วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนีคดีไม่มีความสุข ตู่เตือนปู! ผิด-ถูกไปสู้ในศาล

หนีคดีไม่มีความสุข ตู่เตือนปู! ผิด-ถูกไปสู้ในศาล

  • Share:

ส่วนค่าเสียหาย6แสนล้าน ให้รองวิษณุดูข้อกฎหมาย ยืนยัน-ยังไม่คิดปรับครม.

ป.ป.ช.ร่อนหนังสือสั่งกระทรวงคลัง ฟ้องแพ่งรีด “ปู” 6.8 แสนล้านบาท ชดใช้จำนำข้าวเจ๊ง กำชับยึดผลสรุปอนุ กก.ปิดบัญชีบวกค่าเสื่อมสภาพข้าว มัดคอ “ยิ่งลักษณ์” เป็นนายกฯ ควบเก้าอี้ประธาน กขช.หนีรับผิดชอบไม่ได้ “ประยุทธ์” มอบ “วิษณุ” ดูข้อกฎหมาย ลั่นไม่กลัวถูกมองเร่งคดี ซัดสื่ออย่ามโนเป็นเรื่องการเมือง แนะ “ปู” อยู่สู้ชั้นศาล เผ่นหนีออกนอกก็ไม่มีความสุข “ยิ่งลักษณ์” ทำบุญไหว้เจ้าตรุษจีน ถกทีมทนาย 19 ก.พ. เมินไม่ไปศาลฎีกาฯ วัน อสส. ส่งฟ้อง วางเกมขึ้นศาลวันแถลงเปิดคดี ขนพยาน 20 ปากหักล้าง พท.โวย ป.ป.ช.ตั้งธงราวี “บิ๊กตู่” ยัวะ 6 เดือนสื่อตีรัฐบาลไร้ผลงาน คุย รมต.สอบผ่านทุกคน ยันไม่คิดปรับ ครม. ขู่ นศ.เคลื่อนไหวทวง ลต.จะเดือดร้อน สั่ง จนท.ควานหาคนชักใย อ้างงานเยอะชิ่งหนีนั่งหัวโต๊ะเวทีกลางสัมปทานน้ำมัน กลุ่มต้านบี้นายกฯ ลงมารับฟังเอง

จากกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้กระทรวงการคลังไปฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าว โดย ป.ป.ช.ให้ยึดผลสรุปตัวเลขการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวล่าสุดที่สรุปความเสียหาย 6.8 แสนล้านบาท และให้คำนึงถึงค่าเสื่อมสภาพข้าวในโกดังด้วย

ป.ป.ช.ส่งคลังฟ้องแพ่ง “ปู” ทำเจ๊งข้าว

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังเพื่อให้ดำเนินการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงนามและส่งหนังสือพร้อมสำนวนคดีจำนำ ข้าวให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรียกร้องค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีโครงการจำนำข้าวเรียบร้อยแล้ว ตามมาตรา 73 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยหนังสือที่ส่งไปให้กระทรวงการ คลัง เพื่อเรียกค่าเสียหายมีชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จากความเสียหายที่เกิดขึ้นในโครงการจำนำข้าว ซึ่งจะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังจะพิจารณาว่า มีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องร่วมรับผิดชอบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่

ตั้งเป้ารีดค่าเสียหาย 6.8 แสนล้าน

นายปานเทพกล่าวว่า หนังสือที่ ป.ป.ช.ทำถึงกระทรวงการคลังไม่ได้ระบุว่าจะต้องเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์เท่าใด กระทรวงการคลังต้องพิจารณา เอง โดยให้หลักการไปว่ามีตัวเลขความเสียหายของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ครั้งที่ 3 มีความเสียหาย 3 แสนล้านบาท พร้อมทั้งให้คำนึงตัวเลขการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวล่าสุด ที่นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่าความเสียหายในโครงการทั้งหมด 6.8 แสน ล้านบาท ตลอดจนการคิดค่าเสื่อมสภาพข้าวในโกดัง ด้วย คาดว่ารวมวงเงินค่าเสียหายในโครงการนี้น่า จะอยู่ในราว 6.8 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังในฐานะผู้เสียหาย และผู้ค้ำประกันโครงการดังกล่าวต้องไปพิจารณาเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ และผู้เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ตาม กฎหมาย ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดว่ากระทรวงการคลังต้องพิจารณาเรียกค่าเสียหายให้เสร็จภายในกี่วัน แต่เชื่อว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ไม่บังคับ “ยิ่งลักษณ์” มาศาล 19 ก.พ.

