วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Social (media) Award

Social (media) Award

โดย น้าเน็ก
4 มี.ค. 2558 05:30 น.
  • Share:

ผมไม่เล่นไลน์ครับ โทรศัพท์ไม่มีแอพพลิเคชั่นไลน์

แปลว่าแพ็กเกจสติกเกอร์หน้าตามุ้งมิ้งทั้งหลายหมดสิทธิ์ได้ตังค์…

นอกจากโทรออก รับสาย ส่งข้อความ เปิดยูทูบ ที่เหลือแทบไม่ได้ใช้ทำอะไร เหมือนตั้งใจซื้อมาเป็นที่ทับกระดาษ ถ้าบังเอิญไม่ อ้อ … ใช้แอพฯ เข็มทิศอีกอย่าง อืม อรรถประโยชน์น้อยขนาดนี้ คราวหลังซื้อรุ่นที่มีหัวไฟฉายก็ได้นะเนี่ย ถึกทนเท่ ไม่ต้องพาเข้าศูนย์บ่อยๆ ด้วย … อะไรนะ เขาไม่ขายแล้วเหรอ รุ่นนั้นน่ะ

ที่ไม่เล่นไลน์ไม่ใช่หยิ่ง โลกฮิตอะไรพี่จะอินดี้ใส่เสียให้หมดก็เปล่า แต่เพราะทักษะด้านการพิมพ์ไม่ค่อยดีครับ นิ้วอ้วน ความแม่นยำต่ำเตี้ยเสียเวลาที่สุด ใช้คำว่าพิมพ์ยังดีไป เรียกจิ้มดีกว่า เวลาต้องจิ้มแมสเสจยาวๆ คือกูเบื่อมาก ใครมีธุระด่วนเรื่องไหน โทรนะ โทรเถอะ

แต่มันก็มีโลกคู่ขนานอีกโซนที่นิ้วพลิ้ว พิมพ์ไลน์สะบัดใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นคงไม่เกิดข่าวนี้

หญิงสาวคนหนึ่งเพิ่งเริ่มเล่นไลน์ได้ไม่นาน ค้นพบว่ามันสนุกเพลิดเพลินมาก แชตกับเพื่อนฝูงอย่างเมามันทีเดียว แต่ปัญหาดันเกิดกับคนร่วมบ้าน เมื่อสามีเห็นแล้วไม่ค่อยสบายใจ ที่ระยะหลังเห็นเมียตัวเองติดโทรศัพท์ขึ้นกว่าเดิม ดูผิดปกติ เจอทีไรโทรศัพท์ต้องอยู่ในมือตลอดนี่มันยังไง บวกกับความขี้หึงเป็นพื้นเพเลยพานระแวง มีอะไรแอบแฝงนอกจากเพื่อนป่ะ คิดมากเก็บกดเป็นโรคซึมเศร้า เคยทะเลาะบ้านบึมมาแล้ว ความสัมพันธ์ระหองระแหงเพราะเมียติดไลน์ สุดท้ายคุยกันไม่รู้เรื่อง ควักปืนมาจบข่าวยังงั้น จบสนิทเลย ทั้งผัวทั้งเมีย เหลือลูกชายโดดเดี่ยวอยู่เดียวดาย


มันเป็นเพียงข่าวกรอบเล็กท่ามกลางหน้าข่าวชาวบ้านทั่วไป ไม่สะดุดตา ไม่น่าสนใจ แต่ข่าวเล็กนี้เองที่ชวนให้รู้สึกว่านี่คือการพิสูจน์ ที่เขาบอกเทคโนโลยีทำให้คนสื่อสารมากขึ้น ขณะที่เราก็ค่อยๆ ห่างเหินกันออกไปนั้นมันจริง

