วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยในสายตาฝรั่ง 300 ปีก่อนกับเดี๋ยวนี้

โดย ซูม

เมื่อประมาณ พ.ศ.2501-2502 ผมเข้ามาเรียนหนังสือที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท ชอบเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนเตรียม เพราะมีหนังสือดีๆ น่าอ่านจำนวนมาก

จำได้ว่า วันหนึ่งไปเปิดอ่านหนังสือพงศาวดาร ที่นาย วัน วลิต พ่อค้าฮอลันดา ที่มาทำมาค้าขายในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสยาม เอาไว้หลายๆเรื่อง

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอ่านแล้วรู้สึกโกรธมาก คือบันทึกที่นาย วัน วลิต หรือที่ยุคนี้มักจะเรียกกันว่า นาย ฟาน ฟลีต ตามสำเนียงที่แท้จริงของชาวฮอลันดา...เขียนไว้เกี่ยวกับอุปนิสัยใจคอและความประพฤติของคนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา

“ชาวสยามโดยทั่วไปหยิ่งและอวดดี...พวกเขามีความหยิ่งและคิดว่าไม่มีชาติไหนๆ สามารถเท่าเทียมพวกเขาได้ กฎหมาย ขนบธรรมเนียม และความรู้ของพวกเขาดีกว่าที่ไหนๆในโลกนี้ ท่าทางและใบหน้าดุและหยิ่ง พวกเขาสุภาพในการสนทนา นิสัยพวกเขา ร่าเริง แต่ขลาดกลัว ไว้ใจไม่ได้ ปิดบังอำพราง หลอกลวง ช่างพูด และเต็มไปด้วยการโกหก”

วิจารณ์คนไทยเราอย่างหนักหน่วงถึงขนาดนี้ จะไม่ให้ผมโกรธจนอยากจะขว้างหนังสือออกไปนอกหน้าต่างห้องสมุดได้ยังไงล่ะ

ใน พ.ศ.2501-2502 ผมอายุเพียง 17-18 ปี เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่เย็นเป็นสุขอย่างมากช่วงหนึ่ง

คนไทยโอบอ้อมอารีทั้งประเทศ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทั่วประเทศ ผมมาจากนครสวรรค์ เติบโตมาพร้อมกับความยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้คน ความมีน้ำจิตน้ำใจอันงดงามทั่วทั้งจังหวัด

ครั้นมาเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ผมก็ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดที่มีปมด้อยแม้แต่น้อย เพราะเพื่อนร่วมห้องผมซึ่งมีทั้งลูกพ่อค้า ลูกเศรษฐี ลูกนายพล ล้วนดีต่อพวกเรา เด็กบ้านนอก จนกลายเป็นเพื่อนสนิทชิดเชื้อกันไปทั้งห้อง และยังคบค้ากันมาจนถึงเดี๋ยวนี้

ผมไม่เห็นคนดุ คนหยิ่ง หรือคนอวดดี แต่อย่างใดเลย อาจมีคนทะเลาะถกเถียงกันบ้าง แต่ก็ไม่รุนแรง ไม่หลอกลวง ไม่โกหกแน่นอน

ต่างกับที่นายวัน วลิต เขียนราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ต่างกันราวกับว่านายวัน วลิต ไม่ได้ใช้มือเขียน แต่ใช้อวัยวะที่ตรงข้ามกับมือเขียน จึงได้ออกมาแบบนี้

แต่พอมาถึงวันนี้ 56-57 ปีผ่านไป ประเทศไทยผ่านแผนพัฒนาประเทศมาหลายฉบับ ผมชักรู้สึกว่าหลายๆอย่างใกล้เคียงกับผู้คนในสมัยอยุธยา ที่นาย วัน วลิต บันทึกเอาไว้เหมือนกันแฮะ

อาจจะไม่เหมือนทั้งหมด คือ คงไม่ถึงขั้นหลอกลวง โกหก อะไรหรอก แต่รู้สึกว่าจะมีความหยิ่ง ความดุ และความอวดดื้อถือดีกันพอสมควรทีเดียว

ความคิดที่ว่า ไม่มีชาติไหนมีความสามารถเทียบเทียมเราได้ กฎหมาย ขนบธรรมเนียมของเราเหนือกว่าใคร ก็ดูเหมือนจะมีคนชอบพูด ชอบอ้างขึ้นมาเยอะ ในสมัยนี้

แม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะยังเป็นส่วนน้อยอยู่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไทยเรายังเป็นคนโอบอ้อมอารี นิสัยดี ซื่อสัตย์ สุจริต นอบน้อมถ่อมตน จริงจังและจริงใจ อันเป็นนิสัยที่แท้จริงของคนไทยเรา

แต่จากข่าวคราวในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เริ่มสะท้อนภาพคนไทยในลักษณะเดียวกับที่นายวัน วลิต เคยมองไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์คนไทยจากสื่อฝรั่ง ก็ชักจะมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องโน้นเรื่องนี้ ที่ไม่เป็นมงคลนัก

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ในการพัฒนาประเทศนั้น การที่ประชากรของเราจะ “ด้อยความสามารถในการแข่งขัน” บ้าง อย่างที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้ ก็ยังพอจะแก้ไขปรับปรุงให้สู้เขาได้

แต่ถ้า “ด้อยอุปนิสัย” คือ อุปนิสัยไม่ค่อยดี โดยเฉพาะถ้าหนักไปในทางที่นายวัน วลิต เคยบันทึกไว้ละก็...ผมก็เป็นห่วงว่า เราจะไม่มีทางสู้ใครๆเขาได้เลย เพราะในเบื้องต้นอาจจะไม่มีใครอยากคบอยากค้า และอยากมาเที่ยวบ้านเราแน่นอน

ก็อย่างที่ผมเกริ่นไว้แหละครับ ว่าสถานการณ์ทุกวันนี้ยังไม่หนักหนาถึงขั้นไม่มีทางแก้ไข เพียงแต่แนวโน้มจะมีเยอะขึ้นเท่านั้น

จึงขออนุญาตนำมาฝากให้คิดล่วงหน้าเอาไว้...เผื่อจะช่วยกันคนละมือคนละไม้ อย่าให้คนไทยเราเป็นอย่างที่ฝรั่งรายนี้บันทึกไว้ เมื่อ พ.ศ.2183 หรือเมื่อ 375 ปีก่อนโน้นก็แล้วกัน.

“ซูม”

18 ก.พ. 2558 09:44 ไทยรัฐ