นายปานเทพกล่าวว่า ส่วนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่อัยการสูงสุดจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 19 ก.พ. ถือเป็นโทษทางอาญาที่แยกจากคดีแพ่ง อัยการสูงสุดระบุแล้วว่าในวันดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางมารายงานตัวต่อศาลฎีกาฯหรือไม่ก็ได้ เป็นดุลพินิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง ไม่มีปัญหา แต่ในวันที่ศาลฎีกาฯ นัดพิจารณา คดีครั้งแรก ภายหลังจากศาลรับฟ้องแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาฯ ไม่เดินทางไปไม่ได้

อัยการพร้อมแถลงสำนวน

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหาย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 19 ก.พ. ว่า ในเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.พ. นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ และนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะและรองหัวหน้าคณะ ทำงานการฟ้องคดี จะเป็นตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุดยื่นสำนวนฟ้องคดีนี้ต่อศาลฎีกาฯ หลังจากยื่นฟ้องแล้ว ในเวลา 10.45 น. สำนักงานอัยการสูงสุด จะแถลงรายละเอียดสำนวนฟ้องในคดีนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมาจาก ป.ป.ช.หรือ ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางมารายงานตัวในวันที่ 19 ก.พ.หรือไม่ เมื่อถามว่า อัยการสูงสุดจะลงความเห็นท้ายคำร้อง เรื่องปล่อยชั่วคราวหรือการเดินทางออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นายโกศลวัฒน์ตอบว่า คงจะไม่มี เพราะตาม ขั้นตอนแล้ว ศาลฎีกาฯต้องประชุมคัดเลือกองค์คณะ 9 คน ก่อน เงื่อนไขต่างๆ องค์คณะจะเป็นผู้พิจารณาเอง

นายกฯมอบ “วิษณุ” ดูข้อ ก.ม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึง กรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้เรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์กว่า 6 แสนล้านบาท กรณีทำโครงการจำนำข้าวขาดทุนว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 18 ก.พ. ได้มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปพิจารณาข้อกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างไร ครม.จะต้องดำเนินการอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์หรือไม่ เพราะตอนนี้คดีความต่างๆ อยู่ในจุดการตัดสิน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วยังไง มันเร็วเกินไปหรือ จะให้มันช้าลงกว่าเดิมหรือไง ทุกคดีอันไหนพร้อมเขาก็ทำ” เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่า จะถูกมองว่าเร่งรัดคดี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่กลัว จะกลัวทำไม คนเริ่มต้นดำเนินการไม่ใช่ตน เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.สอบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนที่จะมา เป็นรัฐบาล อะไรจะตามมาก็เป็นเรื่องของกฎหมาย เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้คนเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่มีการเมืองหรือการกลั่นแกล้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สื่อก็ช่วยอธิบาย อย่าไปมโนเองหรือเขียนเอง

ชี้ “ปู” หนีออกนอกไร้ความสุข

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ให้รัฐเรียกความเสียหายทางแพ่ง จะยิ่งบีบให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีออกประ เทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีหรือไม่จะเกิดอะไรขึ้น ไม่เห็นจะเกิดประโยชน์กับใคร ถ้าหนีเขาก็ไม่มีความสุข เขาอยู่ก็ต้องสู้คดี ผิด ถูกอย่างไรต้องไปสู้คดีในศาล ส่วนการประเมินความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวว่า ไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาทนั้น หักลบกลบหนี้ตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าจะขายข้าวได้เมื่อใด ข้าวจะเสื่อมราคาหรือไม่ ถ้าขายข้าวได้ราคาต่ำ การขาดทุนก็สูงขึ้น วันนี้ค่าเช่าคลังตกเดือนละ 2,600 ล้านบาท เสียเปล่าๆ จะทำอย่างไร ถ้าเก็บไว้อีกสักปีจะเสียเท่าใดคง 3 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนความคืบหน้าการประมูลข้าวรอบแรกที่มีการตรวจสอบนอมินีนั้น คงต้องประมูลเพิ่มเพราะ 4 แสนตัน ที่มาประมูลรอบแรกเป็นบริษัทที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบว่า บริษัทที่ได้รับไป 4 แสนตัน จาก 9 แสนตัน อาจเป็นนอมินีกับบริษัท เดิมที่มีปัญหา ต้องให้ประมูลใหม่ และได้สั่งให้ยุติ แล้ว เพราะ 4 แสนตันเป็นบริษัทนอมินี รัฐบาลนี้ทำทุกอย่าง ทำช้าก็หาว่าขายไม่ออก พอทำเร็วไปก็หาว่าไม่รอบคอบ แล้วจะเอาอย่างไร

สะกิดอายุความสั้นให้รีบฟ้อง

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การฟ้องเรียกเอาเงินเข้ารัฐเป็นหน้าที่กระทรวงการคลังในฐานะผู้เสียหาย ต้องดำเนินการเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง รวมถึงข้อต่อสู้

ขณะเดียวกัน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ไม่ได้กำหนดว่า หลังจาก ป.ป.ช.ส่งหนังสือให้หน่วยงานนั้นๆ จะต้องฟ้องแพ่งในระยะเวลาเท่าไร แต่ทราบกันดีว่าอายุความในคดีแพ่งสั้นกว่าคดีอาญา แต่หลังจากนั้นศาลจะใช้ระยะเวลาพิจารณากี่ปีไม่มีปัญหา เพราะอายุความไม่ขาด เนื่องจากมีการฟ้องไว้ก่อนแล้ว

