วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้ยัง? เมืองไทยมี 'ศูนย์นวัตกรรม' หวังปั้นบุคลากรไอทีแข่งนานาชาติ

ไมโครซอฟท์ ร่วมกับ สวทช. เปิดศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์แห่งใหม่ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เสริมแกร่งระบบนิเวศไอทีไทย รับลูกเศรษฐกิจดิจิตอล...

เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทย ให้สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ หรือ Microsoft Innovation Center (MIC) ณ สวทช.

ทำความรู้จัก "ศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์"...?
ศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ ณ สวทช. แห่งนี้ นับเป็นหนึ่งใน 113 ศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งให้บริการทรัพยากรและความช่วยเหลือด้านไอทีระดับโลก สำหรับนักเรียนนักศึกษา ผู้ประกอบการ และสตาร์ตอัพในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการอบรมทักษะการเขียนแอพพลิเคชั่นให้กับนักศึกษา การจับคู่ธุรกิจและให้คำปรึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเร่งอัตราการเกิดของบริษัทและการสร้างงานแรงงานไอทีที่มีคุณภาพ รองรับการขยายตัวของระบบนิเวศไอทีประเทศไทยในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะมีเงินลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 จากปี 2557 หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2558

ทั้งนี้ ศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ ในประเทศไทย ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2551 ด้วยความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ สวทช. สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ปัจจุบันได้ย้ายศูนย์นวัตกรรม มาตั้งอยู่ที่สำนักงาน สวทช. ณ ซอยโยธี ถนนพระราม 6 ซึ่งจะให้การสนับสนุนด้านผู้ฝึกสอนและความรู้แก่สถาบันวิทยาการ สวทช. (NSTDA Academy) พร้อมกับการสนับสนุนเทคโนโลยีการประมวลผลผ่าน Microsoft Azure แก่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรภายใต้ สวทช. ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ของ Microsoft Azure ที่เปิดกว้างและรองรับการใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งเกือบทุกภาษา ทั้งยังมีคุณสมบัติการยืดหยุ่นจึงเหมาะสมต่อการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีของเนคเทค นอกจากนี้ ศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ ยังทำงานร่วมกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค (Software Park) นำไมโครซอฟท์ บิซสปาร์ค (Microsoft BizSpark) ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ไปใช้ เพื่อมอบการเข้าถึงเทคโนโลยีและความช่วยเหลือให้แก่สตาร์ตอัพพร้อมช่วยให้บริษัทเหล่านั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ภายใต้การปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยข้อมูลในระดับสูงสุดของผู้ใช้ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์


นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทย์ฯ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล (digital economy) โดยเฉพาะในเรื่องการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมซึ่งรัฐบาลได้ริเริ่มโครงการพัฒนาทักษะไอทีให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและส่งเสริมการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะในหมู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประกอบกับความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงวิทย์ฯ​ ได้ทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์ตั้งแต่ปี 2551 ในการสร้างอนาคตดิจิตอลของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของทั้ง 2 องค์กร ปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอลซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เทคโนโลยีจะสามารถช่วยสร้างรายได้และเพิ่มการขยายตัวให้กับจีดีพีของประเทศ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเอสเอ็มอีของไทยได้รับแรงสนับสนุนทางเทคโนโลยีและเครื่องมืออย่างเต็มที่ จะสามารถแข่งขันกับบริษัทที่ใหญ่กว่าในตลาดโลกได้

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.เล็งเห็นความสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน เพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและสร้างระบบนิเวศไอทีของไทยให้แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีและโครงการระดับโลกต่างๆ ของไมโครซอฟท์ มาช่วยพัฒนาบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมไอทีของประเทศไทย โดยบทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งในการร่วมมือกันในครั้งนี้ คือ การฝึกอบรมเทคโนโลยีระดับโลกล่าสุด (Skills Development) ให้บุคลากรของ NSTDA Academy มีการนำงานวิจัยของเนคเทคมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานในวงกว้างในยุคโมบายและคลาวด์ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับซอฟต์แวร์พาร์ค ในการการพัฒนาระบบนิเวศไอทีบ่มเพาะและสนับสนุนผู้ประกอบรายใหม่ โดยผ่านการสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์และเงินทุนจากไมโครซอฟท์ บิซสปาร์ค และไมโครซอฟท์ เวนเจอร์ เป็นต้น

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไมโครซอฟท์มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ด้วยวิสัยทัศน์ We Make 70 Million Lives Better และเชื่อว่าศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศไอทีของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาทักษะ ส่งเสริมนวัตกรรม และมอบโอกาสการเข้าถึงเครื่องมือและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการจากความเชี่ยวชาญของเรา ไมโครซอฟท์เชื่อว่าศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมระบบนิเวศไอทีที่จะกลายมาเป็นรากฐานของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ซึ่งไมโครซอฟท์ยินดีและพร้อมที่จะร่วมมือกับ สวทช. เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ร่วมสร้างการเติบโตให้ระบบนิเวศไอทีไทย ตั้งแต่ปี 2551 ที่มีการเปิดศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ ได้มีการฝึกอบรมทักษะการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้กับนักเรียนกว่า 3,000 คน ด้วยหลักสูตรแบบมืออาชีพที่เปิดอบรมทุกปี เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้ฝึกงานจากการทำงานจริงในอุตสาหกรรมไอที โดยที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบวินโดวส์ โฟน และวินโดวส์ 8 ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วมากกว่า 1,000 แอพ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้องค์กรที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ตอัพกว่า 50 รายที่เริ่มต้นจากศูนย์แห่งนี้ และมีนักพัฒนารุ่นใหม่อีกมากมายที่ได้รับการจ้างงานผ่านเครือข่ายของศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์ ทั้งยังมีบริษัทผู้พัฒนาระบบ (ISV) อีกมากกว่า 400 รายได้รับการสนับสนุน และโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ โครงการไมโครซอฟท์ บิซสปาร์ค (Microsoft BizSpark) สตาร์ทอัพวีคเอนด์ และการแข่งขันเทคโนโลยีสำหรับนักศึกษาอย่าง อิมเมจิ้นคัพ (Imagine Cup).

ไมโครซอฟท์ ร่วมกับ สวทช. เปิดศูนย์นวัตกรรมไมโครซอฟท์แห่งใหม่ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เสริมแกร่งระบบนิเวศไอทีไทย รับลูกเศรษฐกิจดิจิตอล... 19 ก.พ. 2558 20:49 ไทยรัฐ