วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สภาพัฒน์ คาดส่งออกปี 58 ฟื้น ดันจีดีพีโต 3.5-4.5%

สภาพัฒน์ คาดเศรษฐกิจปี 58 จะโตระดับ 3.5-4.5% จากการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของภาคส่งออก ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก และลงทุนภาคเอกชน-ท่องเที่ยว ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลดีให้อำนาจซื้อเพิ่มขึ้น ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ...

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 58 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของปี 57 โดยที่มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการลดลงของราคาน้ำมัน การเร่งรัดการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการลงทุนที่สำคัญๆ ของภาครัฐ และการเริ่มกลับมาขยายตัวของปริมาณการผลิตและจำหน่ายรถยนต์

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศสำคัญๆ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงปรับตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งในด้านดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มเกินดุลมากขึ้นตามการฟื้นตัวของการส่งออกและการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกและอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งปีแรก ในขณะที่การปรับตัวของสถานการณ์ด้านราคาในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นประเด็นที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ ประเมินแนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 58 ราว 3.5-4.5% โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 3.5% การบริโภคของครัวเรือนและการลงทุนรวมขยายตัว 2.9% และ 6.0% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วง 0.0-1.0% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 4.9% ของ GDP ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกคาดว่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ราว 50-60 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

ด้านเศรษฐกิจโลกในปี 58 มีแนวโน้มที่จะขยายตัว 3.5% เร่งขึ้นเล็กน้อยจากการขยายตัว 3.2% ในปี 57 สนับสนุนโดยการขยายตัวเร่งขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรโซนและญี่ปุ่นยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวช้าๆ ท่ามกลางแรงกดดันของภาวะเงินฝืด ในขณะที่เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากปี 57 และเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมใหม่และภูมิภาคอาเซียนปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาและแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อลดลง

ส่วนประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจของไทยในปี 58 ต้องให้ความสำคัญกับ (1) การดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและสนับสนุนการปรับตัวในการผลิตภาคเกษตรเพิ่มเติมจากมาตรการการให้เงินช่วยเหลือการผลิตและสินเชื่อต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว (2) การดูแลธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศ ที่เป็นตลาดส่งออกสำคัญๆ (3) การส่งเสริมการพัฒนาอาชีพเสริมและการยกระดับทักษะสำหรับผู้มีรายได้น้อย (4) การเร่งรัดการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 4.0%

(5) การเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ยังคงค้างอยู่และโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในช่วงปลายปี 57 รวมทั้งเร่งรัดติดตามโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วให้ดำเนินการลงทุนโดยเร็ว (6) การดำเนินนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนโดยสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และ (7) การเร่งรัด ติดตาม ประเมินผลการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนประจำปีงบประมาณ 2558 และการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งเร่งรัดโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/58 จะมีอัตราการขยายตัวเป็นบวก เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีแรงหนุนสำคัญจากการเริ่มลงทุนก่อสร้างในโครงการสำคัญต่างๆ ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หลังจากที่ผู้ประกอบการได้รับการอนุญาตการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

"หากแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเริ่มต้นก่อสร้าง ก็จะทำให้ GDP ของเราเติบโต และสินค้าเกษตรในช่วงไตรมาสแรกก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปีนี้เราหีบอ้อยช้า เพราะฉะนั้นผลผลิตอ้อยและน้ำตาลจะออกในไตรมาสที่ 1 ก็เชื่อว่า GDP ในไตรมาสที่ 1 จะเป็นบวกแน่นอน" นายอาคม ระบุ

สภาพัฒน์ คาดเศรษฐกิจปี 58 จะโตระดับ 3.5-4.5% จากการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของภาคส่งออก ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก และลงทุนภาคเอกชน-ท่องเที่ยว ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลดีให้อำนาจซื้อเพิ่มขึ้น ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ... 16 ก.พ. 2558 13:30 16 ก.พ. 2558 14:30 ไทยรัฐ