เชื่อสถานการณ์ปกติไม่น่าห่วง

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ในวันที่ 19 ก.พ. ที่อัยการสูงสุดยื่นส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ไม่น่าจะมีอะไร ทุกอย่างอยู่ในกรอบกฎหมาย การดูแลความปลอดภัยกลุ่มต่างๆ ที่จะออกมาเคลื่อนไหวคงไม่มี ทุกฝ่ายคงเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการความสงบเรียบร้อยและต้องเดินหน้า ขอร้องทุกคนให้ทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง หากไม่สามารถเดินหน้าตามโรดแม็ปได้ทุกคนก็เดือดร้อน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเราต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ มีความยากอยู่ ถ้าภายในชาติเข้มแข็งจะช่วยประเทศชาติขับเคลื่อนได้ดีขึ้น ทุกคนต้องช่วยกัน ส่วนกรณีการเผยแพร่ภาพ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากรหรือตั๊น อดีตแกนนำ กปปส.และพวกในโซเชียลมีเดีย แต่งกายคล้ายชุดทหารร่วมงานสังสรรค์ว่า ถ้ามีอาชีพเป็นทหารก็แต่งเครื่องแบบได้ แต่ที่ไม่มีสิทธิคือผู้ที่ไม่ใช่ทหารจะไปแต่งเครื่องแบบทหารได้อย่างไร

ทบ.แจงส่งรถสายพาน 42 คันไปฝึก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า วันที่ 19 ก.พ.58 เวลา 05.00 น. กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) จะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์คือ รถสายพานลำเลียง 42 คัน จากที่ตั้งหน่วยทหารเกียกกายและสนามเป้า ไปยังสถานี รถไฟย่านสินค้าพหลโยธิน-ปลายทางสถานีรถไฟโคกกระเทียม จ.ลพบุรี ไปฝึกภาคสนามหน่วยกองร้อยพื้นที่ฝึกบ้านดีรัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และวันที่ 8 มี.ค. เวลา 19.00 น. จะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งผ่านเส้นทางเดิม จึงขอแจ้งให้ประชาชนทราบและขออภัยในความไม่สะดวก

“ปู” ไหว้ตรุษจีนเสริมสิริมงคล

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่อัยการสูงสุดเตรียมจะสั่งฟ้องคดีรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 19 ก.พ.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปก์) บุตรชาย ได้ทำพิธีไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์สวมเสื้อสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเสร็จพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ เดินทางไปที่ศูนย์ การค้าคริสตัล พาร์ค เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันทีมทนายและทีมงาน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยอย่างสนุกสนานกับทีมงาน จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์และ ด.ช.ศุภเสกข์ ได้เดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยมีประชาชนขอถ่ายรูป และจับมือให้กำลังใจ บอกว่า “สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้” ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางกลับบ้าน

19 ก.พ.ไม่ไปศาลฎีกาฯ

ด้านคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่าในวันที่ 19 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เดินไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาฯ ซึ่งทีมทนายให้เหตุผลกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เนื่องจากวันที่ 19 ก.พ. อัยการสูงสุดจะทำหน้าที่ส่งฟ้อง ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงไม่จำเป็นต้องไป จากนั้นศาลฎีกาฯจะเรียกประชุม เพื่อเลือกตุลาการ 9 คน เป็นองค์คณะพิจารณาคดี เมื่อศาลฎีกาฯพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่ จะเชิญอัยการสูงสุด ป.ป.ช.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะจำเลย ไปรับฟังคำไต่สวน หากศาลรับฟ้องก็จะกำหนดวันพิจารณาคดีในนัดแรก

พร้อมลุยเองวันศาลแถลงเปิดคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม หากศาล ฎีกาฯมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมจะเดินทางไปยังศาลในวันเปิดคดีแน่นอน ซึ่งทีมทนายความได้ประเมินว่า ขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาล ฎีกาฯตั้งแต่การพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่ การนัดสืบพยาน จนถึงกระบวนการตัดสินขั้นสุดท้าย น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โดยทีมทนายได้เตรียมยื่นพยานไว้กว่า 20 ปาก ซึ่งในชั้น ป.ป.ช.ถูกตัดพยานไปจำนวนมาก โดยเชื่อว่าหากศาลอนุญาตจะสามารถเพิ่มน้ำหนักการต่อสู้คดีได้มาก โดยเฉพาะพยานจาก อคส.และ อ.ต.ก.ที่จะหักล้างตัวเลขข้อมูลของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเน้นชี้แจงข้อกล่าวหาการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเป็นหลักสำคัญ

พท.โวย ป.ป.ช.ตั้งธงฟ้องแพ่ง

นายพนัส ทัศนียานนท์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจจริงๆ เรื่องนี้ เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ทำไปตามที่ประกาศไว้ต่อรัฐสภา ปกติแล้วเมื่อรัฐบาลดำเนินนโยบายไปอาจมีความผิดพลาดได้ แต่ไม่ควรเป็นความผิดทางแพ่ง ต้องดูว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยต้องมีข้อมูลชัดเจน ไม่ใช่การประมาณการ แต่นี่ข้าว ยังไม่ได้ขายทั้งหมด หลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจน ทั้งความตั้งใจของรัฐบาลก็คือการช่วยเหลือชาวนา จึงไม่ควรเป็นความผิดทางแพ่ง ซึ่งกระทรวงการคลังคงจะดำเนินการไปตามที่ ป.ป.ช.ส่งมา เพราะเหมือนตั้งธงไว้แล้ว แต่กระทรวงการคลังต้องขอให้อัยการเป็นผู้ดำเนินคดีให้ ซึ่งอัยการจะต้องมีความเห็นว่า เข้าข่ายละเมิดที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ เพราะขณะนี้จำนวนตัวเลขยังเป็นเพียงการคาดการณ์ หรือการประมาณการเท่านั้น เอาเข้าจริงๆ เมื่อขายข้าว หมดอาจจะไม่ขาดทุนถึงขนาดนั้นก็ได้

