วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยึดประโยชน์ชาติอะไรก็แก้ได้

เจอมรสุมหลายระลอกรุมกระหน่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนฉ่าขึ้นมา ซึ่งจะต้องแก้ไขทั้งเชิงรุกและเชิงรับไปพร้อมๆกัน หลังจากที่สงบเงียบมาหลายเดือน

มีอยู่เรื่องหนึ่งยังตัดสินใจไม่ได้คือ พลังงานที่จะเปิดให้บริษัทเอกชนยื่นขอเปิดสัมปทานสำรวจแหล่งพลังงานรอบที่ 21 เพราะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ล่าสุด ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้เข้าชื่อยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกฯ เพราะไม่ต้องการให้บริษัทเอกชนเข้ามาสำรวจ

บุคคลดังๆที่เข้าชื่อไม่ว่าจะเป็น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมอยู่ด้วย

งานนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว

ท่าทีของนายกฯนั้น เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการเปิดสัมปทานสำรวจพลังงานรอบใหม่เพื่อทดแทนแหล่งพลังงานเก่าที่กำลังจะหมดลง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านที่ค่อนข้างจะมีน้ำหนัก ก็เลยต้องเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ก็มีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นมาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ว่ามีประเด็นที่กว้างมากกว่าเรื่องการเปิดสัมปทาน

ซึ่งก็ได้ข้อยุติไปหลายเรื่อง เพียงแต่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการโดยตรง แต่ให้กระทรวงพลังงานและเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบไปว่ากันเอง

แต่ครั้งนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นด้วยการรับเป็น “เจ้าภาพ” เอง เนื่องจากจะต้องดำเนินให้ได้ข้อยุติอย่างรวดเร็ว

เพราะยิ่งช้ายิ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

ความจริงแล้ว เรื่องนี้หากให้ทุกฝ่ายนำความคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นมากองรวมกัน ก็จะทำให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์รอบด้าน ก็น่าจะได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการ

ดีกว่าที่จะพูดกันไปพูดกันมาคนละทีสองทีจนเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรจะให้เกิดขึ้น เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศชาติและประชาชน

อยู่ที่ว่าข้อมูลของแต่ละฝ่ายนั้น จะต้องอยู่บนประโยชน์ของประเทศชาติและความจำเป็นต่อความต้องการในการใช้พลังงานของประเทศในอนาคตข้างหน้า

เพราะทุกฝ่ายต่างก็มีความเป็น “เจ้าของ” เหมือนกัน เนื่องจากเป็นทรัพยากรของชาติที่จะต้องร่วมกันคิดและตัดสินใจ

หากทุกอย่างอยู่บนผลประโยชน์ของชาติด้วยข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล เชื่อถือได้ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพวก

เรื่องยากก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายได้

เพียงแต่เมื่อมีข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจนนำไปสู่การตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องจบกันตรงไหน

แน่นอนว่า การให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการเปิดสัมปทานก็ต้องรับความเสี่ยงไป เพราะยังไม่รู้แน่ว่าจะเจอแหล่งพลังงานหรือไม่

ในทางกลับกัน หากมีแนวทางอื่น โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็ต้องเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย จึงเป็นเรื่องของวิธีคิดและการแบ่งบัน

ถ้ารัฐบาลจัดรับฟังความคิดเห็นและยอมรับผลจากข้อมูลต่างๆ เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด ก็จะเป็นแบบอย่างต่อไปในอนาคต หากเกิดปัญหาความเห็นต่างอย่างกรณีนี้

ข้อสำคัญ หากไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง โปร่งใส ปัญหาทุกอย่างแก้ได้เสมอ.

“สายล่อฟ้า”

16 ก.พ. 2558 10:01 ไทยรัฐ