วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บวรศักดิ์' เปิดเวทีปฏิรูปฯ ที่อุดรฯ แวะพบ 'ขวัญชัย'

'บวรศักดิ์' เปิดเวทีปฏิรูปฯ ที่อุดรฯ แวะพบ 'ขวัญชัย'

  • Share:

'บวรศักดิ์' เปิดเวทีปฏิรูปฯ ที่อุดรธานี ย้ำต้นเหตุปัญหาคือความไม่เป็นธรรม ยันจำเป็นต้องตั้ง คกก.ปรองดองฯ ศึกษาหาทางออกให้ประเทศ แวะทานข้าวเย็นร่วม 'ขวัญชัย' จ่อถกหาทางออก ลดความขัดแย้ง ...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมใหญ่ รร.บ้านเชียง เทศบาลนครอุดรธานี สภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดให้มีโครงการสัมมนา เวทีประชาเสวนาหาทางออก "สานพลังประชาขนเพื่อปฏิรูประเทศไทย" เวทีที่ 5 โดยนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผวจ.อุดรธานี กล่าวต้อนรับ และ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิด และปาฐกถา เรื่อง "การปฏิรูปประเทศ" โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และอุดรธานี ประมาณ 200 คน

ศ.ดร.บวรศักดิ์ ปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ถือว่ามีความสำคัญที่สุด จึงตั้งอนุกรรมการขึ้นมาในระดับภูมิภาค เวทีที่ จ.อุดรธานี เป็นเวทีที่ 5 และ อีก5 เวทีที่ สงขลา สุรินทร์ พิษณุโลก ชลบุรี และกรุงเทพฯ โดยวันนี้ตนเองเดินทางมาเอง นับว่าได้รับความสนใจที่สุด พรุ่งนี้ท่านฑูตอังกฤษจะมาสังเกตการณ์ และเลขานุการเอก สถานฑูตออสเตรเลียก็จะมา ขณะที่ยังมีอีกหลายช่องทาง ซึ่งครั้งนี้การรับฟังความคิดเห็นแตกต่างจากทุกครั้ง

ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ กรรมาธิการ จะยกร่างฯแรกให้เสร็จ ส่งไปให้สภาปฏิรูป ว่าจะขอแก้ไขมาอย่างไร ร่างฯสุดท้าย คือ ช้าสุด 23 กรกฎาคม เพื่อให้ สปช.พิจารณาวันที่ 6 สิงหาคม ฉะนั้นความคิดเห็นขอให้ส่งมาช้าสุด ราวปลายเดือนมิถุนายน ถ้าทำไม่ได้ ก็ยุบกรรมาธิการ ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมา 20 ฉบับ ไม่ใช่ประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก แต่การมีรัฐธรรมนูญมากก็ไม่ดี เพราะบ่งบอกว่าบ้านเมืองมีปัญหา อย่างรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ร้าวลึกถึงทุกภาคส่วน และมีท่าทีไม่จบลง ที่สงบอยู่เพราะกฎอัยการศึก

"ประเทศไทยมีสภาพเป็นไข้รุม ความขัดแย้งเปรียบเป็นไข้ เราต้องรักษาไข้ ถ้าไข้ขึ้นสูงทิ้งไว้นานๆก็ช็อก การรักษาเฉพาะไข้อย่างเดียวไม่พอ ต้องถามลงไปลึกๆ อะไรคือสาเหตุของไข้ เหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาไม่มาก แต่ข้างล่างคือฐานที่มาขนาดใหญ่ นั่นคือต้นเหตุแห่งปัญหา มันคือความไม่เป็นธรรม คนในเมืองเข้าถึงทรัพยากร คนนอกเมืองเข้าไปไม่ถึง หากไข้หายโรคไม่หาย ประเทศไทยก็กลับมาขัดแย้งอีก คนเขียนรัฐธรรมนูญต้องมีเป้าหมาย เป็นไข้ต้องรักษา" ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าว

ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งต้องยุติ ประเทศจึงจะพ้นวิกฤติ กำลังคุยกันอยู่ว่าต้องมีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ สร้างบรรยากาศให้ปรองดองทั้งประเทศ ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน คู่ขัดแย้ง 5 คน โปรดเกล้าโดยพระมหากษัตริย์ มีอำนาจศึกษาหาทางออก เสนอรร่างกฎหมายอภัยโทษ กับคนที่ให้ข้อเท็จจริง, เยียวยาผู้เสียหาย และได้รับผลกระทบ ให้เวลาการทำงาน 5 ปี

"เราต้องปฏิรูปให้มีความเป็นธรรม ด้วยหลักของพุทธศาสนา ทุกข์ สมุทัย นิโรธ เรากำลังทำมรรค ด้วยองค์ 4 คือ ทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ ให้สิทธิเพิ่ม ด้วยสมัชชาพลเมืองระดับต่างๆ องค์กรปกครองท้องถิ่น เป็นองค์การบริหารท้องถิ่น , เสริมสร้างให้โปร่งใส จากการเลือก ส.ส.ได้ทั้งคนทั้งพรรค ส่วน ส.ว.เลือกทางอ้อม แก้สภาพ่อแม่-ผัวเมีย ,ปฏิรูปเกิดความเป็นธรรม มีคนเสนอรูปแบบปฏิรูปการศึกษา ดูและเด็กตั้งแต่ในท้องถึง 6 ปีแรกเกิด วัดผลครูจากคุณภาพของเด็ก รวมทั้งจัดสรรงบประมาณผ่านเด็ก และนำประเทศพ้นวิกฤติ ทั้งหมดกำลังทำร่างฯแรก" ปธ.กมธ.ยกร่างฯ กล่าว

