วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความสำเร็จนอกตำราจากคนดังโลก

ประสบการณ์จริงสำคัญกว่าตัวหนังสือที่เขียนไว้ในตำราเรียนไม่ว่าจะอ่านหนังสือกี่ร้อยกี่พันเล่ม ก็ไม่เท่าการได้คลุกวงในกับบุคคลระดับโลกที่ประสบความสำเร็จจริง ไม่ว่าจะเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์, บิล เกตส์, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก, มาริสสา เมเยอร์ หรือโอปราห์ วินฟรีย์ ล้วนแต่มีสูตรสำเร็จร่วมกันในการสร้างตัวสร้างชีวิต เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ

ทุ่มเทให้กับการทำงานทุกงานตรงหน้า เสมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ถ้าคุณยังมีเวลาฟุ้งซ่านคิดฝันว่าอยากทำโน่นทำนี่ในอนาคต ก็แสดงว่าคุณไม่ได้โฟกัสกับงานที่กำลังทำอย่างจริงจัง และเมื่อคุณไม่ตั้งใจทำงาน คุณก็ไม่มีวันไปยืนอยู่ในกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จได้เลย

จงอย่ากำหนดอนาคตไว้ล่วงหน้า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ตอนเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย แทบจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่า แท้จริงแล้วใฝ่ฝันอยากทำอาชีพอะไร พวกเขาจึงเปิดใจกว้าง 360 องศา และพร้อมไขว่คว้าโอกาสทุกทางที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแบบไม่ลังเลใจ

ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถคาดการณ์ได้ง่าย ใครจะรู้ว่าอาชีพการงานแบบไหนเป็นอาชีพแห่งอนาคต ไม่ทันกินซะแล้วที่จะค่อยๆไต่บันไดขึ้นไปทีละขั้นเพื่อหวังความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ยุคสมัยนี้ทำอะไรต้องฉับไวเข้าไว้ ให้คิดซะว่าอาชีพการงานของเราก็เหมือนเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการผจญภัยไม่รู้จบ หมั่นลับสมองให้คมอยู่เสมอ และมองหาโอกาสใหม่ๆทุกทิศทุกทาง โดยที่ไม่กลัวจะปีนป่าย โหนตัว ไต่ราว หรือโดดคว้าความท้าทายใหม่ๆ

หาจุดอ่อนในการทำงานของตัวเอง และเร่งอุดรูรั่ว การประเมินตัวเองทุกวันช่วยพัฒนาศักยภาพการทำงานได้อย่างเหลือเชื่อ อย่ากลัวความผิดพลาด หรือความล้มเหลว มีแต่คนไม่ทำงานเท่านั้นที่ไม่เคยผิดพลาด

กระตือรือร้นอยู่เสมอ และเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากผู้คนรอบข้าง เมื่อไหร่ที่เราทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ปล่อยตัวให้เฉื่อยแฉะไม่พัฒนาตัวเองและหยุดที่จะเรียนรู้ ความก้าวหน้าในอาชีพการงานก็มีแต่จะถดถอย และกลายเป็นคลื่นลูกเก่าที่ถูกคลื่นลูกใหม่สาดซัดแทนที่

ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตา การทำดีกับทุกคนไม่ใช่เรื่องเสียหาย ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องพบปะผู้คนหลากหลายขึ้น เราไม่มีทางรู้ว่าสักวันหนึ่งคนที่เราพบเจออาจกลายเป็นคนสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของเรา ฉะนั้น อย่าทำลายสะพานมิตรภาพ และหมั่นต่อยอดสร้างคอนเนคชั่นให้มากๆ เพื่อปูพื้นฐานสู่อนาคต

อย่ากลัวที่จะทำงานกับคนเก่งกว่าฉลาดกว่า เพราะการได้ทำงานกับคนเก่งๆจะช่วยขัดเกลาและพัฒนาตัวเราให้เก่งกาจขึ้นทุกวัน ตรงข้ามกับการทำงานกับคนไม่เอาไหน อาจสบายวันนี้แต่ไม่พัฒนาเลยในวันหน้า ก็เท่ากับทำงานแบบย่ำอยู่กับที่ไปวันๆ เสียเวลาเปล่า

ในทัศนคติของคนดังๆที่ประสบความสำเร็จ การจะพัฒนาลูกน้องให้เก่ง ควรเริ่มจากพัฒนาหัวหน้าซะก่อน เพราะหน้าที่หลักของหัวหน้าคือ ทำอย่างไรให้ลูกน้องดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้มากที่สุด ถ้าหัวหน้าคนไหนไม่สามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีลูกน้องไม่ดีไม่เก่ง แต่ต้องส่องกระจกดูตัวเองว่าคุณต่างหากที่เป็นหัวหน้าไร้ความสามารถ ไม่ใช่โยนความผิดให้ลูกน้องตลอดเวลา

การเป็นผู้นำจะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ตาม ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ หรือไม่สามารถโน้มน้าวคนอื่นให้ทำงานเพื่อคุณ คุณก็ล้มเหลวแล้วกับบทบาทผู้นำ

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ จะต้องมีความเด็ดขาดชัดเจนและหนักแน่น ไม่อ่อนไหวโลเล หรือหูเบาเชื่อคนอื่นง่ายๆ

เหนืออื่นใด จงซื่อสัตย์จริงใจกับตัวเองและคนอื่น เคยรับปากอะไรใครไว้ก็ต้องทำให้ได้อย่างที่พูด อย่าทำตัวปากหวานก้นเปรี้ยว พูดพล่อยๆไปวันๆ.

มิสแซฟไฟร์

20 ก.พ. 2558 11:24 ไทยรัฐ