วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตู่เผยเคยเตือนปูจํานําข้าว ว่ามีปัญหาแน่

แต่เจ้าตัวบอกไม่เป็นไร พร้อมจะรับผิดชอบเอง

“ประยุทธ์” ยังไม่ปลื้มอันดับทุจริตของไทย ลั่นกลางวงราชการคนทำผิดต้องยอมรับกระบวนการตามกฎหมาย สั่ง ขรก.ท่อง 6 หลักบริหารบ้านเมืองที่ดีให้ขึ้นใจ ปิ๊งไอเดียใช้ระบบทหารแต่งตั้ง ผวจ. ย้ำเตือนแล้วเตือนอีก “ปู” ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา ขอประชาชนอย่าเร่งรัดให้เลือกตั้ง ขู่ถ้าปฏิรูปเหลวอย่ามาโทษกัน “บวรศักดิ์” คุยทูต 20 ชาติไม่ติดใจ “บิ๊กโด่ง” สั่ง มทภ.1 ไล่ปรับทัศนคติกลุ่มต้าน ฮิวแมนไรท์สฯค้าน ก.ม.ธรรมนูญศาลทหาร ชี้เพิ่มอำนาจกองทัพเบ็ดเสร็จ ซัด คสช.ผิดคำสัญญา แอมเนสตี้ฯร่วมโวยศาลทหารตัดสิทธิอุทธรณ์ “วินธัย” แจงแค่แก้ไขให้ทันสมัยขึ้น “ปู” อาสาบูรณะศาลาพระเจ้าทันใจ เกจิดังแนะทาง “ชีวิตได้เกิดใหม่” ป.ป.ช.ไล่บี้คลังฟ้องแพ่ง จีทูจี โต้ “สมชาย” ยันทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าเคยเตือนและท้วงติง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุดได้ตอกย้ำในวงข้าราชการอีกครั้งว่า คนทำผิดต้องยอมรับในกระบวนตามกฎหมาย

“ประยุทธ์” ห่วงอันดับทุจริตไม่ดี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.พ.ที่ทำเนียบ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาประจำปีของการใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ข้อมูลข่าวสารกับความโปร่งใสในการ บริหารงานภาครัฐ” ว่า ข้าราชการต้องพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะปีนี้รัฐบาลจะนำพาประเทศให้ก้าวพ้นความขัดแย้ง การประพฤติผิดทุจริตในราชการ จะ ไม่พูดว่าใครผิดย้อนหลัง แต่จะพูดว่าเราจะนำพาประเทศชาติอย่างไร จึงขอความร่วมมือทุกคนมีส่วนร่วมนำพาประเทศก้าวพ้นวิกฤติไปให้ได้ วันนี้ต้องเดินหน้าประเทศด้วยการที่รัฐ เอกชน ประชาชนมีส่วนร่วม สิ่งที่จะเชื่อมโยงได้ คือ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่องหนึ่งที่เป็นหลักคือเรื่องทุจริตในระบบราชการ แม้การจัดอันดับภาพลักษณ์จะดีขึ้น แต่ยังเป็นตัวเลขสองหลักอยู่

ต้องยอมรับผิดเคารพกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าฝ่ายบริหารไม่อยู่ในระบบธรรมาภิบาล ท้ายที่สุดต้องมีปัญหา มีคดีความ และผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงคือข้าราชการ ต้องให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าบกพร่องในส่วนไหน ดูว่าใครมีเจตนาหรือไม่ ทุกคนต้องยอมรับในกระบวนการกฎหมาย ตนเป็นห่วงข้าราชการที่ผ่านมาอาจมีอะไรเกิดขึ้นทำให้เกิดความเสียหาย มีความเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น วันหน้าต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้องไม่ให้ผู้มีอำนาจมาบังคับให้กระทำสิ่งที่ผิด ซึ่งมีหลายคดีอยู่ในกระบวนการ ต้องดูว่าจะรับผิดชอบกันอย่างไร ยืนยันว่าจะดูแลเต็มที่ในกรณีที่ไม่ได้ทำผิด แต่ต้องยอมรับในความผิดพลาด ยอมรับกระบวนการตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นนักโทษในคุกคงออกมากันหมด เพราะไม่เห็นมีใครบอกว่าตัวเองผิดสักคน อย่าไปคิดว่ากฎหมายทำอะไรไม่ได้ หรือกังวลว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ย้ำ 6 หลักให้ข้าราชการท่องจำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลักการบริหารบ้านเมืองที่ดีมี 6 อย่างที่ข้าราชการต้องท่องให้ได้ คือ หลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า เป็นองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามหลักการของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ถ้าไม่มีปัญหาหรือทำโดยสุจริต การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทำได้ ส่วนสิ่งที่ยกเว้นคือสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพอำนาจเป็นของประชาชน ก็คงถอยหลังกันหมด ไม่ต้องมี รัฐบาล ไม่ต้องมีกฎหมาย แต่ละพวกคาดหัวคนละสี จับกระบองตีกันเข้าไป ถ้าอยากกลับไปย้อนยุคแบบนั้นก็เอา

นายกฯคือจำเลยของประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า บางทีมานั่งคิดถ้ามาจากการเลือกตั้งจะเข้ามาทำไม ผลประโยชน์ก็ไม่ได้ เหนื่อย ต้องปวดหัว มีคนชอบบ้างไม่ชอบบ้าง ต้องมาดูกันว่าทำไมคนถึงแย่งกันที่จะมายืนในที่ที่ตนพูด เราต้องทำให้คนเหล่านั้นไม่อยากมายืน เพราะมันเป็นจำเลย คนที่ยืนตรงนี้ได้คือจำเลย ของประชาชน ถ้าดีประชาชนก็เดินหน้าไปได้ ตน ไม่ได้ต้องการคำชม แต่ถ้าไปไม่ได้ก็นอนไม่หลับคิดมาก ตื่นมาก็คิดว่ายางจะไปทางไหน ข้าวจะไป ทางไหน ธุรกิจจะเดินหน้าอย่างไร ต่างชาติจะทำอย่างไร เช้ามาง่วงทุกวันกลางคืนนอนไม่หลับ ไม่ เคยฝันดีเลย ฝันแต่ว่าเช้ามาจะโดนอะไรรึเปล่า และจะแก้ยังไง เพราะตนมีศักดิ์ศรียอมไม่ได้ แม้จะเป็นนายกฯก็เป็นนายกฯที่ไม่เหมือนคนอื่น จนลืมไปแล้วว่ามายืนตรงนี้ได้อย่างไร

ยึดระบบทหารแต่งตั้ง ผวจ.ใหม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยังไม่แข็งแรงให้เกิดการใช้จ่าย เพื่อให้ดำเนินงานได้ทั่วถึง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบ โดยตนเป็นผู้พิจารณาอาจมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อให้การขับเคลื่อนงบประมาณทำไปได้โดยสุจริต โปร่งใส ปัญหาทั้งหมดที่รัฐบาลแก้ ผวจ.ต้องรับไป ต้องพิจารณาตัวชี้วัดประเมินผลงานขึ้นใหม่ โดยจะใช้หลักการที่ทหารใช้กันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุดแก่ทุกคน ทหารไม่มีการข้ามขั้นไปมา ไม่มีการไปสอบเป็นผู้พัน ผู้การ เมื่อข้ามขั้นไปมาทำให้อยู่นานหลายปี ตนจะไปพิจารณาใหม่ว่าจะทำอย่างไร อย่างทหารมีระเบียบอย่างชัดเจนที่แต่ละชั้นยศต้องอยู่ไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่ต่ำกว่า 2 ปี ความเป็นธรรมสำคัญที่สุดเพราะอาจนำไปสู่การทุจริต การร่วมมือ การลัดขั้นตอน เพราะทุกคนต่างหวังความก้าวหน้า

พวกชัก 50% ต้องโดนประหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ไม่ได้รัฐประหารมาเพื่อสั่งทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยต้องสั่งว่ากินข้าวคนละ 10 คำ กินข้าวจานละ 20 บาททั้งหมด เรื่องอาหารแพงต้องดูทั้งต้นทุนและคุณภาพด้วยตรงไหนถูกก็กินตรงนั้น จึงเรียกว่าเป็นความพอเพียง ไม่อยากใช้อำนาจลักษณะนอกระบบที่ไม่เกิดประโยชน์ จะเอาแต่เรื่องที่จำเป็น ส่วนมาตรฐานเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวันนี้ต้องมีความชัดเจนขึ้น และอยากให้ปรับปรุงการสรุปเอกสารให้เป็นแบบสั้นๆ เข้าใจง่าย ตนอ่านมา 10 หน้า สรุปอยู่หน้าสุดท้ายนิดเดียว ต้องทำใหม่และสอนเด็กรุ่นหลังด้วย อย่ากังวลว่าจะเข้ามาเปลี่ยนขั้วอะไรตราบใดที่เราสุจริต ตนไม่เคยไปขอสตางค์ใคร แต่ถ้าใครนำชื่อตนและ ครม.ไปแอบอ้าง ต้องไปเอาตัวมา 30-50 เปอร์เซ็นต์ ให้ไปหามา ถ้าเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ยิ่งหนักเลย ต้องเอาตัวไปประหาร

