาษา

จบจากค่าย ครูเล็กเรียกมาคุย ว่าอยากเป็นนักแสดงของครูไหม ก็ได้เล่นละครเวที เริ่มรู้จักกายกรรม ครูเล็กหาสิ่งที่ต้องเรียนรู้มาให้มากขึ้น ดึงการแสดงจากต่างประเทศมาให้ดู

การแสดงหนึ่ง ชื่อบูโต แดนซ์ (Butoh Dance) เป็น Contemporary Dance (นาฏศิลป์ร่วมสมัย) จากประเทศญี่ปุ่น เขาเล่นบูโตปีนผ้าไปอย่างช้าๆ เราคิดว่าเขาทำได้ยังไง

ครูเล็กให้ครูฝรั่งเศสมาสอน เล้งเรียนกับเพื่อน 4-5 คน เรียนได้ 15 วัน หลายคนเริ่มถอดใจ แต่เล้งคนเดียวรู้สึกสนุก เพราะเล่นกีฬาออกกำลังกายอยู่ก่อน พอครูฝรั่งเศสกลับไป ครูเล็กก็บอกว่า อย่าทิ้งนะ ให้ทำไปเรื่อยๆ

ตอนนั้นเล้งไม่เข้าใจแต่เชื่อครู ตื่นเช้ามา 8 โมง ก็วอร์มอัพ ปีนผ้าถึงเที่ยง ครูจะให้จดว่าวันๆหนึ่ง เราทำอะไรบ้าง เล้งมุ่งมั่นมาก เริ่มจากความสนุก จริงจังที่จะทำ ทำไปโดยไม่รู้สึกเบื่อ จนวันหนึ่ง มีงานเปิดอาคารจูบิลี่ฮอลล์ ที่เมืองทอง-ธานี ครูนาย มานพ มีจำรัส ให้เล้งแสดงในการเปิดงาน

แสดงครั้งแรกในชีวิต และคิดว่าเราทำได้ จึงตอบคำถามตัวเอง... เรียนแล้วจะไปทำอะไร

ต่อมาครูเล็ก เชิญครูเจมส์ ทานาเบ้ จากแคนาดามาที่เธียเตอร์ มาดูว่าเล้งทำอะไรได้บ้าง ครูเจมส์มีคณะละครกายกรรมที่ไต้หวัน เป็นที่รู้จักในเอเชีย มีโปรเจกต์หนึ่งที่ต้องแสดงที่เกาหลี ชื่อมายเฟสติวัล ครูเจมส์ชวนเล้งไปแสดงที่เกาหลี เล้งได้แสดงพิธีเปิดและปิด ตอนนั้นเล้งเริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

เล้งเริ่มศึกษาว่ามีโรงเรียนกายกรรมที่ไหน กลับจากงานที่เกาหลี พอดีครูเจมส์มีโครงการไปแสดงที่แคนาดา ครูชวนเล้งให้ไปแสดงในโชว์ใหญ่ เป็นโชว์กายกรรมกับเพลงร็อก เล้งบอกเหมือนฝัน

ปัญหามีตอนที่ครูเล็ก เป็นห่วง ไม่อยากให้ไป แต่เล้งขอไปหาประสบการณ์ ครูเล็กน่ารักมาก อนุญาตให้ไป ทั้งยังให้เงินเดือน

“ฉันไม่รู้ว่ายูทำงานให้ฉันหรือเปล่า” ครูเล็กว่า “แต่ยูทำหน้าที่ศิลปินอยู่ แปลว่าฉันต้องซัพพอร์ต (สนับสนุน) ยู”

เล้งแสดงที่แคนาดา ได้ลงข่าวลงนิตยสาร สถานทูตเชิญนักเรียนไทยมาดู เป็นโชว์ใหญ่ ช่วงที่เล้งแสดงเป็นช่วงโรงเรียนออดิชั่น (การทดสอบการแสดง) เพื่อเข้าเรียน

แต่เล้งต้องทำงาน ติดสัญญาอยู่กับคณะกายกรรม

เล้งทิ้งคณะกายกรรมไปออดิชั่นไม่ได้ เพราะออดิชั่นทั้งอาทิตย์ ครูกายกรรมที่โรงเรียนได้ไปดูโชว์ ก็เลยชวนให้ไปออดิชั่น เล้งใช้เวลาชั่วโมงเดียว ครูบอกชอบ...สอบผ่าน

การเรียนก็ต้องใช้เงิน เล้งมีเงินเก็บ 3-4 แสน ยังไม่พอ กลับเมืองไทยมาปรึกษาครูเล็ก ครูเล็กให้ยืมเงินจากพี่โม แวววดี ศรีไตรรัตน์ ลูกสาวครู

พี่โมให้เงินมาหนึ่งแสน จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน ตอนนั้นค่าตั๋วแพงมาก 7 หมื่น

ไปถึงแคนาดา โรงเรียนไม่ให้ทำงาน ให้ปรับตัวให้อยู่กับโรงเรียนให้ได้ เรียนหนักมาก ถ้าทำไม่ได้ตามเกณฑ์ เขารีไทร์ (ให้ออก)