ฉะองค์กรอิสระตัวสร้างปัญหา

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่า ป.ป.ช.จ้องจัดการซีกพรรคเพื่อไทย ขณะที่คดีของอีกฝ่ายไม่คืบหน้าเลย ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้องปฏิรูปโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรม และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. องค์กรอิสระเป็นปัญหาหนึ่งของประเทศ หากสังคมเกิดความยุติธรรมเป็นมาตรฐานเดียว จะไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งอย่างที่เป็นอยู่ วันนี้ต่อให้ทุกฝ่ายหันมาพูดคุยกัน แต่กระบวนการใช้กฎหมายตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมทั้งการใช้อำนาจของ ป.ป.ช.ยังจ้องจัดการคนฝ่ายเดียว ปัญหาก็ไม่จบ ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญ หากร่างออกมาบิดเบี้ยว รับใช้คนฝ่ายเดียว แฝงอำนาจองค์กรเดิมๆและยึดอำนาจไว้ทั้งหมด จะทำให้ประเทศถอยหลัง หาก ส.ว.จากการแต่งตั้งสามารถกดปุ่มล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ทันที และศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจชี้ขาด ตั้งนายกฯ คนนอกตามมาตรา 7 แบบนี้ประเทศจะเดินหน้าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

“วันชัย” ย้ำไม่เจรจาจะเสียของ

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์กรณีเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เจรจากับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อสร้างความปรองดองว่า เมื่อรัฐประหารแล้วต้องสานงานเรื่องความปรองดอง ไม่ใช่แค่การออกกฎหมายหรือร้องรำทำเพลง สิ่งสำคัญคือต้องเร่งพูดคุยกับคู่ขัดแย้งสำคัญคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าสิ่งที่เสนอไปเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน ไม่มีใครมาประสานหรือมีวาระซ่อนเร้น แต่เกรงว่าหากยังไม่มีการปรองดอง ต่อให้เขียนรัฐธรรมนูญดีอย่างไรก็เสียเวลาเสียของ การเจรจาคือหนทางสู่ปรองดอง ทำได้ทั้งทางตรงและทางลับ ถ้าเจรจาแล้วบางเรื่องไม่สามารถทำได้ต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่ปิดเป็นความลับทำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจ แต่เมื่อนายกฯตัดสินใจไม่เจรจาก็ต้องเคารพและไม่ก้าวล่วง ทั้งนี้จะไม่เสนอแนวคิดไปยังคณะกรรมการศึกษาเเนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. เพราะไม่ได้ร่วมอยู่ในชุดนี้ แต่หากที่ประชุม สปช.หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอภิปรายจะลุกขึ้นแสดงจุดยืนแน่นอน

ยึด ศก.พอเพียงปฏิรูปทรัพยากร

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกมธ.ยกร่างฯ คนที่ 6 และนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ 9 การปฏิรูปเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและการผังเมือง โดยคำนึงถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม ให้มีการปฏิรูประบบและโครงสร้างองค์กรและกฎหมายด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ ตรากฎหมายจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่คุ้มครองทางทะเล รวมทั้งตรากฎหมายด้านสิทธิชุมชนและการกระจายอำนาจ

เลื่อนถกปรองดองไปนอกสถานที่

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวต่อว่า เรื่องการปฏิรูปด้านพลังงาน ให้มีการบริหารจัดการพลังงานอย่างปิโตรเลียม และเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น เป็นทรัพยากรของชาติและมีไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง การสำรวจและการผลิตต้องคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง นอกจากนี้ยังพิจารณาเรื่องปฏิรูปแรงงาน ต้องสนับสนุนให้มีการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เป็นกองทุนของผู้ใช้แรงงาน และให้เสรีภาพผู้ใช้แรงงานร่วมเจรจาต่อรองตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ส่วนการปฏิรูปด้านวัฒนธรรม สนับสนุนให้มีสมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อปกป้องฟื้นฟูสืบสานส่งเสริม และพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่ ขณะที่หมวดการปรองดอง อาจพิจารณาไม่ทันสัปดาห์นี้ คาดว่าจะนำไปพิจารณาในการประชุม กมธ.ยกร่างฯนอกสถานที่ ที่ จ.ชลบุรี หลังจากก่อนหน้านี้นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างฯในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช.(คศป.) ระบุจะนำเข้าพิจารณาในวันที่ 18 ก.พ. เนื่องจากจะเร่งพิจารณาหมวดการปฏิรูปที่ผ่านได้แค่ 6-7 ด้านจาก 18 ด้านให้เสร็จก่อน

ใช้ราชภัฏสำรวจความเห็นแก้ รธน.