อารมณ์ดีได้รูปหล่อติดบัตร ปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ถือโอกาสเดินเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน และถ่ายรูปทำบัตรประชาชนใบใหม่ โดยกล่าวหยอกล้อกับเจ้าหน้าที่ที่ทำบัตรอย่างเป็นกันเองว่า “ถ่ายแล้วต้องหล่อนะ” เมื่อได้เห็นบัตรประชาชนใบใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พร้อมยกโชว์ให้สื่อมวลชนดูก่อนกล่าวว่า “หล่อกว่าทุกใบเลย” และตัดสินใจถ่ายรูปเปลี่ยนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ใบใหม่ด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้คำนำหน้านามว่า “นายประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทั้งในบัตรประชาชนและใบขับขี่รถยนต์

LLTD ปล่อยข่าวระดมพลต้านที่ มธ.

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ ที่อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยนายกฯให้ความสนใจการจัดนิทรรศการเทคโนโลยีเซรั่มสกัดจากน้ำยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสารตั้งต้นยารักษามะเร็ง การแปรรูปยางธรรมชาติ และงานวิจัยพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ โดยก่อนหน้าที่คณะ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปถึง มีรายงานว่านักศึกษากลุ่มกิจกรรมล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊กกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) มีเนื้อหาเชิญชวนไปร่วมให้กำลังใจท่านผู้นำ แต่เมื่อถึงเวลาจริงผู้สื่อข่าวไม่พบมีการชุมนุมตามที่มีการเชิญชวนแต่อย่างใด แต่มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร คอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่การประชุมผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

ย้ำเตือนแล้วเตือนอีกจำนำข้าว

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ถึงกรณีที่ระบุว่าเคยคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องการต่อสู้ในคดีรับจำนำข้าวว่า เป็นการพูดคุยกันนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. 57 ช่วงที่เริ่มมีปัญหาขณะนั้นหลายฝ่ายออกมาท้วงติง ตนในฐานะข้าราชการของรัฐก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ท่านจะว่าอย่างไร มันมีปัญหาอย่างนี้ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะว่าท่านตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ มีหลักฐานสู้ได้ทุกอย่างค่ะ ตนก็แล้วแต่ท่าน เมื่อถามว่าใช้คำว่าเตือนแล้วไม่ฟังได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ว่าเตือนแล้วไม่ฟัง เพียงแต่บอกถึงเหตุผล ไม่ใช่เตือนแล้วไม่ฟัง “ท่านเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ส่วนผมนะเกรงใจทุกคนใครเป็นรัฐบาลผมก็ช่วยมาตลอดทุกรัฐบาล ผบ.ทบ.ไทยทุกคนต้องสนับสนุนรัฐบาลในการทำหน้าที่ แต่เมื่อมีปัญหาต้องถามท่านว่าเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เมื่อท่านบอกว่ารับได้แก้ปัญหาเอง พร้อมรับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านรับผิดชอบ” เมื่อถามย้ำว่าคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รัฐบาลและ คสช.มีธงไว้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “โอ้ย ไม่มีธง ตอบมาเป็นร้อยครั้งแล้ว”

“บิ๊กโด่ง” สั่ง มทภ.1 สอบกลุ่มต้าน

ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช.กล่าวถึงผลการชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยว่า ผู้ช่วยทูตทหารฯเข้าใจและไม่มีปัญหาใดๆ เมื่อถามว่าเชิญบุคคลมาปรับทัศนคติทำความเข้าใจแล้ว แต่ยังมีการแสดงความคิดเห็นโดยการโพสต์ข้อความต่อเนื่องจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อุดมเดชตอบว่า นโยบายคือทำให้ผู้ที่ไม่เข้าใจมีความเข้าใจมากขึ้น แต่มีบางคนมาพบปะแล้วยังไม่เข้าใจเท่าที่ควร ก็ต้องพยายามต่อไป โดยมอบหมายให้ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตรวจสอบและพยายามทำความเข้าใจเพิ่มเติมต่อไป

แจงแก้ ก.ม.ศาลทหารให้ทันสมัย

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 แก้ไขเพิ่มเติม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจผู้บังคับบัญชาทหารสั่งขังผู้ต้องหาว่า จะกระทำได้เมื่อมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็น ซึ่งจะทำให้การพิจารณาคดีของศาลทหารมีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ที่สำคัญประเทศไทยปฏิบัติตามหลักกฎหมายสากลมาโดยตลอด จึงขอให้มั่นใจในดุลพินิจของผู้มีส่วนพิจารณากลั่นกรอง ว่าตระหนักและเข้าใจดีในเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นไปตามหลักการ สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และเพื่อประโยชน์ของทุกคน

“อ๋อย” รอฟังผลขัดคำสั่ง คสช.

