วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อพอร์ช โต้ลูกชายเมาแล้วขับ แพทย์แถลงอวัยวะบอบช้ำ!

หลังปล่อยให้สื่อตามข่าวกันให้ควั่กกับเหตุการณ์ พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์พลิกคว่ำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยไม่ว่าแหล่งข่าวทางไหนของพระเอกหนุ่มช่อง 7 ต่างก็พากันอ้ำๆ อึ้งๆ พูดไม่เต็มเสียง ถึงรายละเอียดอุบัติเหตุครั้งนี้ของ พอร์ช จนเรื่องลุกลามกลายเป็นข่าวลือว่า หนุ่มพอร์ช เมาแล้วขับ ล่าสุด คุณพ่อของหนุ่มพอร์ชและแพทย์ผู้ทำการรักษา จึงต้องเปิดแถลงข่าวขึ้นที่โรงพยาบาลเวชธานี

ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการโรงพยาบาลเวชธานี ได้เล่าเหตุการณ์ในขณะที่พอร์ชถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลว่า "สำหรับคุณพอร์ช ศรัณย์ ก็ได้รับแจ้งจากทางเพื่อนๆ ว่า ประสบอุบัติเหตุแถวบางน้ำเปรี้ยว ทางโรงพยาบาลก็เลยแนะนำให้เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ก็คือ โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว แล้วเราก็ส่งทีมแพทย์ฉุกเฉินไปรับตัว โดยไปถึงโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว ประมาณ 17.30 น. แล้วกลับมาถึงโรงพยาบาลประมาณ 19.00 น. เมื่อมาถึงทีมแพทย์ก็ได้ทำการตรวจอย่างละเอียด โดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในส่วนของศีรษะ ทรวงอก ช่องท้อง และมีทีมดูแลรักษาต่อเนื่อง"

ทางด้าน นพ.ปกรณ์ บุญญสิทธิ์ พบ.,วว.ศัลยศาสตร์ทั่วไป แพทย์เจ้าของไข้ ได้ชี้แจงอาการของพระเอกหนุ่มให้ฟังอย่างละเอียด ว่า "ณ ตอนนี้ คุณพอร์ชรู้สึกตัวดีนะครับ พูดคุยได้รู้เรื่องดี จากการที่เราตรวจอย่างละเอียด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ปรากฏว่าไม่มีเลือดคั่งนะครับ ไม่มีช้ำอะไร จะมีเรื่องที่เป็นเยอะหน่อยก็คือ เรื่องของกระดูก มีกระดูกหักหลายตำแหน่ง อันหนึ่งก็คือกระดูกสะบักข้างขวา และกระดูกซี่โครงด้านขวาหักอยู่ 4 ซี่ทางด้านหลัง และจะมีปีกของกระดูกสันหลังหักอยู่ประมาณสัก 3 ซี่ แต่จะไม่มีผลต่อระบบประสาท หรือเรื่องของการเดินอะไรทั้งสิ้น มันเป็นแค่ปีกกระดูก เป็นส่วนที่ไม่ได้สำคัญอะไร และเราเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในช่องท้องพบว่ามีตับช้ำ และมีรอยปริของตับนิดหนึ่ง มีเลือดซึมไม่มากนัก ไตข้างขวามีรอยช้ำฉีกขาดนิดหน่อย เลือดออกไม่มากนักเช่นกัน โดยรวมแล้วทั่วไปอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดี

ขณะที่แนวทางการรักษาในเรื่องของตับและไต เนื่องจากเลือดออกน้อยและอยู่ในที่ที่ไม่ได้มากนัก เราสามารถรักษาโดยการดูอาการเฉยๆ ให้ยาป้องกันการติดเชื้อ และรอเวลาให้หายเองได้ ส่วนเรื่องกระดูกอาจมีปัญหาเรื่องของอาการเจ็บนิดหน่อย ซึ่งพวกนี้ก็ต้องรอเวลาถึงจะหายดี อาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์โดยที่ไม่ให้ออกกำลังกายหนัก มีนิดหนึ่งก็คือ เรื่องของกระดูกซี่โครงที่ว่า 4 ซี่ มันได้ไปทิ่มปอด ทำให้มีลมรั่วออกมา และมีเลือดซึมในช่องปอดเล็กน้อย แต่เพื่อความปลอดภัย เราได้ใส่ท่อระบายตรงทรวงอกระบายลมและเลือด และปอดก็ได้ขยายดี เลือดก็หยุดแล้ว คาดว่าอีกสัก 2 วัน เราคงเอาท่อระบายนี้ออกได้ และคนไข้ก็สามารถลุกเองได้ดี และคนไข้จะเริ่มทานอาหารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยมากผู้ป่วยอุบัติเหตุที่มีการบาดเจ็บหลายแห่ง และมีการบาดเจ็บโดยเฉพาะในเรื่องของตับและไต เราจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมีเลือดออกเพิ่มมากขึ้นได้ เราก็ต้องดูใกล้ชิด ให้อยู่ในไอซียู แต่ตอนนี้เราดูมาประมาณ 2 วันแล้ว โดยทั่วไปคนไข้ก็ค่อนข้างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไร และวันนี้เราเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ซ้ำดู ร่องรอยของเลือดที่ว่าออกมันก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น ก็เป็นแนวโน้มที่ดีที่ว่าเราสามารถรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดได้ แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกสักหน่อย คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะออกจากไอซียูได้ครับ