ภาษาอังกฤษมีอยู่คำนึงครับ … Well Balanced หมายถึงการไม่สุดโต้งแหกโค้งกับสิ่งใดมากเกินเหตุ เป็นคนสามารถจัดสรรเรื่องต่างๆ ในชีวิตให้ดำเนินไปพร้อมกันโดยปกติสุขได้ พูดง่ายๆ ว่าอีคิวดีมากมายจนสงสัยว่าพ่อแม่เลี้ยงมายังไง หากพบเจอมนุษย์ประเภทดังกล่าวเมื่อไหร่ จงรู้ไว้ว่าเขาน่าคบมาก หายาก ให้รีบเข้าไปตีสนิท (เดี๋ยวนะ …) อธิบายแบบเห็นภาพหน่อยคือไม่ติดโทรศัพท์จนคนใกล้ตัวรำคาญลูกตา แต่ก็ไม่ทิ้งขว้างโซเชียลมีเดีย บริหารความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ราบรื่น พอเหมาะพอควร ไม่ใช่ทั้งเจ้านายทั้งแฟนระดมโทร กระหน่ำไลน์เป็นร้อยโนติส แม่งไม่รับไม่อ่าน อันนี้แย่

คุณสมบัติข้อนี้สำคัญครับ เพราะมันทำให้เราเป็นคนที่สามารถเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เข้ามาได้เสมอ อัพเดตไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกลัวว่าจะกระทบกับวิถีเดิม เมื่อไหร่ที่ถ่ายเทน้ำหนักความสำคัญผิดจุด ใส่ใจบางเรื่องมากจนลืมดูบรรยากาศรอบตัว ชาวบ้านอาจเริ่มไม่แฮปปี้ กลายเป็นมนุษย์ไม่น่ารัก นั่งโต๊ะกินข้าวกับปู่ย่า เด็กยังมีอารมณ์เล่นเกมเปรี้ยงๆ หรืองานประกาศรางวัลที่ทุกสายตาควรต้องจับจ้องสนใจแต่บนเวที พิธีกรเป็นใคร มีกี่รางวัล ใครมารับ ใครกล่าวอะไร หรือแม้กระทั่งจับผิดว่าจะมีเซเลบคนไหนเดินขึ้นเวทีแล้วสะดุดชายกระโปรงตัวเองหน้าทิ่มบ้าง แต่ผู้ร่วมงานข้างล่างดันนั่งจิ้มโทรศัพท์ เซลฟี่ เซลฟี่แล้วแชตอีกเป็นที่สนุกสนาน บางคนผ่านไปกี่รางวัลไม่รู้ กูไม่ได้มารับค่ะ มาอวดชุดเฉยๆ เลยไม่ทันสนใจ น้องสมควรรับรางวัลโซเชียลมีเดียอวอร์ดไปครองครับ บริหารโลกออนไลน์ดีงาม กล้องแพนมาทีไร ไม่เคยเห็นเงยหน้าเลยงี้

สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียบนมือทุกคนก็คงเหมือนผงชูรส (ว่ากันว่าให้ดูนิสัยคนจากวิธีเปรียบเปรย เอะอะก็ยกตัวอย่างเรื่องของกินนี่มัน ….)

คนกลุ่มนึงอาจมองแง่ลบ ผงชูรสแม่งไม่ดี กินแล้วปากคอแห้ง กรอกน้ำตามเป็นลิตร สะสมนานไปเกิดพิษต่อร่างกายในระยะยาว ต้องแบน ไม่กินไม่ใช้ผงชูรส พลอยต่อต้านร้านที่ใส่ด้วยอีกนั่น ขณะที่อีกส่วนเห็นว่ามันเป็นเครื่องปรุงชนิดหนึ่ง ใส่กับข้าวแล้วอร่อยดีนี่หว่า ปกติสุขทุกภาคส่วน แบนทำไม

แหม หลักการมันง่ายนิดเดียว ใช้แต่พอดีสิว้อย ทั้งกะปิ น้ำปลา น้ำตาลเองเหมือนกัน ตราบใดที่ไม่สาดลงไปทั้งกิโล ก็คงไม่เกิดเหตุให้เดือดร้อน หลายสิ่งผลิตออกมาให้ชีวิตง่ายขึ้น สะดวกสบาย แต่ทั้งหมดก็ต้องตั้งอยู่บนความพอดี พึงมีมาตรฐานกลางๆ ไว้บ้าง

