วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกระดับรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ : สนิมเนื้อในคลื่นใต้น้ำ

คลุกคลีงานด้านความมั่นคงมาตลอด ถือเป็นลูกหม้อองค์กรซีไอเอเมืองไทย ไต่เต้าจนขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ขององค์กร

ตอนนี้ นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แบกรับงาน ด้านความมั่นคงในยุคสร้างความสมานฉันท์ ปรองดองและปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า ขณะนี้ สมช.ทำงานหนักภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงที่หนักและภาพรวมงานด้านความมั่นคงแปรเปลี่ยนค่อนข้างมาก

เมื่อดูจากภายนอกประเทศจะพบทั้งโรคระบาด ภัยพิบัติธรรมชาติ การก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามทั่วโลก มีผลกระทบเชื่อมโยงถึงกันหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ย้ำเสมอถึงการบริหารประเทศต้องมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พร้อมเผชิญหน้าทุกมิติ ไม่ใช่มุ่งหน้าด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว

เพราะปัญหาความขัดแย้ง ภัยพิบัติธรรมชาติ ที่เราเผชิญต้องฟื้นฟูอีกมาก ภาครัฐต้องมีความพร้อมสร้างกลไกเตรียมพร้อมเผชิญหน้าภัยคุกคามต่างๆ เป็นระบบเตือนภัยให้ประชาชนได้รับรู้

ขณะที่ในระดับภูมิภาค เราจัดตั้งกลไกระดับภูมิภาคหลายกลุ่มมาก เช่น กลุ่มอาเซียน ก็ใกล้จะเปิดประชาคมอาเซียน ร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านการเมืองและความมั่นคง

เรื่องเหล่านี้กำลังเพิ่มบทบาทในเชิงบริหารจัดการในกลุ่มอาเซียน เป็นมิติความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลง ปรับบทบาท

สอดรับกับภารกิจของ คสช.ที่กำหนดทิศทาง พัฒนาและเสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์ความรู้ในการบริหารจัดการปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ สอดคล้องกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต

อำนวยการประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และภารกิจความมั่นคงของชาติทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

พัฒนาการบริหารราชการเกี่ยวกับภารกิจ ความมั่นคงของชาติ ให้มีกลไก ระบบและมาตรฐานการทำงานที่เป็นไปตามหลักนิติธรรมและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

เมื่อภารกิจด้านความมั่นคงแปรเปลี่ยนไป ทำให้บทบาทของ สมช.ในฐานะเป็นเลขานุการ มีนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีข้อจำกัดหลายเรื่อง

ทำงานภายใต้กลไกต่างๆหลายร้อยคณะกรรมการ ซึ่งเป็นงานกระทบความมั่นคง ก่อนนำเข้าสู่คณะกรรมการต่างๆที่ตั้งขึ้น เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ คลอดเป็นนโยบายให้ทุกภาคส่วนไปปฏิบัติ

สมช.ก็กำลังขับเคลื่อนการพัฒนาควบคู่ความมั่นคง อาทิ กำลังยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสมาชิกให้ครอบคลุมเรื่องอื่น

เช่น เพิ่ม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปเป็นสมาชิก สมช. เป็นการปรับบทบาทบูรณาการเศรษฐกิจและความมั่นคง พร้อมเพิ่มบทบาทความมั่นคงไว้ในแผนบริหารตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

มีการวางบทบาทเปลี่ยนแปลงอย่างไรสำหรับประเทศไทย ต่อดุลยภาพประเทศมหาอำนาจสองขั้วระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน นายอนุสิษฐ บอกว่า หน้าที่หลักภายใต้นโยบายการบริหารราชการของรัฐบาล ในด้านความมั่นคง สิ่งสำคัญคือ การสร้างดุลยภาพกับประเทศต่างๆในโลก

รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศมหาอำนาจ ไทยไม่ได้มองภาพการแตกแยกหรือแบ่งแยกว่าควรเข้าข้างฝ่ายไหน ยืนอยู่ฝ่ายไหน ไทยมีนโยบายเรื่องดุลยภาพค่อนข้างชัดเจน ร่วมมือทุกส่วน โดยเฉพาะมิติความมั่นคง ไม่สามารถแบ่งแยกความร่วมมือระหว่างประเทศได้

สังคมไทยเกิดความขัดแย้งทางความคิด มีบางฝ่ายมองว่ารัฐบาลไทยอิงประเทศจีนค่อนข้างมาก จนประเทศสหรัฐอเมริกาไม่พอใจรัฐบาลไทย นายอนุสิษฐ บอกว่า ไปสรุป อย่างนั้นไม่ได้ เพราะเมื่อจีนเจริญเติบโตขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่จะขยายอิทธิพลและบทบาทไปทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะไทย

ขณะที่สหรัฐฯ ก็มองมาที่ไทย แต่เรามองถึงจุดยืนดุลยภาพกับประเทศมหาอำนาจและประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถที่จะสร้างน้ำหนัก ความร่วมมือระหว่าง ประเทศ

