วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้าแดน14บางขวาง พบมือปั้นพระพุทธรูป

เรือนจำกลางบางขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 มีผู้เข้าอยู่กว่า 4,000 คน

การเข้าไปภายในไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเป็นสื่อมวลชนได้รับเชิญไปในเฉพาะจุด เฉพาะที่ก็ต้องมีการตรวจตรากันอย่างเข้มงวด สิ่งของทุกชิ้นที่นำเข้าไปต้องได้รับอนุญาตและตรวจอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นต้องผ่านเครื่องสแกนเพื่อตรวจสอบซ้ำอีก

ขั้นตอนเป็นไปอย่างละเอียด เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงปรารถนาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

ก้าวแรกที่เข้าไป กลิ่นอายความขรึมขลังสาดเข้ามาปะทะอย่างจัง มองไปทางไหนเห็นแต่กำแพงกั้น จะเห็นก็แต่เพียงช่องทางเดิน พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงพูดคุยดังออกมาหรือไม่ อย่างไร ก็ได้ยินแต่ความเงียบ เดินตามหลังเจ้าหน้าที่ไปไม่นาน ก็ถึงแดน 14 แดนนี้มีสนามฟุตบอล สถานศึกษาและพัฒนาจิตใจ

เพื่อให้ “ตระหนักในคุณค่าของชีวิต” พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง หลอมพลังกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการ “ปั้นดินให้เป็นบุญ” ขึ้นมา โครงการนี้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมคือ ให้ผู้อยู่ในเรือนจำปั้นพระพุทธรูปได้

ตลอดช่วงกิจกรรมเวลาประมาณ 7 เดือน คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเชิงปั้นได้เข้าไปให้ความรู้ที่แดน 14 จนสิ้นโครงการ ได้พระพุทธรูปจากมือนักเรียนฝึกหัดถึง 8 องค์ ในจำนวนนั้น ได้นำแบบไปสร้างเป็นพระพุทธรูปสีทองอร่ามเรือง 1 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินามว่า พระพุทธนฤอภัยมงคล มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นเหตุแห่งความเจริญและไม่มีภัยของมนุษย์

พระพุทธรูปองค์นี้เอง ที่คณาจารย์ได้คัดเลือกแบบจาก 8 องค์ไปหล่อเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง ปิดทอง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กลางเดือนกุมภาพันธ์ ผู้ขับเคลื่อนโครงการได้นำสื่อมวลชนเข้าไปชมผลงาน ท่ามกลางนักเรียนกว่าครึ่งร้อย แต่ละคนหน้าตาเปี่ยมสุข นั่งอยู่หน้าพระพุทธรูปแบบต่างๆ ที่ต่างช่วยกันสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้นคือนายไพ นักเรียนวัย 54 ปี เดิมเป็นชาวจังหวัดชลบุรี

นายไพบอกว่า เข้ามาอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางได้ 11 ปี 2 เดือน กำหนดออกนั้นไม่แน่นอน ยอมรับว่าไม่เคยเรียนรู้เรื่องการปั้นมาก่อน อาศัยว่าเคยร่วมกิจกรรมอื่นๆมาก่อน จึงเข้าร่วมฝึกปรือ คนที่เข้าร่วมนั้นมีประมาณครึ่งร้อย

ไฉนจึงเข้ามาร่วมฝึกปั้น นายไพบอกว่า ชอบศิลปะมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ พอได้ข่าวว่าจะมีกิจกรรมฝึกปั้นพระพุทธรูปก็ดีใจมาก ไม่รีรอที่จะสมัครเข้าร่วม “ตอนที่เราปั้นพระพุทธรูป ใจเรารู้สึกอิ่มเอิบ สนุกสนาน ไม่เคยรู้สึกเครียดอะไรเลย แม้เวลาอยู่กับการปั้นพระจะไม่มาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ”

ผลงานกลุ่มของนายไพกับเพื่อนๆ คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัย เจ้าตัวบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาสาดประกายสดใสว่า “พระพุทธรูปกลุ่มเรา ปางมารวิชัยพุทธลักษณะเป็นแบบสุโขทัยบวกกับรัตนโกสินทร์”

ความรู้เหล่านี้ นายไพบอกว่า ถ้าได้ออกไป “เมื่อผมรู้ว่าวัดไหนต้องการพระพุทธรูป ผมยินดีปั้นถวายให้ ตอนนี้แม้โครงการจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผมยังเอาดินเหนียวไปซ้อมมือ ฝึกปั้นอยู่เสมอๆ”

อีกหนึ่งในนักเรียนฝึกปั้นพระพุทธรูป นายน้อย เป็นชาวเชียงใหม่ อายุ 55 ปี เข้ามาอยู่ในบางขวางแล้ว 13 ปี กำหนดออกไม่รู้ชะตากรรม บอกว่า พอรู้ว่าจะมีเรียนปั้นพระ ตอนแรกๆเราคิดว่า เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ ไม่มีปัญญาจะทำได้เลย แต่เมื่อได้เรียนรู้กลายเป็นว่า “เมื่อกลับไปแดนในตอนเย็นๆ รู้สึกไม่อยากจากงานไป เพราะในแดนมีคนมาก มีความสับสนวุ่นวาย ไม่เหมือนที่เราได้จดจ่ออยู่กับการปั้นพระพุทธรูป เรื่องศิลปะผมชอบมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแขนงใดๆ ผมก็ชอบ”