สำหรับระยะเวลารักษาเรื่องหลักก็คือ เรื่องของกระดูก ซึ่งมันจะเจ็บ พวกนี้คงจะไปออกกำลังกายหนักอะไรไม่ได้ประมาณสัก 6 สัปดาห์ แต่ประมาณสักหนึ่งอาทิตย์ ถ้าคนไข้เจ็บน้อยลงโดยการที่เราให้ยาแก้ปวดช่วย คนไข้ก็น่าจะลุกขยับได้ ก็จะมีช่วยกายภาพบำบัดเล็กน้อย เพื่อลดอาการปวดและทำให้คนไข้ขยับตัวได้ดียิ่งขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ แต่ต้องรอดูสักนิดหนึ่งนะครับในเรื่องของการที่มีเลือดออกที่ตับกับไต อาจจะต้องรอดูหน่อย เพราะในบางครั้งมีเหมือนกันที่ว่ารอไปแล้ว 3-4 วันอยู่ๆ เลือดออกเพิ่ม ซึ่งนานๆ จะมีสักครั้งหนึ่ง แต่ช่วงนี้อย่างน้อยที่สุดในหนึ่งอาทิตย์แรกคนไข้ต้องอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้ไปออกกำลัง เพราะเรากลัวเรื่องเลือดออกเพิ่มเติม

ส่วนผลกระทบด้านอื่นไม่น่ามี สุดท้ายเราคิดว่าน่าจะเรียบร้อยดี เรื่องของกระดูกที่หักทั้งหลาย มันจะเข้าที่ของมันเองในส่วนใหญ่ แม้กระทั่งกระดูกสะบักก็เป็นกระดูกที่แตกและอยู่ในตำแหน่งที่ดี คาดว่าการออกไปใช้ชีวิต หรือการออกกำลังกายเลยในภายหลังก็ทำได้ปกติ ไม่มีอะไร

ขณะเดียวกัน เรื่องของใบหน้าไม่มีบาดแผล ยังหล่อเหลาเหมือนเดิมครับ (ยิ้ม) จะมีบาดแผลที่หลัง แต่ที่หน้าไม่มีอะไร ที่หลังก็เป็นแผลถลอกธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นข้างใน ไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมครับ (ยิ้ม)"

ด้านคุณพ่อจักร ศิริลักษณ์ คุณพ่อของพระเอกหนุ่ม ได้เล่าเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุให้ฟังว่า "จริงๆ แล้วตั้งแต่ตอนเอารถออกไปก็ไม่อยากให้ขี่ เพราะว่าคันนี้เพิ่งซื้อมา และเพิ่งได้ขี่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งปกติเขาจะไม่ได้ขี่คันนี้ ก็ยังไม่ชินรถ ผมก็เตือนเขาแล้วเหมือนกัน และมันก็เป็นจริงๆ เพราะเวลามันเสียหลักแล้วเขาจะบังคับไม่ได้ เพราะรถบิ๊กไบค์น้ำหนักมันเยอะ พอเสียหลักแล้วก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณบ่ายสามกว่าครับ ข่าวที่ว่าพอร์ชหลับใน ไม่ใช่หรอกครับ เพราะเขานอนมาทั้งวันเลย ตื่น 15.00 น.น่ะ ขี่ออกมา 15.15 น. แล้วล้มก็คงไม่หลับในหรอก (ยิ้ม) อาจเป็นเพราะความไม่คุ้นเคยของรถมากกว่า เพราะผมกับเขาขี่รถด้วยกัน ปกติขี่ต่างจังหวัดก็ขี่ด้วยกันก็จะรู้อยู่ เขาขี่เก่งกว่าผมนะ เขาจะเป็นคนนำ เรื่องแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้ดื่มหรอกครับ เพราะเขาเพิ่งตื่น

