วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สพฐ.พร้อมทบทวนสัดส่วนโอเน็ต

จากกรณีที่กลุ่มนักเรียนเครือข่ายยุวทัศน์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกประกาศเรื่องการปรับสัดส่วนการใช้ผลแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เนื่องจากข้อสอบไม่มีความเป็นกลาง สร้างความเหลื่อมล้ำ และสร้างความหนักใจให้แก่ผู้เรียนนั้น

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนเข้าใจถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี และเตรียมหารือกับสำนักติดตามและประเมินผลทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อทบทวนประกาศ ศธ. เรื่องการปรับสัดส่วนการใช้ผลโอเน็ตอีกครั้ง ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยใช้อำนาจ รมว.ศึกษาธิการ ส่วนเรื่องข้อสอบที่ไม่มีความเป็นกลางนั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่จะไปดำเนินการเรื่องการออกข้อสอบให้มีความเป็นกลางมากขึ้น

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ปีการศึกษา 2557 จะเป็นปีแรกที่โรงเรียนสังกัด สพฐ. ต้องนำคะแนนโอเน็ตมาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสัดส่วน 30% ร่วมกับคะแนนผลการเรียนสะสมตลอดหลักสูตร หรือจีพีเอเอ็กซ์ ในสัดส่วน 70% หรือสัดส่วน 70 : 30 ตามที่กำหนดไว้ในประกาศ ศธ. และในปีการศึกษา 2558 จะใช้คะแนนโอเน็ต 50% ซึ่งในเรื่องนี้เด็กก็เกิดข้อขัดแย้ง และเห็นว่าเป็นการเพิ่มสัดส่วนที่มากเกินไป และอาจส่งผลให้เป็นภาระแก่ผู้เรียนได้ โดย สพฐ.เข้าใจถึงปัญหานี้ และพร้อมจะกลับไปพิจารณาใหม่ เพราะตามหลักการแล้วควรจะขยับคะแนนโอเน็ตจาก 30% เป็น 40% ไล่ไปเรื่อยๆ มากกว่าการก้าวกระโดดจาก 30% เป็น 50% ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก.

จากกรณีที่กลุ่มนักเรียนเครือข่ายยุวทัศน์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกประกาศเรื่องการปรับสัดส่วนการใช้ผลแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต... 17 ก.พ. 2558 00:00 17 ก.พ. 2558 00:01 ไทยรัฐ