เวลา 09.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัยกรณีนายจาตุรนต์และพวกยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเพิ่มเติม 2 ประเด็น หลังถูกตั้งข้อหาขัดคำสั่ง คสช.ไม่ยอมมารายงานตัว คือ 1.คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร เนื่องจากการกระทำนั้นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีคำสั่งของ คสช. ดังนั้นคดีจึงควรอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญา และ 2.ประกาศ คสช.ฉบับ ที่ 37 และฉบับที่ 38 ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 4 ว่าด้วยเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน ที่ได้รับคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย และตามพันธกรณีระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยก็ได้เป็นภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

ส่งศาลอาญาดูขอบเขตอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ขออนุญาตนำนายยูวาล จินบาร์ ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นองค์กรที่แสวงหาความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ เข้าร่วมรับฟังด้วยซึ่งศาล
ทหารอนุญาต ภายหลังการพิจารณานายนรินท์พงศ์ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลทหารกรุงเทพได้สั่งรอการพิจารณาไว้ชั่วคราว และพิจารณาเห็นว่ามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ แต่จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอาญาเพื่อพิจารณาทำความเห็นต่อไป ส่วนประเด็นที่ศาลทหารกรุงเทพไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นที่ผ่านมาไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นไปตามเงื่อนไขการประกันตัว เท่าที่ดูคิดว่าคดีนี้เข้าข่ายอยู่ในข้อยกเว้นของคำสั่งให้คดีขึ้นสู่ศาลทหาร และหวังว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปสู่คณะกรรมการชี้ขาดเขตอำนาจศาล ฉะนั้นระหว่างนี้ต้องรอไปก่อน ตนไม่มีอะไรกังวล

แอมเนสตี้ฯโวยตัดสิทธิอุทธรณ์

ด้านนายยูวาล จินบาร์ กล่าวว่า ในกรณีของพลเรือนไม่ควรถูกดำเนินการโดยศาลทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นการชุมนุมด้วยความสงบ มองว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ใช้อยู่ไม่เข้มแข็งพอที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเรือน แม้ผู้พิพากษาบอกตลอดว่าได้ปฏิบัติตามหลักการของประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง เรื่องสิทธิการพิจารณาคดีเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ประชาชนไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ทั้งที่การอุทธรณ์เป็นสิทธิพื้นฐาน จะมาอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่รัฐไม่ได้คืนสิทธิการอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงกว่า รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนในการแสดงออก หรือการชุมนุม ยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภัยคุกคามต่อราชอาณาจักร จึงควรได้รับสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงกว่า หวังว่ารัฐจะพิจารณาคืนสิทธิเหล่านี้ให้กับประชาชนโดยเร็ว

ฮิวแมนไรท์สฯต้าน ก.ม.เพิ่มอำนาจ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ว่า องค์กรตรวจสอบสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอท์ช” (เอชอาร์ดับเบิลยู) สำนักงานอยู่ที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้ตัดข้อเสนอเพิ่มอำนาจกองทัพคุมขังพลเรือนได้นานถึง 3 เดือน โดยไม่มีองค์กรตุลาการตรวจสอบ ตามร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. ออกไป เพราะเป็นการเพิ่มอำนาจให้กองทัพ เปิดช่องให้ควบคุมตัวพลเรือนได้โดยพลการ โดยนายแบรด อาดัมส์ ผู้อำนวยการเอชอาร์ดับเบิลยูในภูมิภาคเอเชีย ระบุว่า การเขียนกฎหมายลักษณะนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตยในไทย กฎหมายดังกล่าวเป็นการผิดคำสัญญาครั้งล่าสุดของ คสช.เพื่อนำประเทศกลับคืนสู่การเคารพสิทธิและระบอบประชาธิปไตย

