วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เห็นผลกรรมกันในชาติน้ี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงปัญหาการทุจริตอีกครั้ง ในการแสดงปาฐกถาในงานสัมมนาเรื่องการใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการทุจริตในวงราชการ ถึงแม้อันดับภาพลักษณ์จะดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นตัวเลขสองหลัก จึงขอให้ข้าราชการยึดหลักธรรมาภิบาล และกล่าวย้ำว่าถ้าฝ่ายบริหารไม่ยึดธรรมาภิบาล ท้ายที่สุดต้องมีปัญหาและมีคดีความ

การทุจริตประพฤติมิชอบในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการสมคบกันระหว่าง “สามประสาน” อันได้แก่ นักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจ รูปแบบการทุจริตยอดนิยม คือ การหักค่าหัวคิวจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ในอัตราร้อยละ 10, 20 จนถึง 40 หรือ 50 ในแต่ละปี งบประมาณจากภาษีประชาชน ถูกงาบไปหลายแสนล้านบาท

นายกรัฐมนตรีเคยพูดผ่านรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เรื่องความล้มเหลวในการบริหารราชการ อันเนื่องมาจากการขาดหลักธรรมาภิบาล การเล่นพรรคเล่นพวก การทุจริตในทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่กระบวนการยุติธรรม ส่วนหลักธรรมาภิบาลที่ขอให้ข้าราชการยึดถือ ได้แก่ หลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า

จากอดีตนานหลายทศวรรษจนถึงปัจจุบัน การบริหารราชการแผ่นดิน ขาดการยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ นิติธรรม คุณธรรม การมีส่วนร่วมตรวจสอบ หรือความคุ้มค่า นักการเมืองผู้ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต มักจะไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เพราะมีอำนาจ และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการผู้บังคับใช้กฎหมาย

การทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการ ได้ก่อความเสียหายแก่ประเทศ และประชาชนมากมายมหาศาล ตัวอย่างเช่น โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ที่รัฐจะต้อง เสียค่าโง่ซ้ำซาก โครงการโฮปเวลล์ ที่มีแต่เสา ตอม่อโด่เด่และต้องตัดทิ้ง การจัดซื้อรถดับเพลิง หลายพันล้าน แต่ไม่ได้รถดับเพลิง และโครง- การรับจำนำข้าว ที่เสียหายหลายแสนล้านบาท

ที่ผ่านๆมา นักการเมืองผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตหลายโครงการที่ก่อความเสียหายมหาศาล ไม่ปรากฏว่ามีใครต้องติดคุก และไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหาย แต่เมื่อเร็วๆนี้ อาจารย์นิติศาสตร์ชื่อดังสามท่าน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว

“ความรับผิดชอบ” เป็นองค์-ประกอบที่สำคัญของหลักธรรมาภิบาล ที่สังคมไทยชอบพูดถึงแต่ไม่ชอบปฏิบัติ การฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อให้นักการเมืองต้องรับผิดทางอาญา และต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย คงจะไม่สามารถขจัดปัญหาการทุจริตให้สิ้นซากได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะไม่กินมูมมามเกินไป และเกรงกลัวต่อบาป ถ้าเห็นผลกรรมกันในชาตินี้.

15 ก.พ. 2558 10:10 15 ก.พ. 2558 10:10 ไทยรัฐ