วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้าสู่โหมด ‘หาเรื่อง’

เน้นวิชาตัวเบาไว้ก่อน

ตามสูตรการออกตัวของ 3 พี่น้องของหัวขั้วอำนาจบูรพาพยัคฆ์

ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

ต่างท่องคาถา มาฟอร์มเดียวกัน

ยืนยันรัฐบาลไม่ได้เป็นคู่กรณีกับใคร คสช.เข้ามาเพื่อหยุดสถานการณ์ที่ทำให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้า ให้เดินหน้าต่อไปได้เท่านั้น

นอกเหนือจากนั้นไม่ใช่หน้าที่

โดยจังหวะบอกปัดข้อเสนอที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งโต๊ะเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การปรองดองในทางปฏิบัติอย่างจริงๆจังๆ

ลีลาชัดเจน ขุนศึก คสช.พยายาม “ลอยตัว” อยู่เหนือความขัดแย้ง

ไม่เอาตัวเข้าเสี่ยงเป็นเหยื่อของสงครามเกมอำนาจที่อึมครึมคลุมเครือ

เพราะถึงวันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนในหมู่ขบวนการต้าน “ทักษิณ” ที่เกาะกุมกันอยู่หลายสาย ใครคือผู้ถือดุลอำนาจตัวจริงในการเจรจายุติศึกชิงอำนาจประเทศไทยกับ “นายใหญ่”

ที่สำคัญคุยแล้วจบได้จริงหรือไม่

ภายใต้บรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยยุทธ์ตามล้างตามเช็ด

ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังในฐานะผู้ค้ำประกัน เพื่อเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว (กขช.)

ตัวเลขเบื้องต้น 6 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมค่าเสื่อมสภาพข้าว

โดยจังหวะไล่บี้ไล่ต้อนน้องสาว “ทักษิณ” ไม่ให้มีที่ยืน

เล่นกันไม่เว้นแม้แต่ประเด็นนายตำรวจติดตาม ที่มีการไล่บี้จากแนวร่วมฝ่ายต้าน “ทักษิณ” กดดัน “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้ยกเลิกคำสั่งส่งตัว พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายเวรรอง ผบ.ตร. ไปอารักขาอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์

ทักกันดังๆ ขู่กันแรงๆเลยว่า เป็นการทำผิดกฎระเบียบ

ทั้งๆที่จริงๆเลยก็เป็นสิทธิที่อดีตผู้นำสามารถดำเนินการได้เป็นเรื่องปกติ

เพราะทั้งอดีตนายกฯ ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ล้วนแต่มีการทำหนังสือขอนายตำรวจติดตามในฐานะอดีตผู้นำประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้เป็นรายการ “จองกฐิน” เฉพาะ “ยิ่งลักษณ์”

ไล่ล่าหักดิบกันแบบไม่ลดละ เล่นกันดะไม่เลือกปมเล็ก ประเด็นน้อย

ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็โดนเกมสวนเหมือนกัน

กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับว่าที่ “นายกรัฐมนตรีหญิง” ของกองเชียร์ม็อบ กปปส.

ตามท้องเรื่องที่ “น้องตั๊น” น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร อดีตแกนนำ กปปส. และพวกในวงไฮโซแต่งกายในลักษณะคล้ายกับชุดทหารร่วมงานปาร์ตี้ มีการถ่ายรูปโชว์หราในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

กลายเป็นปมโจษจัน ขยายผลโดยเฉพาะในกลุ่มขบวนการหมั่นไส้ม็อบ กปปส.

กระตุกปมความเหมาะสม ในอารมณ์เปรียบเทียบสองมาตรฐาน

สถานการณ์เดือดร้อนถึงหัวขบวนบูรพาพยัคฆ์อย่าง พล.อ.ประวิตร ต้องออกอาการหงุดหงิดใส่คำถามของนักข่าวที่ไล่บี้ไล่ต้อนถามเค้นคอเรื่องความผิดของ “น้องตั๊น” ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ต้องพูดนอกรอบกับนักข่าว อ้อมแอ้มๆสามารถเอาผิดได้เพราะผิด พ.ร.บ.เครื่องแบบทหาร

แม้แต่พวกที่เงียบๆ อย่าง พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.ในฐานะ คสช.ก็ยังโดนลากเข้ามาเอี่ยวให้ความเห็นในประเด็นเล็กๆ แต่แรงสั่นสะเทือนสูง ระบุถ้าไม่ใช่ทหารจะแต่งเครื่องแบบทหารไม่ได้

แค่ปมเครื่องแบบทหาร ยังลากเอาหัวแถว คสช.ออกมาเป็นขบวน

เห็นอยู่ว่ายังป่วน สถานการณ์เข้าสู่โหมดพาลหาเรื่องกันทุกช็อต

แล้วใครล่ะ จะเสี่ยงตั้งโต๊ะคุยเรื่องปรองดอง.


ทีมข่าวการเมือง

18 ก.พ. 2558 23:43 18 ก.พ. 2558 23:43 ไทยรัฐ


advertisement