วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลปกครองให้กทม. ใช้ค่าเสียหายชาวบ้าน เจอผลกระทบคอนโด

ชาวบ้านเฮ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาสั่งให้ “กรุงเทพมหานคร” ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน 7 ราย ย่านงามวงศ์วาน คนละ 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หลังปล่อยให้โครงการอาคารชุดแอสปาย คอนโดมิเนียม งามวงศ์วาน ก่อสร้างโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสั่งให้ “ผอ.เขตหลักสี่” ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ควบคุมการก่อสร้างโครงการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.3/2554 คดีหมายเลขแดงที่ ส.52/2558 ที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนพร้อมพวกรวม 39 ราย ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในซอยชัยเกียรติ 1 และซอยชินเขต ใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างโครงการอาคารชุด แอสปาย คอนโดมิเนียม งามวงศ์วาน ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เจ้าของโครงการฯ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดิน และการบริการชุมชนเป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-6 ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดดังกล่าว หรือสั่งให้แก้ไขปรับปรุงแบบแปลน ลดจำนวนชั้น มิให้กีดกั้นทิศทางลม แสงอาทิตย์ และมีระยะถอยร่น เพื่อป้องกันปัญหาอัคคีภัย แผ่นดินไหว ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้อาศัยข้างเคียง เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่ได้รับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและจิตใจเป็นเงินวันละ 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 2 มี.ค.2554 ที่มีการเริ่มก่อสร้างโครงการ

ในคำพิพากษาดังกล่าวระบุว่า โครงการดังกล่าวได้มอบหมายให้บริษัท อีโคซีสเต็ม เอ็นจีเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ตรวจสอบและพิจารณาให้ความเห็นชอบเมื่อ 20 ธ.ค.2553 ซึ่งเมื่อพิจารณารายงานดังกล่าวแล้ว เป็นรายงานที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่จากข้อเท็จจริงพบว่าเมื่อเริ่มมีการก่อสร้างเจาะเสาเข็มเพื่อวางรากฐานของอาคารในเดือน เม.ย.2554 การดำเนินการของโครงการก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรำคาญ เสียงดัง มีแรงสั่นสะเทือนโดยมีการก่อสร้างในเวลากลางคืนซึ่งผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการตรวจสอบพบว่าโครงการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบมา

อีกทั้งในเวลาต่อมายังพบว่า โครงการฝ่าฝืนคำสั่ง ผอ.เขตหลักสี่ ที่มีหนังสือให้ระงับการก่อสร้างอาคารหลายครั้งโดยไม่ปรากฏว่า ผอ.เขตหลักสี่ แจ้งความดำเนินคดีหรือดำเนินการใดกับโครงการหรือผู้เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ภายหลังจากที่มีการยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองแล้วเมื่อ 2 ส.ค.2554 ผอ.เขตหลักสี่จึงไปแจ้งความดำเนินคดีในฐานฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้าง แต่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาวิศวกรและสถาปนิกผู้คุมงาน อันจะเป็นมาตรการรุนแรงขึ้นเพื่อให้คำสั่งระงับการก่อสร้างของ ผอ.เขตหลักสี่สัมฤทธิผล จึงถือได้ว่า ผอ.เขตหลักสี่ละเลยต่อกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ซึ่งหากเมื่อมีการร้องเรียนแล้ว ผอ.เขตหลักสี่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีได้รับก็จะไม่เกิดขึ้น จึงถือว่าความเสียหายของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นความเสียหายโดยตรงจากการที่ ผอ.เขตหลักสี่ละเลยต่อหน้าที่ แม้ความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำของโครงการก็ตาม แต่ ผอ.เขตหลักสี่ยังต้องรับผิดในส่วนตน และกรุงเทพมหานครต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา 240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบมาตรา 5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ 2539

ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คือกรุงเทพมหานคร ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเมื่อหักผู้ฟ้องคดีที่ไม่ได้ยื่นคำขอในข้อหานี้และผู้ฟ้องคดีที่ศาลอนุญาตให้ถอนคำฟ้อง คงเหลือผู้ฟ้องคดีรวม 7 ราย ประกอบด้วย นายกิตติพงษ์ ธรรมกุล นางเบญจวรรณ พูลเจริญ นางปานเดือน ฤทธาภิรมย์ นายสุกิจ กอบกิจชัยสงค์ นางผัสพร วิมุกตานนท์ นายกัญญาณัฐ ตุโสตร นายโฆสิต ล้อศิริรัตน์ ที่จะมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินคนละ 35,503.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นจำนวน 35,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดให้คืนค่าธรรมเนียมศาลแก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 7 รายดังกล่าว และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (ผอ.เขตหลักสี่) ใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 (บ.เดอะ แวลู พร็อพเพอร์ตี้ฯ) ดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารชุดฯ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6 ในการประชุมครั้งที่ 59/2553 อย่างเคร่งครัด

ชาวบ้านเฮ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาสั่งให้ “กรุงเทพมหานคร” ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน 7 ราย ย่านงามวงศ์วาน คนละ 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน 14 ก.พ. 2558 04:03 14 ก.พ. 2558 04:48 ไทยรัฐ