พลางอธิบายเสริมว่า ชอบแต่งเพลงเป็นชีวิตจิตใจ อยู่มา 13 ปีแต่งเพลงได้ 300-400 เพลงแล้ว แต่ยังไม่ได้นำเสนอให้ใคร เป็นเพลงลูกทุ่งเนื้อเพลงมีทั้งสำหรับนักร้องหญิงและชาย “ขวัญใจของผมคือ สายัณห์ สัญญา ผมชอบเพลงสายัณห์ สัญญา เอามากๆ สายัณห์เป็นแรงบันดาลใจให้ผมแต่งเพลงลูกทุ่ง”

ติดใจอะไรกับเพลงสายัณห์ “ผมชอบเสียงของเขา เสียงของเขาหวานก็หวานถึงอารมณ์ เศร้าก็เศร้าสุดๆ อย่างเพลงชุดแรกๆ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาวผู้การ รักเธอเท่าฟ้า ผู้เสียสละ แต่ละเพลงโดนใจ”

นักเรียนคนอื่นๆเป็นอย่างไร นายอภิเชฐ ตัวแทนผู้ปั้นพระพุทธนฤอภัยมงคล สีทองอร่ามเรือง บอกว่า แม้จะมีความชอบศิลปะมาเป็นทุนเดิม แต่ก็ไปเรียนจบตำรวจออกมา แรกๆคิดว่าไม่น่าจะทำได้ ถึงกระนั้นก็มีความตั้งใจในการเรียนรู้สูง

“ตลอดเวลาเรียน 7 เดือน ไม่ได้รู้สึกเครียดอะไรเลย ตรงกันข้าม ผมกลับมีความผ่อนคลาย มีความสุขในการเรียนรู้ ทุกวันที่เลิกเรียนแล้วเดินกลับเข้าแดน จะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่คิดถึงบ้านเหมือนก่อน”

พร้อมยืนยันว่า “นับเป็นโอกาสดีของคนอยู่ข้างใน ที่คนภายนอกหยิบยื่นโอกาสเข้ามา สำหรับผมแล้ว ทำให้ชีวิตมีเป้าหมายมากขึ้น คือมีภารกิจที่จะต้องทำ นับเป็นความภูมิใจที่ไม่รู้จะนำไปเปรียบกับอะไร”

ส่วนนายธีรพงศ์ ตัวแทนผู้ปั้นพระพุทธอภัยนิรมิต หนึ่งในพระพุทธรูปสวยงามอีกองค์หนึ่ง บอกว่า พระพุทธรูปก่อรูปขึ้นร่างมาด้วยความรู้สึกสงบ อบอุ่น จนไม่สามารถอธิบายออกมาได้ “เราไม่เคยละความรู้สึก เราต่างรอคอยกันมานาน ว่าเมื่อไหร่ความรู้สึกของเราที่คั่งค้างอยู่จะออกมาเป็นรูปร่าง เราจับดินทุกเม็ดก่อรูปขึ้นมาเป็นพระพุทธรูป ออกมาจากความวาดหวังของเรา”

ครูสอนปั้นอาจารย์ภูษิต รัตนภานพ ยอมรับว่า หวั่นกับการเข้ามาในเรือนจำ เพราะเคยดูภาพยนตร์มา พบว่ามีการจับคนเป็นตัวประกัน และอื่นๆอีกมากมาย แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสกับผู้คนภายใน ปรากฏว่ามีความเป็นกันเองมาก นักเรียนแต่ละคนมีความตั้งใจเรียนรู้ บางคนตั้งใจมากกว่านักศึกษาเสียอีก

สาเหตุที่รับหน้าที่เข้ามาสอนปั้นเพราะคิดว่า ทุกอย่างภายในจะเริ่มจากศูนย์ จึงเป็นเรื่องท้าทาย และยังเป็นโอกาสเผยแพร่ความรู้อีกด้วย ขั้นตอนการสอนนั้น ช่วงแรกเรียนรู้เรื่องทฤษฎีว่าด้วยพุทธลักษณะและความเป็นมาของพระพุทธรูป เรียกว่าให้เข้าใจถึงรากเหง้าเลยทีเดียว

ต่อมา ฝึกร่างรูปพระพุทธรูป ฝึกมือด้วยการนวดดินเพื่อปั้นพระพักตร์พระพุทธรูปนูนต่ำ แล้วให้นักเรียนปั้นพระพุทธรูปองค์เล็กด้วยมือของตนเอง แล้วฝึกทำแม่พิมพ์ด้วยปูนปลาสเตอร์สีขาว ให้เห็นวิธีการกะเทาะแม่พิมพ์ออกมา แล้วตกแต่งขัดเกลา

เมื่อนักเรียนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญแล้วก็มาถึงการปั้นพระพุทธรูปลอยองค์ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ช่วยกันขึ้นรูปก่อร่าง สร้างสัดส่วนที่ถูกต้อง ขัดเกลา และตกแต่งให้งดงามตามใจต้องการ เสร็จแล้วทำแม่พิมพ์เพื่อหล่อเป็นปูนปลาสเตอร์ เมื่อกะเทาะพิมพ์ออกก็ตกแต่งขัดเกลา เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แน่เหลือเกินว่าขณะขัดเกลาผิวพระพุทธรูปนั้น เสมือนหนึ่งได้ขัดเกลาจิตใจไปพร้อมๆกัน.

15 ก.พ. 2558 11:42 15 ก.พ. 2558 11:47 ไทยรัฐ