วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับ‘ยาไอซ์’30กิโล

จับ‘ยาไอซ์’30กิโล

  • Share:

อีกคดียาบ้าเพียบ ไฮโซ-กัณฑ์เอนก ได้ประกันตัวแล้ว!

“พงศพัศ”แถลงชุดสืบสวน ปช.ปส. จับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ 3 คดี ของกลางยาไอซ์ 30 กก. ยาบ้ากว่า 8 หมื่นเม็ด รวมมูลค่าของกลางกว่า 40 ล้านบาท ทุกคดีผู้ต้องหารับสารภาพเหมือนกันว่า ไปรับยานรกมาจากพื้นที่ภาคเหนือ จากนั้นขนลงมาขายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล สั่งการเร่งชุดสืบสวนขยายผลขุดรากถอนโคนขบวนการยานรก ส่วนคดีนักธุรกิจชื่อดัง “กัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์” เสพยาไอซ์ ตำรวจส่งฝากขังขอให้การชั้นศาล ญาติยื่นหลักทรัพย์ 3.5 แสนบาท ประกันตัวออกไป ขณะที่ตำรวจเตรียมขยายผลตรวจสอบเกี่ยวพันค้ายาด้วยหรือไม่

ตำรวจ ปส.จับกุมยาเสพติดลอตใหญ่เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.พ. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. (ปส.1) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. แถลงจับกุมผู้ลักลอบค้ายาเสพติด 3 คดี คดีแรกที่จับกุม น.ส.ณัชชา หรือแอน ศรีลาวงศ์ อายุ 46 ปี และนายมานพ หรือโนช วังกิจ อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ตั๋วเครื่องบินสายการบินนกแอร์ จับกุม น.ส.ณัชชาที่ลานจอดรถหน้าโรงแรมพงษ์เพชรเกสท์ โฮเต็ล ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ส่วนนายมานพจับกุมได้บริเวณริมถนนราชปรารภตรงข้ามปากซอยราชปรารภ 22 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. เมื่อบ่ายวันที่ 12 ก.พ.

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.ณัชชาลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่กับสายการบินนกแอร์ จึงวางแผนล่อซื้อยาไอซ์ 6 กก. นัดพบหลังจากลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ก่อนพากันไปที่โรงแรมพงษ์เพชรเกสท์ โฮเต็ลเพื่อดูเงินค่าซื้อยาไอซ์ เมื่อ น.ส.ณัชชาเห็นเงินแล้วจึงนัดแนะให้นายมานพนำยาไอซ์มาส่งบริเวณซอยรางน้ำให้กับตำรวจอีกชุด เมื่อนายมานพหิ้วกระเป๋าใส่ยาไอซ์ขึ้นไปบนรถให้เจ้าหน้าที่ดูพร้อมส่งยาจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.ณัชชาพร้อมกัน จากนั้นนำนายมานพไปตรวจค้นที่ห้องแบ่งเช่าภายในซอยราชปรารภ 18 พบยาไอซ์ของกลางอีก 24 กก. ซุกซ่อนอยู่ในห้อง รวมยาไอซ์ 30 กก. มูลค่า 39 ล้านบาท จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่า จะมีผู้ร่วมขบวนการลักลอบขนยาไอซ์มาจากพื้นที่ภาคเหนือ มาส่งให้โดยไม่รู้ว่าลักลอบเอาเข้ากรุงเทพฯมาอย่างไร โดยเอายาเสพติดมาพักไว้ที่ห้องของนายมานพ เพื่อรอขายตามสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้เคยนำยาไอซ์ 20 กิโลกรัมมาขายในพื้นที่ กทม.แล้วครั้งหนึ่ง ได้เงินกว่า 20 ล้านบาท ทุกครั้งที่มีการติดต่อซื้อขาย น.ส.ณัชชาจะขึ้นเครื่องบินมาเอาเงินที่ขายยาไปเข้าบัญชีแล้วขึ้นเครื่องบินกลับ หรือไม่ก็ลักลอบขนเงินไปทางรถโดยสารกลับขึ้นเหนือทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีที่ 2 ชุดสืบสวน บช.ปส.จับกุมนายสิทธิกร หรือหนุ่ม มีแก้ว อายุ 30 ปี และนายเกษมสันต์ หรือแบงก์ หาชิต อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 126 เม็ด ยาไอซ์ 2.37 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถ จยย.ฮอนด้า สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน ขขก 944 สมุทรสาคร จับกุมได้บริเวณเพิงพักริมถนนท้ายซอยสุขาภิบาล 2 หมู่ 8 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.ต.ท.เรวัชกล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบทราบว่า นายสิทธิกรมีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาย่านสุขาภิบาล 2 จึงล่อซื้อยาบ้าโดยนัดส่งมอบยากันบริเวณสุดซอยสุขาภิบาล 2 เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงนายสิทธิกรเดินเข้ามาแจ้งว่า ให้รอเพื่อนนำยามาส่ง ไม่นานนายเกษมสันต์ขี่รถ จยย. มาส่งยาบ้า 126 เม็ด จึงแสดงตัวจับกุม ตรวจค้นรถ จยย.พบยาไอซ์อีก 2.37 กรัม สอบสวนผู้ต้องรับสารภาพ