“ปู” อาสาบูรณะศาลาพระเจ้าทันใจ

ส่วนความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว เดินทางออกจากบ้านในหมู่บ้านซัมมิตกรีนวัลเลย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ไปที่วัดศรีบุญเรือง อ.เมืองเชียงใหม่ เข้ากราบนมัสการพระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือหลวงพ่อพันเทวา เพ่งตะวัน เจ้าอาวาส พร้อมกับขอเป็นผู้บูรณะก่อสร้างศาลาพระเจ้าทันใจให้ใหม่ ซึ่งพระครูสุเทพสิทธิคุณได้มอบเศียรพระพุทธรูปสิงห์ 1 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปสร้างองค์พระขนาดหน้าตัก 16 นิ้วขึ้นมาให้เต็มองค์ และนำองค์พระที่ต่อเติมสมบูรณ์ไปประดิษฐานในจุดที่สูง เช่น วัด พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร หรือที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ ใจกลาง กทม. จะทำให้พบกับสิ่งที่เหลือเชื่อเหมือนชีวิตได้เกิดใหม่

จ่อบินกลับกรุงเทพฯถกทีมทนาย

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ไปเดินตลาดวโรรส เพื่อซื้อของในตลาดท่ามกลางบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของพากันเข้ามาทักทายให้กำลังใจพร้อมอวยพรให้ปัญหาต่างๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ยิ้มทักทายและยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ จากนั้นไปกินข้าวซอยที่ร้านเสมอใจฟ้าฮ่าม โดยขอเวลาเป็นส่วนตัวไม่ให้ผู้สื่อข่าวติดตาม ก่อนจะพาน้องไปก์ไปที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่ฤาษีพุทธจรัล อ.แม่ริม ออกมาพูดให้กำลังใจ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบเพียงสั้นๆว่า ได้อ่านข่าวแล้วทำให้มีกำลังใจและรู้สึกดีขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางกลับ กทม. วันที่ 14 ก.พ. เพื่อร่วมประชุมกับทีมทนายความหารือการต่อสู้คดีจำนำข้าวต่อไป

“เดียร์” วอนให้เกียรติผู้หญิงบ้าง

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกตรวจค้นรถที่ จ.เชียงใหม่ว่า ขอไม่พูดถึงความแตกต่างทางเพศแล้ว แต่ควรให้เกียรติความเป็นผู้หญิงบ้าง ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงวุฒิภาวะ การให้เกียรติ การควบคุมอารมณ์ของท่านมีมากกว่าผู้ชายหลายๆคนที่อยู่ในประเทศนี้ด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่าการเดินไปสู่คำว่าปรองดองของทหารนั้น เดินคู่ไปกับการคุกคามเสรีภาพส่วนตัว ใช้การกดดันด้วยวิธีต่างๆนานา ที่บอกว่าเป็นการอารักขาไม่จำเป็น ต้องทำการค้นรถ อยู่ห่างๆ ท่านก็ปลอดภัยได้ ที่ผ่านมาก็ห้ามเดินทางไปงานตามต่างจังหวัด ตอนนี้ลามถึงการจำกัดเสรีภาพห้ามเดินทางออกนอกประเทศแล้ว การจะปรองดองกันได้ความพอใจของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ

ชี้ “ปู” ยังบริสุทธิ์อายัดทรัพย์ไม่ได้

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ ป.ป.ช.ทำเรื่องขอให้ศาลยึดหรืออายัดทรัพย์ชั่วคราว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ว่า หากมองกันตามกระบวนการกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตอนนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการต่อสู้ ศาลยังไม่มีการตัดสินถึงที่สุด ฉะนั้นขณะนี้ยังถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้บริสุทธิ์ จะทำการอายัดได้ก็ต่อเมื่อศาลมีคำตัดสินว่าผิดแล้ว

ถ้าทำเพื่อ ปชช.ต้องติดคุกให้รู้ไป

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเดินหน้าดำเนินคดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้ง 2 คน เป็นความต้องการจัดการตัวผู้นำของพรรคเพื่อไทย เพื่อสกัดไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง คดีของนายสมชายไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เป็นอุบัติเหตุแล้วเกิดมีคนตาย ซึ่งจบไปนานแล้ว ต่างจากคดีสลายการชุมนุมปี 2553 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่ส่งผลให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก แต่ ป.ป.ช.กลับไม่เร่งดำเนินคดี เร่งแต่คดีของพรรคเพื่อไทย จึงมองว่าเป็นการกระทำสองมาตรฐานมากขึ้นทุกที หากทำแบบนี้ต่อไปความปรองดองเหมือนจะห่างไกลออกไป

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องต่อสู้คดีจนถึงที่สุดนั้น เชื่อมั่นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นใดๆต้องหลบหนี หากถูกตัดสินว่าผิดเชื่อว่าจะมีประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความสงสาร และให้กำลังใจในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง น.ส. ยิ่งลักษณ์เป็นคนอ่อนหวาน แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวอยู่ในตัว คงไม่หนีอยู่แล้ว ถ้าจะติดคุกเพราะช่วยเหลือประชาชนก็ให้มันรู้ไป

