วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประมูลบ่อนํ้ามัน แบบไหนคนไทยได้ประโยชน์

แล้วการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งกำหนดให้ยื่นซองวันนี้ ก็มีอันต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด จากเสียงคัดค้านที่หนักแน่นจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษก ออกมาแถลงว่า ได้ปรึกษากับกระทรวงพลังงานแล้ว มีความเห็นชอบร่วมกันให้ขยายเวลาการยื่นแสดงความจำนงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมออกไปก่อน ส่วนจะขยายเวลาไปถึงเมื่อไร กระทรวงพลังงานจะได้พิจารณาความเหมาะสม และแจ้งให้ทราบต่อไป

เมื่อเลื่อนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้จัด “เวทีกลาง” ให้ทุกฝ่ายที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง ไปถกกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็น ต้นไป ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ไม่รู้งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็นกรรมการห้ามมวยหรือไม่ ผมเชื่อว่าดุเดือดแน่ ที่ผ่านมาก็ดุเดือดทุกครั้ง เพราะผลประโยชน์นํ้ามันมหาศาลเหลือเกิน

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พูดชัดเจนว่า สองฝ่ายต้องเอาเหตุผลมาว่ากัน ถ้ามีข้อมูลแล้วกระทรวงพลังงานตอบไม่ได้ ก็ไปหาทางออกมา ไม่อย่างนั้นตนก็ไม่เอาด้วย ผมไม่ได้หมายความว่าจะดันทุรัง ถ้าข้อมูลสู้ไม่ได้ ก็คือสู้ไม่ได้ ต้องสู้กันด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่เอาข้อมูลมาลอยๆ มันไม่ได้

อย่างข้อมูลที่ กระทรวงพลังงาน ลงโฆษณาในสื่อเต็มหน้า โดยตั้งคำถามว่า จริงหรือเมืองไทยจะมีนํ้ามันและก๊าซธรรมชาติมากมายมหาศาลกว่าซาอุฯ แล้วก็โชว์ตัวเลขว่า ซาอุฯมีนํ้ามันดิบสำรองประมาณ 266,000 ล้านบาร์เรล หรือ 13% ของโลก มีก๊าซธรรมชาติประมาณ 290 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 4.4% ของโลก แล้วเอามาเทียบกับไทยที่มีนํ้ามันดิบและคอนเดนเสทสำรองแค่ 460 ล้านบาร์เรล หรือ 0.02% ของโลก มีก๊าซธรรมชาติสำรอง 8.4 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 0.15% ของโลก แล้วหยอดท้ายแบบประชดว่า ไทยต้องนำเข้าพลังงานปีละกว่า 1.4 ล้าน ล้านบาท เงินก้อนนี้ต้องส่งออกข้าวถึง 16 ปีเลยนะ

ข้อมูลอย่างนี้ ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นลอจิก เป็นการเอายักษ์ไปเทียบกับมด เป็นการเอาสีข้างเข้าถู ทำให้ผู้คนเริ่มสงสัย แม้แต่ พล.อ.ประ-ยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ก็ยังสงสัย ข้อมูลพลังงานทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นความจริงหรือไม่ เพราะ ธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจที่มีเงินรั่วไหลไปถึงมือ นักการเมืองมากที่สุด รวมไปถึง พลังงานทดแทน ด้วย

ข้อถกเถียงที่ กระทรวงพลังงาน เถียงกับ ฝ่ายที่คัดค้าน ก็คือ กระทรวงพลังงาน ต้องการให้ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 เป็นแบบ “การสัมปทาน” แต่ ฝ่ายที่คัดค้าน ต้องการให้เป็นแบบ “แบ่งปันผลผลิต” หรือ PSC คือเจอนํ้ามันดิบหรือก๊าซเมื่อไร ให้เอามาแบ่งกับรัฐบาล แทนที่จะจ่ายแค่สัมปทานและภาษีเหมือนแบบเดิม

ความจริงเรื่องนี้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เคยมีมติ 130 ต่อ 79 ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 ไปแล้วเมื่อเดือนก่อน แต่ กระทรวงพลังงาน ก็ยังเดินหน้าต่อ จนกระทั่งนายกฯให้เลื่อนออกไปก่อน เรื่อง การแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ถือเป็นเรื่องปกติในแวดวงการสำรวจนํ้ามัน บริษัท สำรวจขุดเจาะนํ้ามันรับได้ทั้งนั้น แต่กระทรวงพลังงานกลับสู้หัวชนฝาจะเอา “ระบบสัมปทาน” ให้ได้

เมื่อวันจันทร์ที่แล้วนี้เอง บริษัทเชลล์ ร่วมกับ มิตซุย ออย เอ็กซ์พลอเรชั่น ก็เพิ่งลงนาม สำรวจแหล่งนํ้ามันกับพม่า เป็นแหล่งสำรวจในท้องทะเลลึก 1.8-2.7 กิโลเมตร โดยใช้ “ระบบแบ่งปันผลผลิต” หรือ PSC ทั้งที่การสำรวจยากกว่าเพราะทะเลลึกกว่าอ่าวไทย และต้องใช้เงินลงทุนสำรวจมากกว่าหลายเท่าด้วยซํ้า

การตั้งเวทีกลางถกกันวันศุกร์นี้ ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะให้มีการ ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มี “ส่วนร่วม” ในการรับรู้การประมูลทรัพยากรของชาติในครั้งนี้ด้วย ที่สำคัญ สภาปฏิรูปฯ จะต้องเร่ง ปฏิรูปกฎหมายพลังงานไทย ให้มีความโปร่งใสยิ่งขึ้น เพราะกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีจุดอ่อนรั่วไหลได้ง่ายมาก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 ก.พ. 2558 10:18 17 ก.พ. 2558 10:18 ไทยรัฐ