วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ความรัก” แบบชาวพุทธ

เห็นได้ชัดเจนว่าวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านมา แม้จะไม่ใช่วันหยุดราชการประจำปี แต่กลายเป็นวันสำคัญของคนไทยและประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวหรือวัยรุ่น ทั้งๆที่เมื่อก่อนคนไทยส่วนใหญ่แทบจะไม่รู้จักวันวาเลนไทน์ ที่เพิ่งจะรับมาจากวัฒนธรรมตะวันตกเพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา แต่วันนี้กลายเป็น “วันแห่งความรัก” ที่มีความหมายสำหรับผู้คนมากมาย

สังคมไทยเป็นสังคมเปิด เปิดรับวัฒนธรรมจากตะวันตกและชาติอื่นๆ อย่างง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นความบันเทิงรื่นเริง รวมทั้ง “ความรัก” ซึ่งเป็นความดีงามระดับสากล เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับนิสัยใจคอของคนไทย และตรงกับคำสอนในพระพุทธศาสนา แต่ความรักในวันวาเลนไทน์ของชาวตะวันตก อาจจะมีความหมายแคบกว่า เพราะเน้นความรักของหนุ่มสาว

วันวาเลนไทน์จึงมีผลกระทบต่อสังคมไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย จากที่เพียงแต่ซื้อดอกกุหลาบธรรมดาๆ ให้คนรัก กลายเป็นแข่งขันซื้อดอกกุหลาบชุดละนับหมื่นบาท และกระทบถึงการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น ผลการสำรวจความเห็นของวัยรุ่นไทย พบข้อมูลที่น่าเป็นห่วงว่ามีถึงร้อยละ 83 ที่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์กับคนรักในวันวาเลนไทน์ รัฐต้องส่งตำรวจคอยสกัดกั้นตามโรงแรมม่านรูด

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก อาจถือเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับโลกยุคปัจจุบัน แต่ถ้าวัยรุ่นรู้สึกกดดันว่าจะต้องกระทำกับคู่รักให้ได้ในวันวาเลนไทน์ น่าจะไม่ธรรมดา หลายองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง จึงออกมารณรงค์ต่อต้านเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ โดยขอให้เพียงนัดกันกินข้าวหรือมอบดอกกุหลาบก็พอ แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็เรียกร้องขอให้หนุ่มสาว “รักกันด้วยใจ”

ความรักในความหมายที่แคบ หมายถึงความรักระหว่างชายหญิง หรือหนุ่มสาว ส่วนความรักในความหมายที่กว้างขึ้น อาจรวมถึงความรักระหว่างพ่อแม่และบุตรธิดา ความรักเพื่อน รักสถาบันการศึกษา รักชุมชน รัก ประเทศชาติ ล้วนแต่เป็นเรื่องดีๆ ไม่มีพิษมีภัย แต่ในทางพระพุทธศาสนายังมีความรักที่มีความหมายกว้างกว่านั้น เรียกว่า “เมตตา”

พระพุทธศาสนามีภาษิตบทหนึ่งคือ “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” ไม่ใช่เพียงแต่ความรักในมนุษยชาติ แต่เป็นความเมตตาต่อ “สรรพสัตว์” อันหมายถึงสัตว์ทุกตัวตน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือแม้แต่เดรัจฉาน พุทธศาสนาสอนให้แผ่เมตตา หรือความรักให้แก่สรรพสัตว์ถ้วนหน้า ขอให้สรรพสัตว์มีความสุข อย่ามีเวรมีภัยต่อกัน และอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

คนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ทุกคนยึดหลักแผ่เมตตาธรรม หรือความรักให้คนไทยเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน ประเทศไทยก็จะไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง ถึงขัดแย้งก็ให้อภัยต่อกันได้ และถ้าชาวโลกยึดหลักเมตตาธรรม โลกนี้จะเป็นโลกแห่งสันติ ไม่มีการเบียดเบียนกัน ไม่มีการปล้นฆ่าหรือข่มขืน ไม่มีอาชญากรรมร้ายแรง และไม่มีสงคราม.

16 ก.พ. 2558 10:04 16 ก.พ. 2558 10:04 ไทยรัฐ