“ถาวร” ปูดเช่าบิน 2 ลำจ่อซบมะกัน

วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก กล่าวหาว่า ทราบข่าวว่ากรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขออนุญาต คสช.เดินทางไปฮ่องกง เพื่อจะเดินทางต่อไปยังประเทศสหรัฐฯและขอลี้ภัยทางการเมือง มีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เช่าเครื่องบินเหมาลำจำนวน 2 ลำไว้ทั้งที่เชียงใหม่และ กทม. หาก คสช.อนุญาตตามคำขอสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ทันที โดย พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมารอที่ฮ่องกง ทั้งนี้ ทีมงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์มีการเตรียมพร้อม สังเกตได้ว่าเมื่อมีการตรวจค้นรถ ก็มีภาพผ่านสื่อสารมวลชนสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นลบต่อ คสช.และรัฐบาล และเป็นผลบวกต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เอาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ถูกกล่าวหาว่าส่อทุจริตจำนำข้าวส่งถึงศาลฯ ต้องดำเนินคดีให้ได้ ถ้าหลุดออกไปไทยจะเกิดวิกฤติซ้ำ

ป.ป.ช.ไล่บี้คลังฟ้องแพ่งจีทูจี

อีกเรื่อง นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ได้ลงนามส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 73/1 วรรคท้าย ในคดีการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก รวม 21 คน ถูกชี้มูลความผิด อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ไม่ได้ระบุถึงตัวเลขความเสียหายในโครงการ เพราะเป็นตัวเลขที่กระทรวงคลังมีอยู่แล้ว ส่วนกรณีการชี้มูลความผิดคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ป.ป.ช.จะส่งหนังสือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเช่นกัน คาดว่าจะส่งหนังสือได้วันที่ 17 ก.พ.

โต้ “สมชาย” ยันทำหน้าที่ถูกต้อง

นายปานเทพยังกล่าวถึงกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตการทำงานของ ป.ป.ช.ไม่ยึดหลักนิติธรรม ในการฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง
การเมือง ว่า ยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานทุกอย่างโดยยึดหลักกฎหมาย และทำตามหน้าที่ เมื่ออัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้องคดีนี้ แต่ ป.ป.ช.เห็นว่าพยานหลักฐานมีความสมบูรณ์เพียงพอเอาผิดนายสมชายได้ ก็ย่อมมีสิทธิยื่นฟ้องคดีเองได้ ความเห็นต่างถือเป็นเรื่องปกติ ยืนยันว่า ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมเต็มที่แล้วในกระบวนการไต่สวน ไม่มีเรื่องประเด็นทางการเมือง หรือต้องการทำลายตระกูลชินวัตร ส่วนที่ระบุว่าป.ป.ช.ไต่สวนคดีการสลายการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล่าช้านั้น คดีดังกล่าวยังมีความไม่สมบูรณ์ ป.ป.ช.ต้องรอฟังคำสั่งศาลเรื่องการชันสูตรพลิกศพ และต้องดูรายละเอียดข้อกฎหมายเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้รอบคอบว่า สั่งการถูกต้องหรือไม่ ยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีสองมาตรฐาน

“บิ๊กตู่” ทุบโต๊ะรถไฟแพงก็ไม่เอา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในการปาฐกถางานสัมมนา พ.ร.บ.ข่าวสารทางราชการ ถึงความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ว่า วันนี้ทุกคนกังวลเรื่องความร่วมมือรถไฟกับจีน แต่ยังไม่ได้ตกลงสักอัน มีคณะกรรมการทำอยู่ ถ้ามันแพงก็ไม่เอา อย่าไปกังวลเรื่องเหล่านี้ มันไม่ใช่แบบเดิม ไม่ใช่ไปกู้โครมเดียวหมดแล้วบริษัทไปทำกันเอง รัฐบาลต้องเข้าไปตรวจสอบความ โปร่งใสด้วย จะร่วมมือกันอย่างไรก็ไปว่ามา ภายในประเทศไปประมูลกันมา แต่ฟ้องกันไปมาอีกไปไม่ได้ ขนาด รฟม. ยังตั้งกรรมการไม่ได้ ตนไม่เข้าใจ เอาออกทั้งคู่หรือไม่ก็ยุบไปทั้งคณะ ไม่ต้องทำแล้ว ทะเลาะกันอยู่ได้ ไม่รู้อะไรกัน