คดีสุดท้ายชุดสืบสวนจับกุมนายประสาน ไชยยันต์บูรณ์ อายุ 41 ปี นายทอน ธรรมวงค์ อายุ 42 ปี และนายลิต คำเคือง อายุ 42 ปี ที่เป็นชาวลาว พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 81,327 เม็ด รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 2 กภ 2392 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า เมื่อค่ำวันที่ 11 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า นายลิตมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าในเขต จ.สมุทรสาคร จึงติดต่อล่อซื้อยาไอซ์ 2 กก. ราคา กก.ละ 1,300,000 บาท และยาบ้าจำนวน 16 มัด มัดละ 2 พันเม็ด ต่อมานายลิตแจ้งว่าจะขายยาบ้าให้เท่านั้นจำนวน 30 มัด รวม 6 หมื่นเม็ด ราคา 4,500,000 บาท

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า หลังนัดหมายส่งยาเสพติดกันแล้ว นายลิตและนายทอนมาพบที่ร้านเอ็มเค ภายในห้างเทสโก้ โลตัส สาขาถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เพื่อขอตรวจดูเงิน จากนั้นนายลิตให้เบอร์โทรศัพท์ของนายประสานกับตำรวจติดต่อนายประสานนัดหมายรับยาบ้าบริเวณปากซอยสะแกงาม 13 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อถึงเวลานัดหมายนายประสานขนยาบ้า 60,000 เม็ด มาส่งจึงแสดงตัวจับกุม พร้อมทั้งส่งสัญญาณให้ตำรวจอีกชุดจับกุมนายลิตและนายทอนที่ยังรออยู่ที่ร้านเอ็มเค จากนั้นคุมตัวไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 8 หมู่ 4 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน พบยาบ้าของกลางอีก 21,327 เม็ด ฝังอยู่ในดินใต้ถุนบ้าน สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า นายลิตจะเป็นคนลักลอบนำยาบ้ามาจากภาคเหนือ แล้วนำมาพักไว้ที่บ้านนายประสานเพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าผู้ใช้แรงงานและลูกค้าทั่วไปย่าน จ.สมุทรสาคร

ส่วนกรณีตำรวจ สน.สุทธิสาร จับกุมนายกัณฑ์เอนก หรือโหน่ง ปัจฉิมสวัสดิ์ อายุ 64 ปี ไฮโซนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง พร้อมของกลางยาไอซ์ 1.07 กรัม ที่ห้อง 703 ชั้น 7 โรงแรมมีสไตล์เพลส ซอย 20 มิถุนา แยก 13 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง ความคืบหน้าจาก สน.สุทธิสาร เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 13 ก.พ. พนักงานสอบสวนคุมตัวนายกัณฑ์เอนกส่งฟ้องที่ศาลอาญารัชดาภิเษก โดยนายกัณฑ์เอนกมีท่าทางอิดโรยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ยอมตอบคำถามสื่อมวลชนที่พยายามสอบถามความรู้สึก

เมื่อพนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายกัณฑ์เอนกไปถึงศาลอาญา พ.ต.ท.อรุณ อุ่นเมตตาอารี พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.สุทธิสาร ยื่นเรื่องขออำนาจศาลฝากขังเป็นครั้งแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.พ. เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้สอบสวนและควบคุมตัวมาครบกำหนด 48 ชั่วโมง แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบพยานเพิ่มอีก 4 ปาก รอผลการตรวจลายนิ้วมือ ตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลาง

โดยร้องว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เวลา 00.30 น. ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งว่า มีการมั่วสุมเสพยาที่อาคารมีสไตล์ คอนโด ชั้น 7 ห้องเลขที่ 703 ซอย 20 มิถุนา แยก 13 เขตห้วยขวาง ไปตรวจสอบเห็นผู้ต้องหาซึ่งรับว่าเป็นเจ้าของห้องเปิดประตูออกมา เมื่อมองเข้าไปพบอุปกรณ์เสพยาบนโต๊ะ จึงแสดงตัวจับกุมได้พร้อมยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว 1 ถุง น้ำหนักรวม 1.07 กรัม น้ำหนักเฉพาะยาไอซ์หนักประมาณ 0.77 กรัม ราคา 2,000 บาท และอุปกรณ์เสพ 1 ชุด ผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาไอซ์จริง พร้อมรับว่ามียาไอซ์โดยผู้ต้องหาหยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้านำมาแสดงกับตำรวจ ต่อมาคุมตัวไปตรวจปัสสาวะที่สถาบันธัญญารักษ์ ผลตรวจพบว่า มียาเสพติดในปัสสาวะ จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาไอซ์เพื่อจำหน่ายและเสพโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้ง 2 ข้อหา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้คัดค้านการประกันตัวให้เป็นดุลพินิจของศาล ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติผู้ต้องหาเตรียมหลักทรัพย์มูลค่า 3.5 แสนบาท พร้อมคำร้องขอศาลปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต จึงพานายกัณฑ์เอนกเดินทางกลับไป
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงคดีนายกัณฑ์เอนกว่า เบื้องต้นนายกัณฑ์เอนกรับสารภาพว่าเสพจริง แต่ในรายละเอียดคำให้การจะไปให้การชั้นศาลเท่านั้น ตนได้สั่งการให้ ผบช.ปส.ไปประสานกับ สน.สุทธิสาร ให้ขยายผลอย่างละเอียดว่า นายกัณฑ์เอนกมีพฤติกรรมค้ายาด้วยหรือไม่ แต่จากการแจ้งข้อหาของตำรวจมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เข้าข่าย พ.ร.บ.การยึดทรัพย์ ถ้าศาลตัดสินมีความผิดจริง นอกจากนี้ยังให้ขยายผลต่อไปว่า มีความเชื่อมโยงกับการจับยาไอซ์ลอตใหญ่ที่เอามาแถลงข่าวหรือไม่ ถ้าตรวจดีเอ็นเอยาแล้วพบว่า มาจากแหล่งเดียวกัน ตำรวจคงขยายผลเส้นทางยาไอซ์ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้