ปัญหาด้านการเงิน เล้งต้องแอบทำงาน ทำผัดไทยขายวันอาทิตย์

ทำอาหารเป็นแพ็กๆ แช่ตู้เย็นไว้กินทั้งอาทิตย์ ต้องประหยัดที่สุด บางเสาร์-อาทิตย์หยุดไปเรียนพิเศษกับครูชาวรัสเซีย ชั่วโมงละ 2,500 บาท และ

6 เหรียญค่าสถานที่ เรียนด้านกายกรรม

ผลการเรียนดี ได้เป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลแคนาดา แต่เล้งขอไว้ปีนี้กว่าจะได้ปีหน้า รอไม่ไหว เงินหมดก็ต้องกลับ เรียนได้ปีเดียว เหลือเงิน 7 หมื่นกว่าบาท ซื้ออุปกรณ์ 5 หมื่น อีก 2 หมื่นเก็บไว้ใช้ตอนกลับกรุงเทพฯ

วันที่ไปลาออก ครูเรียกไปคุยก่อนหน้ามา 2-3 ครั้งแล้ว ไม่อยากให้ไป บอกครูว่าต้องทำงาน ครูเข้าใจบอกพร้อมเมื่อไหร่ก็กลับ วันนั้นที่ลาครู อีก 1 อาทิตย์รู้ว่าเงินทุนจะเข้า แต่ตัดสินใจกลับไทยจองตั๋วไปแล้ว

กลับมาเมืองไทยได้ราวเดือนหนึ่ง ครูเล็กมีละครเรื่อง “ลิลิตพระลอ” ก็ไปช่วยครูทำงาน ทำทุกอย่าง ให้ทำอะไรก็ทำ ไปสอนกายกรรมที่ราชบุรี ต่อมาครูเล็กให้มาทำศูนย์สามวัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวที่ดินแดง

ครูเล็กเปิดโรงเรียนวิกหัวหิน เป็นครูประจำ สอนวิชาพลศึกษา แต่รู้สึกว่าชีวิตศิลปินหายไป

โอกาสมาถึง คณะละครจากเกาหลีส่งเรื่องมา อยากได้เล้งไปเป็นศิลปินรับเชิญของกระทรวงวัฒนธรรมร่วมสมัยของเกาหลี ฉลองเปิดกระทรวง ปรึกษาครูเล็กว่าขอไปทำงานที่เกาหลีบ้าง ยุโรปบ้าง เดินทางไปเรื่อยๆ

แต่เรารู้อย่างหนึ่งว่า ชีวิตเราไม่ว่าจะไปถึงไหน ที่หมายของเราคือครูเล็ก

กลับจากเกาหลี โรงละครภัทราวดีใกล้จะปิด เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่เกาหลีโทร.มาบอกว่าที่เมืองไทยมีรายการไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ แล้วให้ไปสมัคร เล้งบอกไม่ไป ไม่เก่งขนาดนั้น

พี่เขาว่าถ้าไม่ไปสมัครจะเลิกคบ เล้งก็เลยโทร.ไปสอบถามแล้วส่งคลิปวีดิโอไปให้เขาดู

ทางรายการมาดูว่าทำอะไรได้บ้าง นั่นถือว่าสมัครไปแล้ว ช่วงที่เขาแข่งกัน เล้งต้องกลับไปทำงานที่เกาหลี คิดว่าไม่ได้แข่งแล้ว แต่ช่วงนั้นน้ำท่วมกรุงเทพฯพอดี ทางรายการต้องเลื่อนการแข่งขันออกไป

กรุงเทพฯน้ำลดก็ได้ลงแข่งจริงๆ ชนะ...เป็นแชมป์ ไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 2

ได้รางวัลกว่า 10 ล้านบาท เป็นเงินสด 5 ล้านบาท ถือว่าเข้าวงการแล้ว...ตอนนั้น

เล้งต่อยอดความฝันตัวเอง เปิดโรงเรียนสอนกายกรรม ชื่อ Kara's Vic กรวิก แปลว่า วิกของราชนิกร ถ้าพูดเป็นภาษาไทย เรียกว่ากรวิก คือนกที่บินเหนือเมฆ เสียงเพราะ เหมือนเสียงพระพุทธเจ้าเทศน์โปรดสัตว์

“เปิดโรงเรียนมา 2 ปีแล้ว อิงจากโรงเรียนที่แคนาดาที่เคยเรียน ไม่จำกัดอายุ สอนตามความถนัดของแต่ละคน การจะขึ้นไปบนผ้า อยู่ที่เราแข็งแรงพอแค่ไหน”

จากที่เคยเคว้งคว้าง เล้งกลายเป็นเสาหลักของบ้าน เคยเล่นแต่ละครเวที ตอนนี้ได้เล่นละครสายลับสามมิติ เป็นละครทีวีเรื่องแรก

“จบไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ คือกำไรชีวิต ได้กำไรตั้งแต่วันที่ชนะ”

เล้งไม่เคยลืมว่า ได้วิชาทำมาหากินทุกวันนี้ มาจากครูเล็ก ไปหาครูทันทีเมื่อมีโอกาส ครูไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าต้องการให้เล้งเป็นคนดี เป็นคนกตัญญูรู้คุณ.

20 ก.พ. 2558 14:00 23 ก.พ. 2558 22:35 ไทยรัฐ