ที่รัฐสภา น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่สอง เป็นประธานลงนามจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างคณะ กมธ.วิสามัญการมีส่วนร่วม และรับฟังความเห็นประชาชน สปช.กับตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมมือศึกษา ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้เกิดการปฏิรูป ทั้งเรื่องปฏิรูปและการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่ง รวบรวมข้อมูลเป็นรายกรณี โดยนายประชา เตรัตน์ ประธานคณะ กมธ.การมีส่วนร่วมฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ตั้งคณะอนุ กมธ.ทั้ง 77 จังหวัด สำรวจความเห็นประชาชนแล้วกว่า 800 เวที แต่ประชาชนกลับมีส่วนร่วมไม่ถึงร้อยละ 0.1 จึงคาดว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นหน่วยงานใกล้ชิดกับประชาชน จะเป็นตัวกลางให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้

“มาร์ค” ให้ดูจังหวะนิรโทษฯ

ที่โรงแรมดุสิตธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอให้นายกฯใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 เดินหน้าสร้างความปรองดองว่า การจะนิรโทษกรรมต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะใช้มาตรา 44 หรือให้นายกฯทำอะไร ต้องมีกระบวนการชัดเจนว่า ต้องการทำอะไร เพื่อแก้ปัญหาอะไร เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ต้องตีโจทย์ให้แตกว่าปัญหาความขัดแย้งที่ต้องการแก้ไขคืออะไร วิธีการแก้ไขที่เหมาะสมควรทำอย่างไร ส่วนจะใช้วิธีออกกฎหมายโดยใคร ใช้อำนาจพิเศษอะไรเป็นประเด็นรอง การจะใช้อำนาจออกกฎหมายหรือตัดสินใจอะไร ต้องได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้างก่อน ไม่เช่นนั้นจะย้อนกลับไปสู่สถานการณ์วิกฤติได้อีก เหมือนกรณีพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจนเป็นที่มาของความขัดแย้ง ขณะนี้การสร้างความปรองดองบางเรื่องก็ดำเนินการได้ทันที เช่น กลุ่มที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม กลุ่มใดที่เห็นว่าไม่ควรเอาผิด แต่ยังมีความผิดติดตัวอยู่ ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้ แต่ต้องระวังว่าขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง เกรงว่าจะมีคำถามตามมาจากนักศึกษาที่เคลื่อนไหว และถูกดำเนินคดีฝ่าฝืนกฎอัยการศึกว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ เป็นการชุมนุมทางการเมืองเช่นกัน

ห่วง กก.ปรองดองอยู่เหนือศาล

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนกรณีคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะบรรจุเรื่องความปรองดองในรัฐธรรมนูญ หากจะมีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติก็มี 3 ประเด็นต้องพิจารณาคือ 1.ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมการ 2.กรรมการชุดนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งหลังมีรัฐธรรมนูญ ก็แปลว่าจะไม่มีการดำเนินการอะไรระหว่างนี้หรือไม่ 3.หากการทำงานเรื่องการปรองดองต่อไประบุว่าจำเป็นต้องใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ อยากทราบดุลอำนาจตรงนี้ เพราะไม่มั่นใจข้อเสนอที่บอกว่า สภาและศาลต้องรับฟังคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ เพราะที่สุดจะเกิดคำถามถึงความชอบธรรมของคณะกรรมการชุดนี้ว่ามีที่มาอย่างไร จึงสั่งศาลหรือสภาได้

ปัด ปชป.ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันหลักการว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด เราขัดแย้งกับการกระทำผิดกฎหมาย แต่ไม่ขัดแย้งส่วนตัวกับบุคคลหรือพรรคใด ในอนาคตหากมีพรรค การเมือง กลุ่มการเมืองใดกระทำผิดกฎหมาย เราจะคัดค้านอีก แต่การต่อรองหลักการคือ การไม่มีหลักการ สรุปว่าเราคัดค้านหรือขัดแย้งกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

“บิ๊กตู่” อวยพรร่ำรวยวันตรุษจีน

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ครม.ผู้สื่อข่าวถือโอกาสอวยพรนายกฯเนื่องในเทศกาลตรุษจีนว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊” ขณะที่นายกฯหันมายิ้มพร้อมกับกล่าวอวยพรว่า “ขอให้ร่ำรวยๆ มีความสุขนะจ๊ะ” ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯมีเชื้อจีนด้วยหรือคะ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมมีทุกเชื้อ” จากนั้นนายกฯได้ขึ้นไปเข้าห้องประชุม ครม.

โว รมต.สอบผ่านฉุนสื่อตีไร้ผลงาน

ต่อมาเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม.ถึงความพึงพอใจผลการทำงาน ครม.ในรอบ 6 เดือนว่าผลงานของรัฐบาลมีเยอะแยะ แต่สื่อยังเขียนว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร นั่งอยู่เฉยๆ อ่านแล้วโมโห อย่างนี้มันหมดกำลังใจเหมือนกัน ที่ทำมาถึงวันนี้ได้เพราะการเข้ามาทำงาน มีการออกกฎระเบียบมากมาย ปรับปรุงวิธีกระบวนการรื้อของเก่าทำของใหม่มันไม่ง่าย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ ครม.ชุดนี้ทำทั้งสิ้น แล้วถ่ายทอดให้ข้าราชการดำเนินการต่อ ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองลงลึกไปถึงข้างล่าง แต่มีความเสียหายเยอะไม่อยากพูด เมื่อถามว่า มีการประเมินผลงาน ของรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ให้ผ่านทุกคนอยู่แล้ว ต้องขอบคุณเพราะทุกคนต่างเหน็ด-เหนื่อย อดตาหลับขับตานอน ผลงานวันนี้ที่จับต้องได้ที่สำคัญ คือประเทศไม่ล้ม ที่ผ่านมาประเทศจะล้มอยู่แล้ว ก่อนหน้าวันที่ 22 พ.ค.ประเทศล้มไปแล้ว เกือบจะพังพาบ รัฐบาลไปดันขึ้นมา รื้อฐานราก ที่ผ่านมาอาจไม่มีใครรู้เพราะไม่มีใครตอบคำถาม มีแต่ตนเท่านั้นที่พูดมาก พอพูดมากก็หาว่าพูดเกินไป พอไม่พูดก็ไม่เข้าใจ