นอกจากนี้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ ยังให้สัมภาษณ์ ด้วยว่า หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากเวทีภูมิภาค 10 แห่ง และเวทีจังหวัดของ สปช.อีก 77 จังหวัด จะนำผลที่ได้มาประมวล เพื่อสรุปสาระสำคัญลงในเอกสารประกอบการพิจารณา และจะอ่านความเห็นนั้นเมื่อถึงเรื่องนั้น ๆ นี่คือสิ่งที่เราทำอยู่ นอกจากนั้นจะนำจากสื่อ ปณ.9 และกล่องรับความคิดเห็น ที่จะนำมาสรุปเข้ารวมกัน ส่นการรับฟังเวทีแต่ละแห่ง เราก็จะนำมาสรุป โดยมีหลายเรื่องที่เราจะนำมาทบทวน เช่นเรื่องของ กกต. ที่พูดชัด ๆ เลยว่า มีชาวบ้านหลายคนที่ต้องการให้นำเรื่องของใบแดงออกจาก กกต.

"เป้าหมายจัดเวทีให้ประชาชน คือ 1 ฟังความเห็น 2 สร้างความตระหนักรู้ ที่ต้องมาก่อน ฉะนั้น เวทีที่ทำครึ่งวันจะเป็นการกำหนดกติกา จากนั้นก็จะพูดคุยกันว่า พวกเขาอยากให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร จากนั้นจะเป็นการแบ่งกลุ่มย่อย และสรุป ซึ่งผู้มาร่วมเวทีมาจากหลาย ๆ กลุ่ม ก็คงต้องมีขัดแย้งกันบ้าง เราก็ต้องมาชั่งน้ำหนักดู อย่างที่เขาเสนอเรื่องของ กกต.เราก็ต้องนำมาพิจารณา ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชน เสนอมา เราก็ต้องนำมาดู ชั่งน้ำหนักเอา คือ เรารับฟัง แต่ไม่ได้เชื่อฟัง การรับฟังก็ต้องมีเหตุผล ที่เราสามารถนำมาทบทวนได้" ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าว

ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้จะไปพบกับ ขวัญชัย ไพรพนา โดยนัดกันกินข้าวเย็นซึ่งก็ยังไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ก็คงจะเจรจาพูดคุยกันในฐานะคนเคยรู้จักกัน ซึ่งคงจะต้องคุยเรื่องจะหาทางออกอย่างไร ที่จะลดความขัดแย้งลง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะลดความขัดแย้งได้ดีที่สุดคือ รัฐบาล ท่านนายกฯอาจจะมีภารกิจเยอะ แต่คิดว่าก่อนที่รัฐธรรมนูญจะออก ถ้ามีคณะกรรมการปรองดองฯ เกิดขึ้นในระดับรัฐบาลก่อน มันก็เป็นสิ่งที่ดี โดยข้อแรกต้องนำข้อศึกษาของ คอป.ของสถาบันพระปกเกล้ามาดู ข้อที่ 2 ต้องสร้างบรรยากาศให้ปรองดองทั้งประเทศ ข้อที่ 3 ต้องพูดคุยกับบรรดาคู่ขัดแย้ง แต่ไม่ใช่ไปพูดคุยถ่ายทอดออกทีวีเหมือนในอดีต มันต้องคุยกันเป็นการภายใน อะไรที่เห็นตรงกัน สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาก็ทำ อะไรที่ทำแล้วเห็นไม่ตรงกันก็เก็บไว้ก่อน

ด้าน ดร.ณัฐยศ ผาจวง อดีตแกนนำคนเสื้อแดงอุดรธานี ที่ปรึกษานายก อบจ.อุดรธานี ที่เข้าร่วมเวทีเสวนาฯ ครั้งนี้ เปิดเผยว่า ไม่เชื่อว่าการเปิดเวทีฯ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ แต่การที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องมารับฟังประเด็นของเขาบ้าง ซึ่งหลังจากมาร่วมเวทีเสวนาฯ ตนก็จะนำข้อมูลที่ได้รับไปถ่ายทอดความรู้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า ว่าการที่มาเสวนาครั้งนี้ ได้รับองค์ความรู้ตรงนี้ว่า เขาจะนำแนวทางการเสวนา จนนำไปสู่การปฏิรูป เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เขาได้ทราบว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงจะเป็นไปแบบนี้ แต่หากออกมาไม่ตรงตามที่เสวนา มันก็จะมีผลกระทบต่อเขาอีกครั้ง เราต้องยอมรับในข้อนี้ด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้