วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครคือกรรมการกลาง?

แนวคิดที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อความปรองดองในสังคมไทย น่าจะกลายเป็นหมันเสียแล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อเสนอว่า ในขณะนี้อดีตนายกรัฐมนตรีมีคดีติดตัวอยู่ นายกรัฐมนตรีจะไปพูดคุยกับคนที่มีคดีความไม่ได้ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าใครไปพูดคุยก็ผิด ส่วนการปรองดองขอให้ทุกฝ่ายมาคุยกัน

ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องความปรองดองขึ้นมาอีกครั้ง เสนอให้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้มีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และคู่ขัดแย้ง 5 คน เพื่อศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองในชาติ โดยให้เวลา 5 ปี ส่วนวิธีการอาจจะมีการให้อภัยโทษรวมอยู่ด้วย

ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ อาจจะเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด จะบังคับให้คู่ขัดแย้งปรองดองกันได้ เพราะมี บทลงโทษ ผู้ที่ไม่ยอมปรองดองอาจถูกถอดถอน ฐานส่อว่าจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แต่นักการ เมืองไทยไม่กลัวการถอดถอน แม้แต่คดีทุจริตมีโทษถึงประหารก็ยังไม่กลัว

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางคน จึงเสนอแนวทางลัดให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเชื่อว่าทั้งสองคนมีอำนาจที่จะยุติความขัดแย้งลงได้ ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจสูงสุดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 หัวหน้า คสช.มีอำนาจกระทำการใดๆก็ได้ เพื่อการปฏิรูปในด้านต่างๆ หรือส่งเสริมความสามัคคีสมานฉันท์

ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ มีคนไทยไม่ใช่น้อยที่เชื่อว่าเป็นต้นตอของความขัดแย้ง เพราะที่ผ่านๆมา หลังมีรัฐประหารล้มรัฐบาล เพื่อจัดระเบียบใหม่ ทุกอย่างก็จะยุติ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศว่า ไม่รู้จักคำว่า “แพ้” และสะกดไม่เป็น และเนื่องจากกุมอำนาจการเมืองและร่ำรวยมหาศาล จึงสามารถอยู่เบื้องหลังการปลุกระดมมวลชนต่อสู้ได้อย่างยืดเยื้อ

ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ไม่ใช่แค่ระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง หรือระหว่างกลุ่ม นปช.กับ กปปส. แม้แต่กองทัพก็ถูกดึงเข้าร่วมขบวนการด้วย หลักฐานชัดเจนคือ รัฐประหารสองครั้ง เพราะไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่รวบอำนาจนิติบัญญัติและบริหาร ทั้งยังพยายามเข้าแทรกแซงและครอบงำองค์กรตรวจสอบ และปล่อยให้มีการทุจริตเชิงนโยบายอย่างมโหฬาร

กลายเป็นความขัดแย้งของสองสำนักความคิดที่ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าปัญหาทุกอย่างจะต้องแก้ไขตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อีกฝ่ายยืนกรานว่าไม่ได้ทำผิด แต่ถูกกลั่นแกล้ง เป็นฝ่ายเสียงข้างมากมีอำนาจสิทธิ์ขาด ไม่ต้องถูกตรวจสอบโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดก็คือ เมื่อความขัดแย้งบานปลาย จะเหลือใครเป็น “คนกลาง” เป็นผู้ไกล่เกลี่ยหรือไม่?

18 ก.พ. 2558 10:18 18 ก.พ. 2558 10:18 ไทยรัฐ