วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘หัวขั้วอำนาจ’ แท้จริง?

ฟาวล์ไปตามระเบียบ

ตามอาการ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. บอกปัดข้อเสนอให้ตั้งโต๊ะเจรจากับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อปูทางไปสู่ความปรองดองอย่างจริงๆจังๆ อ้างสถานะเจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวให้เหมาะสม

ไม่ใช่หน้าที่จะต้องคุยกับคนมีคดีติดตัว

ขณะที่อีกฝั่งเสียงจากทีมงานใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณก็แบ่งรับแบ่งสู้เป็นเชิง “นายใหญ่” อยากคุยเหมือนกัน แต่กลัวตกหลุมพราง และอีกทางหนึ่งก็เสียงแหลมๆ จากทีมงานคนเสื้อแดงพรรคเพื่อไทย ตะโกนสวนเลยว่า แค่ “ดราม่า” ตบตา

เพราะลับหลังรุมยำฝ่าย “ทักษิณ” อ่วมอยู่ข้างเดียว

สรุปว่า ไม่รับมุกทั้ง 2 ฝ่าย สูตรปรองดองที่ถูกตีปี๊บออกมาในห้วงเทศกาลแห่งความรัก คงจะซาไปตามวันวาเลนไทน์ที่ผ่านพ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่ได้เลื่อนลอยซะทีเดียว

เพราะแกะรอยตามเงื่อนไขที่ “บิ๊กตู่” กั๊กท่าไว้ ในวงเล็บต้องรับโทษก่อนอาจจะพูดจากันได้

ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่สอดรับกับเงื่อนไขที่ “เดอะปื๊ด”นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไปจุดพลุไว้ในดงเสื้อแดง เวทีรับฟังความเห็นที่จังหวัดอุดรธานี โยนหินแนวทางไปสู่ปรองดองในภาคปฏิบัติ

“อภัยโทษ” แทน “นิรโทษกรรม”

แปลความตามถ้อยคำ ก็ต้องมาเข้าสู่กระบวนการรับโทษก่อนแล้วค่อยอภัย

ล่าสุดก็เป็น “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ที่ตอกย้ำหลักการแน่นๆ ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม

บางอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการก่อน จึงจะพูดจากันได้

ตามสัญญาณของฝ่ายคุมเกมอำนาจ ก็คงเปิดดีลไว้ที่การให้อดีตนายกฯทักษิณ และเครือข่ายซึ่งหมายรวมถึงอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโทษทัณฑ์ตามกฎหมายก่อน แล้วจึงเข้าสู่โหมดการเคลียร์โทษ

ซึ่งมันก็เป็นเงื่อนไขที่ย้อนกลับไปสู่จุดตั้งต้นที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันมา

อดีตนายกฯทักษิณปักธงต้องกลับบ้านอย่างเท่ๆโดยไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ตามจุดยืนที่มั่นคงมาตลอดว่า ตัวเองไม่มีความผิดแต่อย่างใด

คดีต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นเพราะโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง

แต่เครือข่ายฝ่ายต้านระบอบทักษิณก็กดดันให้ “นายใหญ่” กลับมารับโทษ โดยเฉพาะฐานความผิดในคดีคอร์รัปชัน จะปล่อยให้ลอยนวล จบแบบเจ๊ากันไปไม่ได้

ยื้อธงสวนทางกันไปก็สวนทางกันมา

ตามท้องเรื่องเก่าๆ หนังฉายซ้ำแล้ว 2-3 รอบ จากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนนอมินี เปลี่ยนหน้าตัวผู้แสดงกันใหม่

หนังก็ไม่จบ เพราะเงื่อนไขไม่เปลี่ยน

แต่มาถึงชั่วโมงนี้ ปัจจัยสำคัญก็คืออาการเหนื่อยล้าด้วยกันทุกฝ่าย

โดยเฉพาะอาการของคนอยู่ไกลบ้าน มีการยืนยันจากคนใกล้อดีตนายกฯทักษิณ อ่านใจ “นายใหญ่” อยากจะเจรจาสงบศึกเต็มแก่ เพียงแต่รอมานานแล้ว ไม่มีใครต่อสายไปหาเท่านั้น

เรื่องของเรื่อง อีกฝั่งก็ยังงงๆอยู่เหมือนกัน

ขนาดเบอร์หนึ่งของฝ่ายคุมเกมอำนาจปัจจุบันแท้ๆ ยี่ห้อ “บิ๊กตู่” ยังออกลูกชิ่ง

ออกตัวล้อฟรีเลยว่า ไม่ใช่หน้าที่

ในเครื่องหมายคำถามของฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ที่เฉลยกันไม่ได้ว่า ใครคือ “หัวขั้วอำนาจ” แท้จริง ที่จะถืออำนาจไปเจรจาหย่าศึก

นึกออกเมื่อไหร่ นั่นแหละถึงจะพอมีลุ้นฉากจบสงคราม.


ทีมข่าวการเมือง

18 ก.พ. 2558 00:14 18 ก.พ. 2558 00:14 ไทยรัฐ