การันตียังไม่คิดปรับ ครม.

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่คิดจะปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่คิด เพราะมีเรื่องใหญ่โตกว่านี้เยอะ ควรรู้ว่างานมันเยอะขนาดไหน ทุกกระทรวงทำกันอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาต่างก็อดตาหลับขับตานอน แต่สื่อยังไปวิพากษ์วิจารณ์ อ่านดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆ แล้วที่เขียนถึงเรื่องผลประโยชน์ อยากถามว่ารัฐมนตรีจะไปเอาประโยชน์อะไร ทุกคนไม่ยากจน อีกอย่างทุกคนรู้ฐานะดีว่า การเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้น เข้ามาทำอะไร ทุกคนทุ่มเท เป็นเรื่องของเกียรติยศ เดี๋ยวก็ไปแล้ว ทำไมต้องมาทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับวงศ์ตระกูล ทุกคนไม่ได้อยากอยู่ ไม่ได้อยากทำ แต่คนไทยทั้งชาติจะทำอย่างไร เมื่อถามว่า ถ้ามาแล้วเจอปัญหามากมายเช่นนี้ รู้สึกตกใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “แหม...อย่างกับเข้ามาเป็นนายกฯแล้วตกใจ ไม่ตกใจหรอก ที่เข้ามาเพราะรู้ว่ามันมีปัญหามากมายแต่ไม่ตกใจ แต่ตกใจอย่างเดียวคือมันมากกว่าที่คิดไว้เยอะไอ้เรื่องที่มันแย่ๆ”

สั่งคลำหาคนชักใย นศ.เคลื่อนไหว

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งว่า มีความเป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะเดือดร้อนเรื่องการเรียนการศึกษา วันนี้ไม่รู้จะไปประท้วงอะไรเรื่องเลือกตั้งกันนักหนา รู้อยู่แล้วว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้น เมื่อทุกอย่างมีความพร้อม มีรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามโรดแม็ปแล้วจะมาเรียกร้องให้เลือกตั้งเดี๋ยวนี้ มันยังเลือกตั้งไม่ได้ ขอร้องว่าอย่ามาร้องตอนนี้เลย ถ้าต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นมีช่องทางให้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาคิดว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คงมีฝ่ายเจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ ถ้าสื่อรู้ให้ช่วยบอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง เดี๋ยวไปถามฝ่ายความมั่นคงให้

เตือนอย่าทำตัวเป็นไก่ตรุษจีน

“วันนี้วันตรุษจีน อยากเป็นเหมือนไก่ตรุษจีนกันก็เอาสิ ต่างคนต่างเก่ง ต่างจิกตีกันตลอดเวลาที่อยู่ในเข่ง ถึงเวลาก็ถูกนำไปฆ่าเชือดคอทั้งเล้า ตายทั้งเข่ง อย่าทำตัวเป็นไก่ตรุษจีน อย่าทำตัวแบบนั้นเลย ผมไม่ได้ว่าตัวเองดีหรือเก่งกว่าใคร แต่สื่อชอบออกมาตำหนิรัฐบาลแย่ เข้ามาแล้วไม่ทำอะไร ไม่มีผลงาน แต่ความจริงของเก่าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องราวเลย ทำไมสื่อไม่ไปถามรัฐบาลที่แล้วบ้าง ทำไมถึงมีปัญหาเช่นนี้ ทำไมถึงปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์ต้องมาแก้ปัญหา ไปถามรัฐบาลคนดีคนเก่งของพวก ท่านดู น่ารำคาญจริงเลยพวกนี้” นายกฯกล่าว

วอนตั้งสติใช้ปัญญาแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ ฮวดไช้ ขอให้ร่ำให้รวย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ในวันตรุษจีน เราเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด เราคือคนไทย ใต้ร่มพระบารมี ขอให้ทุกคนตั้งสติให้ดี ใช้สติปัญญาแก้ปัญหา ช่วยรัฐบาลทำในสิ่งที่ดี อันไหนไม่ดีก็ติเตือนว่ากันมา ให้กำลังใจกันบ้าง ปีใหม่ไม่ขออะไรเลย ตนมีความปรารถนาดีกับคนไทยทุกคน ส่วนคนที่มีรายได้น้อย เราพยายามทำทุกอย่างอยู่ วางอนาคตให้ได้ ไม่ใช่ว่าประชุมวันนี้สั่งวันนี้จบวันนี้ ถ้าทำงานกันแบบรัฐบาลนี้มาหลายๆรัฐบาลคงไม่ต้องถึงวันนี้ จะไม่มีปัญหาที่ว่ามาเลย สิ่งที่ทำออกมาแล้ว มันอาจจะมีผลพอใจหรือไม่นั้น มันก็พอใจไม่ได้ เพราะยังไม่ยั่งยืน ยังไม่เกิดขึ้น ต้องไปถามหาจากรัฐบาลต่อไป ถ้าทำได้อย่างที่ตนทำได้ก็โอเค ได้เริ่มไว้ให้หมดแล้ว แต่จะทำต่อหรือเปล่าไม่รู้

