วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จําคุก 10 ปี ‘บิ๊กกิ๊ก’ คดีฟอกเงินบ่อน

พรรคพวกเจอ 5 ปี - 1 ปีครึ่ง

โดนอีกข้อหา “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” พร้อมลูกน้องและญาติสนิทถูกศาลพิพากษาคดีฟอกเงิน นำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปเปลี่ยนแปลงสภาพ ตั้งแต่เรียกรับเงินบ่อนพนันออนไลน์อาบูบาก้า เปิดบ่อนโคลอนเซ่ ซื้อขายตำแหน่ง ยันส่วยน้ำมันเถื่อน ทั้งหมดรับสารภาพ ขณะที่อดีตนายพลสอบสวนกลางแอ่นอกรับเป็นผู้สั่งการ ขอศาลเมตตาจำเลยคนอื่น ศาลตัดสินจำคุกอดีต ผบช.ก. 20 ปี ส่วน “โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์” และเครือญาติคนละ 10 ปี มีเพียง “บุญสืบ ไพรเถื่อน” โดน 5 ปี ทว่าทุกคนสารภาพลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง

ที่ศาลอาญาวันที่ 17 ก.พ. ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน.นายชอบ ชินนะประภา อายุ 60 ปี นางปิยพรรณ ชินนะประภา อายุ 56 ปี น้องเขยและน้องสาว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช อายุ 57 และนางสวงค์ มุ่งเที่ยง อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

อัยการฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2552-11 ก.ค. 2557 จำเลยกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป. (เสียชีวิตแล้ว) และพวกอีก 2 คนที่หลบหนีได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน จำเลยที่ 1, 2 และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี อดีตรอง ผกก.6 บก.ป. ร่วมกันกระทำการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่โดยเรียกรับเงินจากผู้กระทำผิดการพนันออนไลน์ (อาบูบาก้า) ร่วมกับผู้อื่นทำการเปิดบ่อนการพนันโคลอนเซ่ ย่านพระราม 9 ร่วมกันเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ก. ร่วมกันเรียกรับเงินส่วยน้ำมันเถื่อนจากผู้ลักลอบค้าน้ำมันเชื้อเพลิงกลางทะเลในภาคใต้

จากนั้นจำเลยกับพวกได้บังอาจกระทำความผิดฐานฟอกเงิน นำเงินซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งของเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนันอันเป็นความผิดมูลฐานหรือจากการสนับสนุนช่วยเหลือการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน จำเลยที่ 1, 4, 5 ยังร่วมกันฟอกเงิน โดยนำเงินสดซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินเป็นโฉนดที่ดิน 92 แปลง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 223,117,785 บาท อันเป็นการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น และกระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยกฎหมาย

นอกจากนี้ จำเลยที่ 1, 6, 7 ได้บังอาจร่วมกัน ฟอกเงินโดยนำเงินสดที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อโฉนดที่ดินรวม 9 แปลง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 56,462,000 บาท และจำเลยที่ 2 ได้บังอาจร่วมกันฟอกเงิน นำเงินสดที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อโฉนดที่ดินรวม 11 แปลง มูลค่าทั้งสิ้น 105,400,000 บาท และนำเงินไปฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่จำเลยที่ 3 ฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปฝากโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายวันมงคล ไพรเถื่อน 3,000,000 บาท และฝากโอนเข้าธนาคารกสิกรไทย บัญชีชื่อนางสาวอุบลจุฑา ไพรเถื่อน 3,000,000 บาท

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อมาสอบคำให้การจำเลย หลังอ่านและ อธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟังจนเข้าใจแล้ว สอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า ทั้ง 7 รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาไม่ขอต่อสู้คดี ทั้งนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ได้แถลงต่อศาลว่า ทุกคนยอมสารภาพผิด โดยขณะเกิดเหตุตนเป็นผู้สั่งการให้จำเลยอื่นๆ ปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการ เนื่องจากเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทำให้มีความเคารพ น่าเชื่อถือ ขอให้ศาลเมตตาพวกจำเลยด้วย

ศาลเห็นว่าคดีนี้จำเลยรับสารภาพประกอบกับเป็นคดีมีอัตราโทษไม่เกิน 5 ปี ไม่ต้องสืบพยานประกอบ วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งหมดกระทำผิดจริงตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์จำเลยที่ 1 กระทำผิดรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 10 ปี เป็นจำคุก 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 2, 4, 5, 6 และ 7 จำคุกคนละ 10 ปี สำหรับจำเลยที่ 3 พล.ต.ต.บุญสืบ จำคุก 3 ปี ทั้งหมดให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไว้ 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 2, 4, 5, 6 และ 7 เหลือจำคุก คนละ 5 ปี พล.ต.ต.บุญสืบ คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน

โดนอีกข้อหา “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” พร้อมลูกน้องและญาติสนิทถูกศาลพิพากษาคดีฟอกเงิน นำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปเปลี่ยนแปลงสภาพ ตั้งแต่เรียกรับเงินบ่อนพนันออนไลน์อาบูบาก้า... 18 ก.พ. 2558 08:25 18 ก.พ. 2558 09:51 ไทยรัฐ