ส่วนคู่กรณี ไม่มีคู่กรณีครับ เพราะถนนมันไม่เรียบ เป็นถนนเก่าซึ่งรถสวนกันได้ แต่ก่อนหน้าที่เขาจะขับออกไปผมก็มีลางสังหรณ์เหมือนกันนะ คือผมนอนไม่หลับ และผมก็เตรียมรถอีกคันให้เขา เขาก็บอกว่าเอาไปลองดู เพราะพอร์ชยังเคยขี่ ก็อยากลองขับทางไกลดู ผมก็ตามใจแต่ก็ให้ระวัง

การไปขี่ครั้งนี้ ก็เป็นเหมือนการไปทริปประจำของเขา เพราะพอมีช่วงพักผ่อนวันหยุด เขาก็จะไม่ค่อยทำอะไร ก็พักผ่อนด้วยการไปขับรถกัน แต่ความเร็วที่ขับนี่ก็ประมาณ 60-70 ครับ ตอนที่รู้ข่าวก็ตกใจนิดๆ หน่อย เพราะว่ารู้อยู่แล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ก็มีล้ม เพราะผมเองก็เคยล้ม ก็ไม่ได้ถือว่าหนักนะ พอเกิดเหตุเพื่อนๆ เขาก็โทรมาบอก เพราะเขาขี่กันไปเป็นกลุ่มเลยครับ ขี่ตามกันมา แต่คันนี้ไม่มีคนซ้อนครับ ซ้อนไม่ได้ เพราะเป็นรถที่นั่งเดี่ยว ถ้าซ้อนต้องซ้อนข้างหน้า (ยิ้ม)

ผมได้เจอเขาแล้วครับ คำแรกที่เขาบอกผมก็คือ หิวข้าว (ยิ้ม) แค่นั้นเอง ไม่เป็นไร ก็ยังหัวเราะ อยากกินสตาร์บัคแค่นั้นเอง หลังจากนี้ถ้าเขาอยากขี่อยู่ก็ตามสบาย ไม่ห้ามหรอกครับ ถามว่าเป็นเรื่องของปีชงหรือเปล่า ก็อาจเป็นไปได้ อาจจะมีส่วน ฉลองปีชง (ยิ้ม) ก็เพิ่งเริ่มวันนั้นวันแรกเลย ก็เลยยังไม่ทันได้ไปทำบุญ แต่ปกติเขาก็ทำบุญตลอดนะ ก็อาจเป็นที่ดวงด้วยไม่ค่อยดีเท่าไร คนเราก็เป็นไปได้ แต่ก็ต้องไม่ประมาทแหละ"

ทั้งนี้ คุณพ่อยังได้ฝากถึงแฟนคลับทุกคนที่เป็นห่วงว่า "อยากฝากบอกแฟนคลับทุกคนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ อีกสัก 1-2 อาทิตย์ก็น่าจะโอเคแล้ว ปกติเขาไม่เคยพัก ตอนนี้ก็นอนพักบ้าง (ยิ้ม) ก็ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลและทางคุณหมอด้วย ที่ดูแลอย่างดี และอยากฝากเตือนผู้ขับขี่ด้วยครับ ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท นี่เขาก็ไม่ได้ประมาทก็ยังเป็นไปได้ และชุดต่างๆ ควรจะใส่ทุกครั้ง เซฟตี้ทุกครั้งครับ แต่จริงๆ เรื่องชุดเซฟตี้ของเขา ผมเป็นคนเตรียมให้ตลอดครับ มีเยอะ มีทุกชิ้นเหมือนนักแข่งน่ะครับ"

ด้านผู้จัดการส่วนตัวของหนุ่มพอร์ช ได้พูดถึงเรื่องงานในวงการบันเทิงตอนนี้ของพอร์ชว่า คงต้องขอหยุดพักไปก่อน "ตอนนี้เรื่องงานก็ได้โทรไปบอกที่กองละครไว้ และส่วนอีเวนต์ที่รับไว้ ก็โทรไปขอเขายกเลิก ส่วนพรีเซ็นเตอร์ หรือการถ่ายโฆษณา ก็มีการโทรไปขอเลื่อนไว้ก่อน ผมขอเลื่อนไว้ประมาณ 20 วัน รอดูอาการอีกที"

