วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีข่าวดีจากยูเครน ก็เลยนึกถึง “บุปผายูเครน”

โดย ซูม

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวดีระดับโลกเกิดขึ้นข่าวหนึ่ง ได้แก่ การบรรลุถึงข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลยูเครนกับกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย หลังจากยืดเยื้อมานานกว่า 10 เดือน

ข่าวกล่าวว่า กว่าบิ๊กๆทั้งที่หนุนฝ่ายกบฏก็ดี ฝ่ายยูเครนเองก็ดี และฝ่ายเป็นกลางอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศสก็ดี จะตกลงกันได้ ก็ต้องใช้เวลาในการเจรจากันอยู่หลายรอบ

แต่เมื่อตกลงกันได้ โลกก็พลอยยิ้มออก เพราะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเหตุการณ์ในยูเครนจะไม่บานปลายออกเป็นสงครามใหญ่อย่างที่วิตก

คนที่ชอบติดตามข่าวคราวของโลกอย่างผมก็พลอยเบาใจไปด้วย จนต้องขออนุญาตนำมาบอกกล่าวต่อในวันนี้

พูดถึงยูเครนทำให้ผมนึกถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง...ความจริงก็ไม่เก่ามาก เกิดขึ้นเมื่อ 6-7 ปีนี้เอง และมาจบล่าสุดเมื่อปีกลายนี้ด้วยซ้ำ

ท่านที่สนใจข่าวคราวเกี่ยวกับยูเครนคงจะพอจำได้ว่าประเทศนี้เคยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงอยู่ท่านหนึ่ง ชื่อคุณ ยูเลีย ทิโมเชนโก ซึ่งดำรงตำแหน่งถึง 2 สมัย โดยล่าสุดก็คือระหว่างปี 2007-2010

พอปี 2011 เธอกระโดดลงสมัครประธานาธิบดี แข่งกับผู้ชายท่านหนึ่ง ปรากฏว่าแพ้ไปอย่างหวุดหวิด

ทีนี้เมื่อผู้ชายที่ชนะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ก็มีการจัดการกับเธอด้วยการตั้งข้อหาแรงๆ ทั้งคดีคอร์รัปชันเรื่องแก๊สที่เธอสนับสนุนรัสเซีย และยังมีคดีอาชญากรรมบางคดีอีกด้วย

เรื่องขึ้นสู่ศาลและศาลก็พิพากษาให้จำคุกเธอเป็นเวลา 7 ปี เท่านั้นเอง บรรดาประเทศบิ๊กๆของโลกก็ออกมาทักท้วงกันยกใหญ่ ทั้งในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ที่อเมริกานั้น ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาออกโรงควบคู่กันเลย แสดงความสงสัยในกระบวนการยุติธรรมยูเครนว่า ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อรังแกอดีตนายกรัฐมนตรี ยูเลีย ทิโมเชนโก หรือไม่

สหภาพยุโรปก็แสดงความไม่พอใจอย่างมาก และเห็นว่าเป็นเรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง ขอให้รัฐบาลยูเครนทบทวนใหม่

จนในที่สุดก็มีการรื้อฟื้นคดี และปล่อยตัวคุณยูเลียเมื่อปี 2014

ล่าสุดเธอมาลงสมัครชิงชัยประธานาธิบดีอีก และคราวนี้พ่ายแพ้แบบขาดลอย จากนั้นข่าวคราวของเธอค่อยๆหายไป

เท่าที่ผมดูภาพและติดตามข่าว พอจะประมาณได้ว่าคุณยูเลียซึ่งมีอายุ 40 ปีเศษๆ ตอนเป็นนายกฯครั้งแรกนั้น เป็นผู้หญิงที่มีหน้าตาดี แต่งตัวสวยงาม มีสง่าราศีไม่น้อย

จะเป็นด้วยเหตุนี้หรือเปล่าไม่ทราบ ที่ทำให้ทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐฯออกมาทักท้วงค่อนข้างรุนแรง เพราะประเทศตะวันตกเหล่านี้ มักให้เกียรติสตรีและไม่ชอบให้ใครกระทำการใดๆที่รุนแรงแก่สตรี

หากเปลี่ยนจากคุณยูเลียเป็นผู้ชายอะไรสักท่านหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่า จะมีการประท้วงอย่างออกหน้าออกตาดังที่เป็นข่าวหรือไม่

เรื่องจริงเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า คำกล่าวที่ว่า “รักหยก ถนอมบุปผา” นั้น ไม่ใช่มีเฉพาะในนิยายกำลังภายในเท่านั้น แม้ในโลกตะวันตกก็มีความรู้สึกเช่นนี้อยู่พอสมควร

อย่างไรเสีย สตรีแม้จะเก่งแค่ไหน ก็ยังคงเป็นบุปผาที่ควรถนอมอยู่ดีล่ะครับ ในสายตาของชาวโลกจำนวนมาก

จึงได้ออกอาการทั้งในกรณีของคุณยูเลีย “บุปผายูเครน” ในอดีต และเมื่อเร็วๆนี้ ก็มาออกอาการกรณี “บุปผาไทย” ของเราด้วย

ดีแต่ว่าสหรัฐฯ แค่ส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมาถามไถ่เหตุการณ์และหาข้อมูลเท่านั้น และล่าสุดก็ให้ระดับอุปทูตพูดโน่นพูดนี่ยังไม่ถึงขั้นระดับรัฐบาลหรือรัฐสภาออกโรงเองแบบกรณี “บุปผายูเครน”

ยุโรปหรืออียู ล่าสุดก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขอให้ไทยเลิกกฎอัยการศึกและคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เรากำลังดำเนินการตามโรดแม็ปอยู่แล้ว

ผมไม่มีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมครับ นอกจากจะบอกว่า เผอิญนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ก็เอามาเล่าสู่กันฟัง (อ่าน) เท่านั้นเอง

แต่ถ้าจะให้ออกความเห็นสั้นๆสักประโยคหนึ่ง ก็อยากจะบอกว่า การดำเนินการใดๆเพื่อจัดการ “บุปผา” นั้น จะต้องละเมียดละไม อย่างยิ่งครับ...เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่คำขวัญบนรถเมล์ไทยยุคก่อนที่ว่า “โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา” ยังคงอยู่ในใจผู้คนเหมือนเดิม.

“ซูม”

15 ก.พ. 2558 11:16 ไทยรัฐ