ยันลุยสัมปทานปิโตรเลียม

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงปัญหาขัดแย้งการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ว่า กำลังหาทางแก้กันอยู่ จะให้กระทรวงพลังงานไปหาทางพูดคุยให้เรียบร้อย สุดท้ายตนจะเป็นผู้ตัดสิน เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ มีหลายภาคส่วนแสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องเอาเหตุผลมาว่ากัน ให้ ทั้งสองฝ่ายมาพูดกันและต้องรู้เรื่อง กระทรวงพลังงานไปหาทางออกมา ไม่อย่างนั้นตนไม่เอาด้วย เพราะปัญหาติดไปหมดทุกเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าจะดันทุรัง ถ้าข้อมูลสู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ อย่างไรก็ตามวันที่ 18 ก.พ. จะเปิดสัมปทานไปก่อน เปิดไปตาม กติกาเดิมบางส่วน แต่ข้อตกลงบางส่วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างพื้นที่ 3-4 แปลง ที่เป็นแปลง ใหม่ แต่ถ้ามันไม่ได้คิดว่ายกเลิกได้ ตนไม่เรียกร้องอะไรกับผู้คัดค้าน แต่ถ้าพลังงานไม่มีใช้ขึ้นมาต้องมีคนรับผิดชอบ

เชื่อมือโพสต์แถลงการณ์ปลอมอยู่ กทม.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการปลอมแปลงคำแถลงการณ์สำนักพระราชวังว่า ตรวจสอบพบคนเผยแพร่แถลงการณ์ปลอมลำดับต้นๆ ที่เผยแพร่ช่วงเวลา 18.00-19.00 น. ด้วยการโพสต์เข้าไปในกลุ่มไลน์ ก่อนที่นายกฤษณ์ บุดดีจีน จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ ยังไม่ยืนยันว่าเป็นผู้ผลิตหรือไม่ แต่เชื่อว่าคนที่โพสต์ปล่อยข้อความยังกบดานอยู่ในกรุงเทพฯ น่าจะได้ตัวเร็วๆนี้

“บิ๊กตู่” แจงญี่ปุ่นเข้าใจโรดแม็ป

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทาง โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ในการเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นได้ชี้แจงให้ทางญี่ปุ่นทราบว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรยังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามแผนโรดแม็ป ไทยจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามสร้างความเข้าใจ และต่างประเทศต้องเข้าใจเราด้วย รัฐบาลพยายามเต็มที่ที่จะให้ความเป็นธรรม นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้อง ก็ไม่ยอมรับ หลายคนหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วไปพูดจาให้เสียหาย ได้ชี้แจงกับทางญี่ปุ่นไปว่าคนเหล่านี้ทำความผิดอะไร ญี่ปุ่นก็เข้าใจ เพียงแต่อยากให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว

โวยถ้าปฏิรูปเหลวอย่าโทษ คสช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สื่อมวลชนต้อง ช่วยสร้างความเข้าใจต่อสังคม อย่าไปขยายเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง คสช.และรัฐบาลมุ่งหวังนำพาประเทศให้สงบสุข ยั่งยืน และมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ การเสนอความคิดเห็น คำแนะนำมาได้ ไม่ใช่ไปตอบโต้กันหรือเอาชนะกับ คสช. เพราะเราไม่ใช่ศัตรูของสื่อ ตนยืนยันเสมอว่าเป็นไปตามโรดแม็ป แต่ หากประชาชนยังเร่งรัดและพยายามที่จะเลือกตั้ง หรือพยายามต่อต้านให้เราทำอะไรไม่สำเร็จสักเรื่อง แล้วกลับไปสู่การเลือกตั้งก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม อย่างนั้นตนก็ช่วยท่านไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศเลือกกันเอง ต้องยอมรับในความสำเร็จ หรือในความผิดพลาด ฉะนั้นคงมาโทษ คสช. ไม่ได้

ลั่นลากคอตัวการหมิ่นสถาบันฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนผลการจับกุมผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะคดีหมิ่นสถาบันฯนั้น สามารถติดตามจับกุมได้รวดเร็ว ต้องขอชมเชยตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายความมั่นคงรวมทั้งประชาชนที่ช่วยกัน โดยทุกเรื่องที่สำคัญนั้น เราจะสืบหาผู้บงการ ผู้สนับสนุนด้านการเงิน หรือ เครือข่ายต่อไปให้ได้