และในงานแถลงข่าววันนี้ ได้มีรุ่นพี่ในกลุ่มบิ๊กไบค์ของหนุ่มพอร์ชมาด้วย คือ กีต้าร์ ศิริพิชญ์ วิมลโนช และ เอ อรุชา โตสวัสดิ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในกลุ่มบิ๊กไบค์ที่ไปออกทริปด้วยกัน และอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยเอ เล่าว่า

"เป็นเรื่องของการที่รถมันตีลังกา คือมันตีลังกาครึ่งรอบ ที่หมอบอกว่าการที่ข้างหลังเป็นเยอะ เพราะว่าตัวมันลอยและเอาหลังลง อย่างที่หมอบอก ไม่มีอะไรมาก เราก็สบายใจครับผม" เป็นทริปยังไง? กีต้าร์ กล่าวว่า "จริงๆ มันเป็นทริปของการพักผ่อนของพวกเราหลายๆ คน ที่ทำงานมาเหนื่อย และเป็นปกติกันอยู่แล้ว ไม่เคยมีเอ็กซิเดนท์อะไร พวกเราเป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์กันทุกคนอยู่แล้ว เรามีการเรียนกันมาอยู่แล้ว อย่างที่พี่เอ หรือน้องพอร์ช เขาก็เรียนขี่บิ๊กไบค์กันมาทุกคน"

เอ กล่าวเสริม "หลักๆ พวกเราก็มีเสื้อ มีหน้ากากครบ ทำให้อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ถือว่าหนักเท่าไร แต่ก็เป็นอุบัติเหตุที่มีอุทาหรณ์ในเรื่องของถนนบ้านเราด้วย แล้วก็ตัวพอร์ชด้วย อาจจะเป็นในเรื่องของปีชง"

ความเร็วเกี่ยวไหม? เอ "จังหวะนั้นความเร็วแค่นี้ก็ล้มได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น 60 หรือ 80 ขี่มาเป็นขบวนอ่ะครับ ตอนที่พอร์ชล้ม ก็หลุดออกจากขบวนและพวกเราก็หยุดรถและลงไปช่วยกัน" กีต้าร์ "เหมือนที่คุณพ่อแจ้งค่ะว่า การขับบิ๊กไบค์มันคันใหญ่ พอคันใหญ่มันควบคุมยากเสียการทรงตัว ถ้าขับออกตัว 10-20 ก็สามารถล้มได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณต้องใส่อุปกรณ์ให้ครบ ซึ่งเราก็ใส่ครบทุกอย่าง"

ตอนที่เราไปเยี่ยมน้อง เค้าเป็นยังไงบ้าง? กีต้าร์ "พูดคุยได้ปกติ" เอ "ก็ปกติครับ หลังจากที่กลับมาจากบางน้ำเปรี้ยว อาการดีขึ้น" กีต้าร์ "ต้องขอบคุณโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว ที่ช่วยเหลือในเบื้องต้นและดูแลน้องเป็นอย่างดี หมอและพยาบาลดูแลอย่างเต็มที่ และติดต่อให้รถพยาบาลในกรุงเทพฯ มารับ น้องพอร์ชเป็นน้องสุดในกลุ่มและพวกเรารักที่สุด เรียกได้ว่าเป็นความโชคดีแล้วกันเนอะที่น้องไม่เป็นอะไร ก็ปลอดภัย ยืนยันจากคุณพ่อ คุณหมอทุกท่าน คือเราไม่ได้โกหกเลยจริงๆ แล้วเดี๋ยวเราจะมีการอัพเดตอาการให้ฟังเรื่อยๆ"

เอ "ฝากบิ๊กไบค์ทุกคนนะครับว่า ขับขี่ก็ต้องระวัง อยากให้ใส่ชุดเซฟการ์ด ทั้งเสื้อ กางเกง หมวกกันน็อกน่ะครับ เพราะอันนี้เป็นอุทาหรณ์จริงๆ ไม่มีของพวกนี้อาจจะเจ็บหนักกว่านี้ก็ได้".

พ่อพอร์ช ศรัณย์ พระเอกดังช่อง 7 โต้ข่าวลือลูกชายเมาแล้วขับ แพทย์แถลงอวัยวะภายในบอบช้ำ คาดรักษา 6 สัปดาห์ 19 ก.พ. 2558 14:22 19 ก.พ. 2558 16:32 ไทยรัฐ