เคยเจองานวิจัยชุดนึงซึ่งชวนให้หญิงชายลุกขึ้นมาฟ้อนผีมดใส่กันเป็นอย่างยิ่งครับ มันเกี่ยวกับการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้โซเชียลเช่นที่เราเคยผ่านตามานับครั้งไม่ถ้วนนี่แหละ เนื้อหาระบุว่าจากผลสำรวจประชากรในระดับอายุเท่ากัน ผู้หญิงมีแนวโน้มติดโทรศัพท์มากกว่าผู้ชาย (ฟังดูว่างเนอะ เหมือนวันๆ ไม่ทำอะไร) กล่าวคือตลอดหนึ่งวัน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ กับโทรศัพท์ตัวเองคิดเป็นชั่วโมงแล้วนานกว่า พอพูดถึงตรงนี้เดาว่าต้องมีสมาคมสตรีลุกขึ้นมาสวน แหงสิ ปริมาณผู้หญิงบนโลกนี้เยอะกว่าผู้ชายอยู่แล้ว สำรวจยังไงผลที่ออกก็ต้องเอียง เดี๋ยวครับ นักวิจัยก็ไม่ได้กล่าวหาแต่เพียงผู้หญิงขนาดนั้น จะไม่ค่อยยุติธรรม

เพื่อไม่ให้ฝ่ายชายดูหล่อและมีสติเต็มเปี่ยมอยู่ฝ่ายเดียว ผลการศึกษายังบอกอีกว่า ใช่จะมีแค่ผู้หญิงที่วุ่นวายกับสมาร์ทโฟน บางครั้งผู้ชายเองก็เป็น แต่เงื่อนไขอยู่ที่จุดประสงค์ว่าใช้งานเกี่ยวกับอะไร สาวๆ มักเน้นที่การติดต่อสื่อสาร เข้าสังคม อัพรูป แชตกับเพื่อนฝูง กรุ๊ปไลน์ และอื่นๆ อีกแปดแสนแอพฯ การสนทนา ส่วนผู้ชายมักใช้เวลาไปกับสารพัดกิจกรรมบันเทิง ดูหนัง ดูบอล บางรายเล่นจนแบตแทบระเบิดคามือ แม่งยังไม่ยอมเลิก ถ้าจะใช้กูดูบอลขนาดนี้ มึงเปิดทีวีไหม ไวด์สกรีนไปเลย

ชัดเจนว่าผู้ชายก็อินกับสมาร์ทโฟนระดับบ้าคลั่งได้มิน้อยหน้าเลย

ฟังดูก็คล้ายกับพฤติกรรมรักของลดราคา โลกมักเข้าใจว่ามีแต่แม่บ้านเท่านั้นที่จะพุ่งเข้าหากองพะเนินสินค้าเซลแบบไม่คิดชีวิต จับจ่ายอย่างหน้ามืดแม้ไม่จำเป็น แต่เซลไง ลดแหลกแทบแจกฟรีก็ต้องคว้าก่อน … ใครบอก ผู้ชายก็เป็นครับ พร้อมถลันตัวเหมือนกัน แค่สินค้ามันคนละแบบหรอก

หรือสุดท้ายท้ายสุด พวกเราอาจไม่จำเป็นต้องพยายามศึกษาวิจัยหาคำตอบอะไรเลยก็ได้ ว่าทำไมมนุษย์ยุคนี้ถึงต้องเสพติดการสื่อสารและเทคโนโลยี รู้ไว้แค่ หากสิ่งที่ทุกคนเรียกมันว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล (ในการเล่นโทรศัพท์) นี้ เรากำลังใช้งานมันท่ามกลางที่สาธารณะอยู่ละก็ กาลเทศะคือสิ่งแรกที่ต้องคิดถึง แค่นั้นก็พอแล้ว (จบด้วยสไตล์ครูประจำชั้น)

น้าเน็ก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้