เราไม่ได้เป็นศัตรูกับประเทศไหน ดุลยภาพยังเป็นปกติ แน่นอนสหรัฐฯ ห่วงใยภาพความเป็นประชาธิปไตยในไทย เป็นเพียงการทำหน้าที่ของเขา คนนอกประเทศจะมองประชาธิปไตยของไทยในอีกมิติหนึ่ง

เรามีหน้าที่ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจว่าประชาธิปไตยของเรามี จุดอ่อน จุดบกพร่องอย่างไร ทำไมต้องเข้ามาปรับเปลี่ยนให้ดีกว่าเดิม เพื่อทำให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าและดีกว่าเดิม ประชาชนยอมรับ

ขณะที่ภายในประเทศ คสช.ยังมีบทบาทและหน้าที่ดูแลในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะแนวทางพิทักษ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก การดูแลความมั่นคงทางทะเล

รวมถึงด้านความปรองดอง จะทำอย่างไรให้เกิดความปรองดองและการปฏิรูปด้านต่างๆ อาทิ ด้านการเมือง การปกครอง การศึกษา มีระบบตรวจสอบที่ดี โจทย์นี้สำคัญที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญคำนึงถึงอยู่แล้ว

และประชาชนต้องมองเห็นในสิ่งเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกกระแส ต้านความเชื่อ ทำให้เกิดความขัดแย้งต่อไป จะไม่เกิดประโยชน์

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า วันนี้พอใจระดับไหนในด้านสร้างความปรองดอง นายอนุสิษฐ บอกว่า คงไม่มีความพอใจมากนัก เพราะภาพความขัดแย้งยังมีอยู่ ในรูปแบบสถานการณ์ที่มองเห็นภาพย่อยๆ

อาทิ เหตุระเบิดทางเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสกับห้างสยามพารากอน ความไม่เห็นด้วยกับการบริหารจัดการของรัฐบาล

ความไม่สงบเรียบร้อยหากเกิดจากสนิมเนื้อใน ไม่พอใจเมื่อมองตัวเองจะเสียผลประโยชน์ในอนาคต ก็แสดงออกโดยไม่เห็นด้วย ไม่ปรองดอง การแสดงออกรูปแบบนี้ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าลงเอยด้วยความรุนแรง ประเทศชาติจะไม่ได้อะไร

ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานด้วยความยากลำบาก จะหยุดการทำงานไม่ได้ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิรูป ก็ต้องเดินหน้าปฏิรูปให้ได้โดยเร็ว เป็นไปตามความต้องการของประชาชน

คนหรือกลุ่มคนที่ใช้ความรุนแรง ในทางการข่าวของสมช.ยังมีอยู่หรือไม่ นายอนุสิษฐ บอกว่า จากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เชื่อว่ายังมีกลุ่มคนที่นิยมความรุนแรง ฉะนั้นเป็นเหตุที่ยังคงกฎอัยการศึกเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นและทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนผ่านโดยเร็ว

อย่าลืมว่าก่อนมีกฎอัยการศึกเราสูญเสีย ประชาชนจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. ไม่ควรลืมบทเรียนที่แสน เจ็บปวดของประเทศไทยในขณะนั้น ดังนั้นการใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้จะไม่ทำให้สูญเปล่า

ขณะที่กลุ่มคนที่มีความเห็นต่าง มีเฉพาะแค่กลุ่มเดิมๆที่พยายามรวมกลุ่มของพรรคการเมืองต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ ขอให้ปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าไม่ยึดหลักกฎหมายเป็นตัวตั้งบ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้

สนิมเนื้อในจะหมดไปอย่างไรเมื่อการทำงานของแม่น้ำ 5 สายแล้วเสร็จ นายอนุสิษฐ บอกว่า ต้องรอดูข้อยุติท้ายสุดจะออกมาอย่างไร

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ความมั่นคงในมิติต่างประเทศกับความมั่นคงมิติความขัดแย้งในประเทศ ตามสายตาของ สมช. มิติไหนหนักกว่ากัน นายอนุสิษฐ บอกว่า เราไม่ได้มีปัญหาความมั่นคงจากภายนอกเท่าไหร่

แต่ปัญหาเศรษฐกิจใหญ่กว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และยังมีปัญหาภัยแล้ง จะกระทบต่อภาคเกษตร มีการแย่งน้ำ เกิดการจลาจลได้ ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอยู่ในทุกมิติ

ฉะนั้นมาวันนี้ สมช.ห่วงอย่างเดียวคือ คนในชาติอยากไปทางไหน ขอให้กลับมามองอนาคตของตัวเองว่าอยากให้ลูกหลานไปทางไหน

ถ้าคิดว่าบ้านเมืองต้องก้าวเดินต่อ ขอให้ช่วยกันผลักดันการปฏิรูป อย่าไปติดกับดักความขัดแย้ง

ต้องก้าวข้ามเพื่ออนาคตบ้านเมือง.

ทีมการเมือง

15 ก.พ. 2558 11:06 15 ก.พ. 2558 11:07 ไทยรัฐ