วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงเวลาวัดใจ...นารีลุยไฟ...สู้คดีจำนำข้าว

ถึงเวลาวัดใจ...นารีลุยไฟ...สู้คดีจำนำข้าว

  • Share:

ใกล้จุดไคลแม็กซ์ของคดีจำนำข้าวเข้าไปทุกขณะ หลังอัยการสูงสุด (อสส.) นัดนำสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง อสส. มีความเห็นสั่งฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหาย

อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ซึ่งได้รับสมญานามว่า"นารีขี่ม้าข้าว"

และเรื่องราวก็เดินมาถึงจุดที่หลายฝ่ายจับตาหนังม้วนนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องถอดถอนในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงข้อสรุปร่วมกันในคดีจำนำข้าวของ อสส. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของนางสาวยิ่งลักษณ์ จนถึงตอนล่าสุด ที่มีการเรียกมารายงานตัว จาก อสส. เพื่อยื่นศาลฎีกาฯ การเมือง ซึ่งจากนี้ไปต้องลุ้นระทึกว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ จะตัดสินใจออกโรงด้วยตนเองหรือไม่

ทั้งนี้ หากจับสัญญาณของ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งออกมาเปิดเผยถึงข้อกฎหมายในกรณีดังกล่าวว่า แม้ว่าจะถูกเรียกไปรายงานตัว แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาลฎีกาฯ เนื่องจากเป็นเพียงวันนำตัวไปส่งฟ้อง และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดว่า จะต้องเดินทางไปรายงานตัวแต่อย่างใด

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ คดีจำนำข้าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงต้องรอการตัดสินใจของ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ซึ่งทีมทนายความจะสรุปข้อเท็จจริงต่างๆ ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ รับทราบอีกครั้ง ขณะที่ การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางไปรายงานตัวก็ไม่มีผลเสียต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่ทว่าหากหลังจากที่ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง และให้ไปขึ้นศาลนัดแรกก็จำเป็นต้องไป หากไม่ไปก็อาจมีผลเสีย และยืนยันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์จะต่อสู้คดีแน่นอน และไม่คิดหลบหนี หรือขอลี้ภัยแน่นอน

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สนช.)

ก็ตรงกับความคิดเห็นของ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ในทำนองเดียวกันว่า โดยหลักการของศาลฎีกาฯ ในวันนั้นวันแรกยังไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เอาสำนวนไปเสนอส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ เท่านั้น เมื่อศาลฎีกาฯ มีสำนวนแล้วจึงตั้งองค์คณะขึ้นมา เมื่อตั้งองค์คณะขึ้นมาแล้วองค์คณะผู้รับผิดชอบสำนวนดูแล้ว หากเห็นว่าประทับรับฟ้อง จึงจะให้จำเลยมาปรากฏตัวต่อหน้าศาล แล้วจะถามว่า รับทราบหรือปฏิเสธ เพราะฉะนั้นวันแรกที่อัยการนำสำนวนไปในวันที่ 19 ก.พ. นี้ ยังไม่จำเป็นต้องเอาตัวนางสาวยิ่งลักษณ์มาปรากฏตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ จะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่โดยหลักแล้วจะไม่ไปกัน แต่นัดต่อไปหากศาลท่านสั่งรับฟ้องแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์จำเป็นต้องปรากฏตัวต่อหน้าศาล หากไม่มา ก็คือกระบวนการที่ศาลจะต้องออกหมายจับต่อไป 

โกดังเก็บข้าว

สำหรับกระแสสังคมมองว่าอย่างไรหากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ไป นายวันชัย กล่าวว่า ก็ไม่เห็นเป็นไร เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นวันแรก ซึ่งปกติที่ผ่านมาก็ไม่มีใครไปกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนไหน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไป แต่การที่ไปจะแสดงให้เห็นว่าเรามั่นใจ เรากล้า เราพร้อมที่จะพิสูจน์ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด แบบไหนอย่างไร แต่ไม่มีกฎหมายกำหนดบังคับไว้ว่าจะต้องไปเป็นสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ทำ

"ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวหากนางสาวยิ่งลักษณ์ไปก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไม่ใช่ภารกิจ ไม่ใช่หน้าที่ ยังไม่จำเป็นต้องพูด แล้วตามหลักก็ไม่ควรจะไป และไม่มีอะไรให้ทำ ส่วนตนมองว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ไป หากตนเป็นทนายก็จะแนะนำว่าไม่ต้องไป จะไปทำไม และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไป เว้นไว้แต่ศาลรับฟ้องแล้วนั่นแหละที่ต้องไป" นายวันชัย กล่าว

ดำนา เพื่อให้ได้ข้าวเลี้ยงคนในประเทศและเป็นสินค้าส่งออก

สุดท้ายต้องมาจับตาดูกันว่า 19 ก.พ. ที่จะถึงนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปรายงานตัวด้วยตนเองหรือไม่ ขณะที่ทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์ออกมาส่งซิกในทำนองว่าไม่ไปก็ไม่เสียรูปคดี และไม่มีผลทางกฎหมายแต่ทว่า หากวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) นางสาวยิ่งลักษณ์ตัดสินใจเดินทางไปรายงานตัวต่อ อสส. นอกจากจะแสดงให้เห็นว่า พร้อมพิสูจน์ ไม่หนี และไม่ซํ้ารอยพี่ชายอย่างที่โหรหลายสำนักทำนายไว้แล้ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

อีกสิ่งที่อดีตนายกฯ หญิง และพรรคเพื่อไทยจะได้ชัวร์ อย่างที่มีบุคคลระดับสูงในพรรคได้วิเคราะห์ไว้ คือคะแนนสงสารจากประชาชนที่คาดว่าน่าท่วมท้น จนอาจจะส่งผลถึงการเลือกตั้งในครั้งหน้า เชื่อว่ายิ่งมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ไว้ว่า น่าจะมีการเลือกตั้งไม่ปลายปีนี้ (2558) หรืออย่างช้าก็จะคงเป็นช่วงต้นปีหน้า (2559) หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าปฏิรูปประเทศได้ตามโรดแม็ปของ คสช.  

เกษตรกรทำนากลางทุ่ง

ฉะนั้น...เมื่อ "ดีดลูกคิดรางแก้ว" แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ "อดีตนายกฯปู" อาจจะปรากฏกายในวันที่ 19 ก.พ.นี้ เพื่อเข้ารายงานตัวกับ อสส. เพื่อส่งสำนวนให้ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ท้ายสุดจะตัดสินใจอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพลพรรคเพื่อไทย เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดเหมือนตอนที่ไม่ยอมมาตอบข้อซักถาม สนช. ปมถอดถอนจำนำข้าว ก็คงไม่ต้องบอกว่าจะต้องเจอกับอะไร กลายเป็นบทเรียนราคาแพงอีกก็เป็นได้. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้