วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนประชานิยม

ต้องถือว่าเป็นคราวเคราะห์ซ้ำ กรรมซัด สำหรับอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ยังถูกดำเนินคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง อันเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นข่าว โด่งดังระดับโลก ในทางอาญา ถูกกล่าวหาว่าไม่ระงับยับยั้งโครงการที่ก่อความเสียหายต่อประเทศ หรือฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ในทางแพ่ง ต้องถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นเงินมหาศาล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว คาดว่า 4 โครงการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีผลขาดทุนอาจถึงกว่า 7 แสนล้านบาท เนื่องจากมีข้าว เหลืออยู่ 18 ล้านตัน และส่วนใหญ่เป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ

ในยุคประชาธิปไตยไทย เคยมีการสั่งยึดทรัพย์สินอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนที่มาจากคณะปฏิวัติ เป็นเงินจำนวนหลัก พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินมหาศาล ในขณะนั้น เป็นการยึดด้วยอำนาจกฎหมายคณะปฏิวัติที่เรียกว่ามาตรา 17 ในข้อหาทุจริต ต่อมาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลสั่งยึดทรัพย์สินกว่า 46,000 ล้านบาท ในความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

แต่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์อาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 7 แสนล้านบาท ไม่ใช่ในฐานทุจริต แต่ละเว้นไม่ยับยั้งโครงการที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ฝ่ายผู้ดำเนินคดีถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ปกติ ตามกระบวน-การยุติธรรม แต่ฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีมองว่าเป็นการไล่ล่าทางการเมือง และยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นประโยชน์ต่อชาวนา

เป็นประเด็นการโต้เถียงกันต่อไป ในระหว่างการพิจารณาคดีในศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลแพ่ง แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ โครงการรับจำนำข้าวแบบรัฐบาล ก่อน เสี่ยงต่อการขาดทุนมหาศาล เพราะเป็นการ “ซื้อข้าวทุกเมล็ด” ในราคาแพงกว่าตลาดราว 40% มาเก็บกักตุนไว้ และขายในราคาถูก

เมื่อมีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลจะรับฟ้องหรือไม่? และจะตัดสินอย่างไร? ย่อมขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่โครงการรับจำนำข้าวได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญ สำหรับพรรคการเมืองและนักการเมืองไทย จะต้องดำเนินนโยบายประชานิยม ในลักษณะลดแลกแจกแถมด้วยความระมัดระวังอย่าง ยิ่งยวด เพราะอาจก่อความเสียหายทั้งต่อประเทศ ประชาชนและตนเอง

ผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่เห็นเป็นรูปธรรม คือการที่อดีตนายก-รัฐมนตรีถูกดำเนินคดี และรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดกรอบไว้ว่า รัฐธรรมนูญถาวรที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้ จะต้องมีกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน.

20 ก.พ. 2558 13:15 20 ก.พ. 2558 13:15 ไทยรัฐ