ปชป.หนุนเงื่อนไขญี่ปุ่นดีกว่าจีน

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเงินกู้ระหว่างประเทศจีนและญี่ปุ่น เพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของไทยว่า จากเงื่อนไขการกู้เงินส่วนตัวเห็นว่าข้อเสนอของญี่ปุ่นดีกว่า เพราะมีอัตราดอกเบี้ยถูกกว่า ระยะเวลาปลอดหนี้ยาวกว่า และให้ระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้มากกว่า ทั้งนี้ จีนต้องการผลประโยชน์กู้เงินมากกว่าญี่ปุ่น และต้องการให้ไทยใช้เทคโนโลยีรถไฟของจีน ทั้งออกแบบ ก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถ จะทำให้จีนได้รับประโยชน์จากเงินกู้ ได้กำไรจากการขายขบวนรถไฟ ระบบราง ระบบตั๋ว ระบบจ่ายไฟ และระบบอาณัติสัญญาณและสื่อสาร และยังได้กำไรจากการรับจ้างบริหารจัดการเดินรถอีกด้วย หากจีนไม่เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนใหม่ โดย ยอมรับภาระความเสี่ยงจากการลงทุนร่วมกับไทย เช่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-จีน โอกาสที่จะได้ใช้รถไฟความเร็วสูงเส้นทางเชื่อมจีน-ไทย คงริบหรี่

แจงทูต 20 ประเทศไม่ติดใจ

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายบวรศักดิ์แจ้งให้กรรมาธิการฯทราบว่า กมธ.ยกร่างฯได้รับเชิญให้ร่วมรับประทานอาหารกับเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยกว่า 20 ประเทศ ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯได้แจกเอกสารคำแปลร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับภาษาอังกฤษที่ผ่านการพิจารณาในภาคที่ 1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน และผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน แก่ตัวแทนเอกอัครราชทูต ซึ่งแต่ละประเทศไม่ติดใจประเด็นใด ขณะเดียวกัน นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษ แจ้งว่า วันที่ 15 ก.พ. จะเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ที่เวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่ จ.อุดรธานีด้วย

กลุ่มสตรีบี้ชาย–หญิงต้องเท่ากัน

ขณะที่ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายองค์กรสตรี นำโดย น.ส.สุธีรา วิจิตรานนท์ ประธานมูลนิธิเสริมสร้าง พลังสร้างสรรค์ของสตรี และ น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้ประสานงานขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (วีมูฟ) มอบดอกไม้ขอบคุณนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่สนับสนุนการกำหนดสัดส่วนหญิง-ชายในรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกทวงถามข้อเรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดสัดส่วนหญิง-ชายไว้ในรัฐธรรมนูญให้เท่าเทียมกัน คือ 50:50 โดย น.ส.สุธีรากล่าวว่า ขอยืนยันในหลักการเสมอภาคของหญิง-ชาย ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้งที่ต้องเอื้อให้ผู้หญิงมีสัดส่วนเท่าเทียมกับชาย รวมถึงกรรมการในองค์กรอิสระ

“มาร์ค” โชว์ฟาดแข้งตะคริวจับ

เย็นวันเดียวกัน ที่สนามฟุตซอล เทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดสนามฟุตซอลแห่งใหม่ พร้อมร่วมเล่นฟุตซอลกับทีมรวมวีไอพี ประกอบด้วยอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน อาทิ นายศิริโชค โสภา นายเทพไท เสนพงศ์ กับทีมผู้บริหารเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และ อบจ.นครศรีธรรมราช ลงฟาดแข้งกับทีมรวมคณะตลก ดารานักแสดงและสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าก่อนจะหมดเวลาครึ่งแรก 1 นาที นายอภิสิทธิ์เกิดอาการตะคริวจับกะทันหัน จนต้องรีบเขย่งเท้าออกจากสนามไปนั่งพักข้างสนาม โดยมีกลุ่มเพื่อน ส.ส.เข้ามาช่วยนวดขาจนอาการดีขึ้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาแฟนคลับและแม่ยกแห่ไปเชียร์กันแน่นขนัด

“ประยุทธ์” ยังไม่ปลื้มอันดับทุจริตของไทย ลั่นกลางวงราชการคนทำผิดต้องยอมรับกระบวนการตามกฎหมาย สั่ง ขรก.ท่อง 6 หลักบริหารบ้านเมืองที่ดีให้ขึ้นใจ ปิ๊งไอเดียใช้ระบบทหารแต่งตั้ง ผวจ.ย้ำเตือนแล้วเตือนอีก “ปู” ต้องรับผิดชอบผลที่ตาม 14 ก.พ. 2558 03:46 ไทยรัฐ