ไฟเขียว 5 หมื่นล้านแก้ภัยแล้ง

นายกฯยังกล่าวถึงการเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ ที่ข่วงเมืองน่าน อ.เมือง จ.น่าน ว่า พระองค์มีรับสั่งให้ช่วยดูแลประชาชนให้ดีมากยิ่งขึ้น รับสั่งถึงคนจนระดับ 3 ที่อยู่ตามชายขอบชาวไทยภูเขา จึงสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีการจัดการปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องเรียนหนังสือที่อาจจะคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถพิเศษนำมาพัฒนาประเทศต่อไป ส่วนกรณีคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เสนองบประมาณกลาง เพื่อดำเนินการแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระยะเร่งด่วนประจำปี 2558 ครม.อนุมัติตามแผนงานดังกล่าว แต่ตนเสนอว่า ต้องใช้การบูรณาการเชื่อมต่อทุกกระทรวง ดังนั้นเม็ดเงินที่เหลือจากงบปี 57 และปี 58 จะนำมาขออนุมัติในวงเงินกว่า 50,000 ล้านบาท โดยต้องปรับโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำที่แล้งมาก และวางแผนยาวไปถึงปี 62-65 ตอนนี้ทำเฉพาะที่มีเงินไปก่อน ใช้ตามหลักความเร่งด่วน

หาเงินกู้ ดบ.ต่ำทำรถไฟรางคู่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการหารือร่วมไทย-จีน ที่จีนจะเสนอการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน จีนเสนอดอกเบี้ยมาร้อยละ 2.5 จะมาดูอีกว่าจะต่ำกว่าร้อยละ 2 ได้หรือไม่ ถ้าได้ก็โอเค แต่ถ้าไม่ได้ ส่วนใดที่ได้จะกู้มาจำนวนหนึ่งในส่วนที่อาจลงทุนร่วมกัน บางส่วนอาจต้องไปกู้แหล่งเงินทุนอื่นที่ดอกเบี้ยราคาถูก ไม่ใช่เหมาจ่ายไปทุกวัน การลงทุนไม่ใช่เซ็นเอ็มโอยูแล้วสร้าง จ่ายเงินทันที ต้องกู้เงิน การลงทุน ก่อสร้างการควบคุมเดินรถ การค้าขายบนเส้นทางรถไฟ ต้องผ่านการทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รวมถึงประชาพิจารณ์ ไม่ใช่ว่าเซ็นพรุ่งนี้แล้วมะรืนสร้างได้ ต้องประมาณ ก.ย.จะเร่งให้เร็วกว่านั้น แต่ยังติดปัญหาดอกเบี้ยที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะกู้ที่ไหน ไม่ใช่จะสมยอมกันทุกเรื่อง เป็นมิตรกันต้องมีผลประโยชน์เท่าเทียม ทางจีนก็โอเค ผู้นำพูดกันไม่มีปัญหาเลย แต่ปัญหาคือกลไกลต่างๆเช่น บริษัทที่ต้องเลือกมาร่วมกันลงทุนกับบริษัทของไทย เราต้องจ้างต่ออีกเหมือนกัน ต่างคนต่างต้องเลือกกันอยู่ที่การเจรจา ตกลงได้ก็ได้ อย่าไปกังวล อันไหนดอกเบี้ยถูกก็กู้ที่นั่น

จัดระเบียบใหม่ที่ดิน สปก.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยเรื่อง การจัดสรรที่ทำกินให้ประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งที่ผ่านมามีจัดสรรที่ดิน สปก.เพื่อช่วยประชาชน แต่ระยะหลังที่ดิน สปก.ถูกเปลี่ยนไปอยู่ในความรับผิดชอบของนายทุนเป็นส่วนใหญ่ จึงมอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการเรียกคืนที่ดินกลับมา อาจจะต้องฟ้องร้อง และจัดสรรที่ดินใหม่ให้มีความเหมาะสม ไม่ให้ถูกเปลี่ยนมือได้อีก ขณะเดียวกันพื้นที่ที่ถูกบุกรุก ต้องจัดระเบียบด้วยว่า พื้นที่ใดสามารถฟื้นฟูให้กลับมาสู่สภาพที่เป็นป่าไม้ได้ ส่วนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ต้องจัดระเบียบตามที่หน่วยงานราชการกำหนด พร้อมป้องกันไม่ให้มีการขายต่อในแบบผิดกฎหมาย ส่วนป่าต้นน้ำต้องเร่งอพยพประชาชนที่บุกรุกพื้นที่ดังกล่าวออกมา แล้วจัดสรรพื้นที่ว่างในเบื้องต้น จากนั้นจึงดำเนินการเร่งรัดจัดสรรที่ทำกินต่อไป

บี้ กสทช.จดทะเบียนซิมเติมเงิน

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินมาลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่ ครม.มีมติเห็นชอบในวันนี้ และให้ กสทช.ติดตามผู้ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงิน 90 ล้านหมายเลขทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมามีประชาชนมาลงทะเบียนแค่ 1.4 ล้านคน จึงต้องติดตามว่า สามารถดำเนินการให้มีผู้มาลงทะเบียนตามเป้าหมายได้หรือไม่ หากไม่ได้ต้องเสนอมาตรการบังคับทางกฎหมายที่เหมาะสมให้ ครม.พิจารณาต่อไป ส่วนประชาชนที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบบ free-wifi ให้มาลงทะเบียนแสดงด้วยเช่นกัน เพราะมีผลต่อความมั่นคง เนื่องจากประชาชนบางคนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ก่อกวน หลอกหลวง ซื้อขายยาเสพติด และอาชญากรรม การออกหลักการส่วนนี้จะช่วยดูแลความมั่นคงได้มาก

รบ.ยิงสดช่อง 11 ถกพลังงาน

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดเวทีกลางแลกเปลี่ยนความเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ในวันที่ 20 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลเชิญฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญรวมแล้วกว่าร้อยคนมาร่วมหารือ โดยนายกฯมอบหมายตนเป็นตัวแทนรัฐบาลร่วมรับฟัง โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทีวีวงจรปิดไปที่ศูนย์บริการประชาชนชั่วคราว สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.

นายกฯอ้างงานเยอะชิ่งนั่งหัวโต๊ะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวถึง การเรียกร้องให้นายกฯนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเวทีกลางเพื่อรับฟังความเห็นการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ในวันที่ 20 ก.พ.ว่า ตนตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรแค่ไหน มีเรื่องอื่นอีกเยอะแยะที่ต้องทำ ถ้าทั้งหมดมีนายกฯคนเดียวก็ไม่ต้องมี ครม. ใครรับผิดชอบสายงานไหนก็ว่ามา ตนจะเป็นคนตัดสิน ถ้าให้ตนไปนั่งฟังทุกวัน ก็ไม่ต้องทำงานแล้ว ให้ไปนั่งฟังแทนทั้ง 19 กระทรวงก็ไม่ใช่ ถือว่าให้เกียรติอยู่แล้วเพราะจัดเวทีในทำเนียบรัฐบาล ห้ามมาทะเลาะเบาะแว้ง อาละวาดด่าทอกันแถวนี้ไม่ได้ ในเวทีดังกล่าวจะเป็นข้อสรุปของที่ประชุมที่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน มานั่งฟังด้วยจะนำไปรวบรวมสรุปและหาแนวทางเสนอขึ้นมาอีกครั้ง อย่าเพิ่งไปสรุปว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่รู้จะไปบังคับอย่างไรต้องดูเหตุผลกัน บางอย่างฟังกันเสียบ้าง คงตั้งสติกันได้บ้าง อยากให้เข้าใจว่าเราเข้ามาแก้ไข หลายสัมปทานเกิดมานานแล้วต้องไปดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ต้องปรับเป็นรูปแบบไหน มี 3 อย่างให้ไปช่วยกันคิดมาก่อนคือ 1.สัมปทาน 2.พีพีพีหรือการให้เอกชนร่วมกิจการรัฐ 3.รัฐลงทุนเองทั้งหมด โดยที่ประชุมเวทีกลางดังกล่าวจะแบ่งให้นั่งซ้ายขวาและตรงกลางให้มีผู้มีความรู้เรื่องพลังงานมานั่งฟังด้วย จะได้สรุปกันมาว่าจะเอาอย่างไร

โวยรัฐล็อกสเปกจี้ “บิ๊กตู่” มาฟังเอง

ที่โรงแรมดุสิตธานี กลุ่มผู้ลงรายชื่อคัดค้านสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 อาทิ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นายนพ สัตยาศัย นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมหารือถึงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการประชุมเวทีสัมปทานปิโตรเลียมวันที่ 20 ก.พ. ภายหลังการหารือนายอรรถวิชช์กล่าวว่า รัฐบาลเลือกตัวนำเสนอฝ่ายประชาชนทั้ง 4 คน และระบุชื่อเองหมดแล้วซึ่งไม่ถูกต้อง แทนที่จะให้ฝ่ายประชาชนกำหนดกันเอง เสมือนล็อกตัวคนที่จะพูด รูปแบบการจัดงานเหมือนการโต้วาที ในที่สุดก็ไม่สามารถสรุปความเห็นใดๆได้ เราแค่อยากนำเสนอการแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพื่อเปิดทางเลือกระบบอื่นๆด้วย ทั้งนี้สัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 เป็นตัววัดความตั้งใจจริงว่า รัฐจะกล้าให้มีทางเลือกอื่นหรือไม่ หรือแค่ต้องการต่อสัมปทานเพราะปี 2565 สัมปทานเก่าจะหมดอายุ ภาคประชาชนเรียกร้องให้นายกฯมารับฟังด้วยตนเองดีกว่าให้ตัวแทนมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้