วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครว่ามีแต่ในละคร ! อุบัติรักบนทางด่วน...ทรู สตอรี่เลิฟ 'ม.ล.โก้ - หมอจิ๊บ'

หากวาเลนไทน์นี้คุณนึกถึงคู่รักที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ได้เจอะเจอกันโดยบังเอิญ ที่สุดก็ก่อเกิดเป็นความรักเหมือนพรหมลิขิตสรรค์สร้างเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นคู่รักของ 'ม.ล.โก้ รังษิธร ภาณุพันธุ์ และ หมอจิ๊บ ชนิดา เวโรจน์' เป็นแน่แท้

ความน่ารักอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของทั้งคู่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และอุบัติเป็นความรักอย่างในละครไม่มีผิดเพี้ยน ถึงแม้ว่าคู่นี้จะไม่ใช่คู่ข้าวใหม่ปลามัน และเพิ่งฉลองครบรอบแต่งงานไปหมาดๆ แต่ทว่าความหวานของทั้งคู่ก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ซ้ำยังเติมความหวานออกสื่อให้กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนอิจฉาตาร้อนกันเป็นทิวแถว

ไทยรัฐออนไลน์เห็นโมเมนต์หวานๆ น้ำตาลเรียกพี่แบบนี้แล้ว เลยอดไม่ได้ที่จะต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยเรื่องราวดีๆ กับบทสัมภาษณ์สุดเอ็กคลูซีฟ เส้นทางความรักที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแสนโรแมนติก และหอมหวานของเขาทั้งคู่ ให้แฟนๆ ได้อินมากขึ้น รับรองว่าไม่เพียงคุณจะแอบเขินแทนภรรยาสุดรักสุดหวง และใฝ่ฝันอยากจะมีโมเมนต์แบบนั้นบ้างในสักวัน แต่คุณยังประทับใจไปกับเรื่องราวความรักของทั้งคู่จนเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว !!

Q : จุดเริ่มต้นสปาร์กของความรัก … เจอกันได้ยังไง ?

จิ๊บ : รู้จักกันครั้งแรกประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว พี่โก้ขับรถมาชนท้ายรถจิ๊บบนทางด่วน เขาก็ลงมาขอโทษ แต่นั่นเป็นความผิดของเรานะ เพราะเราขับรถเร็วแล้วเบรกกระชั้นชิดเอง เขาก็เลยมาชนท้าย จิ๊บผิดเองล่ะจริงๆ แล้ว (หัวเราะ) ตอนนั้นก็เราแง้มกระจกรถนิดเดียว แล้วเขาก็มาขอโทษ แต่เขาพูดจาสุภาพมากนะ จากนั้นตำรวจเขาก็ให้เราสองคนลงทางด่วนไปเคลียร์กันข้างล่าง ทีนี้ระหว่างรอประกันเขาก็ขอเบอร์เรา ชวนคุยโน่นนี่ แบบเราจบมหา'ลัยเดียวกันไรงี้ ขอเบอร์ไว้หน่อยได้ไหมครับ

โก้ : เหตุการณ์วันนั้นมันให้ความรู้สึกเราตรงที่ พอผมชนรถเขา แล้ววันนั้นผมมีธุระรีบมากจริงๆ เขาเองก็ดูมีธุระรีบมากเหมือนกัน โมเมนต์นั้นผมก็เลยบอกเขา "ขอนัดเคลียร์วันหลังได้ไหมครับ ?" แล้วเขาตอบกลับมาจริงใจ น้ำเสียงสุภาพๆ ว่า "อ๋อ … ได้ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ได้ค่ะ" พอผมเดินกลับมาก็เลยรู้สึกแบบ ต่อมเจนเทิลแมนมันทำงาน (หัวเราะร่า) มันแบบไม่ได้อ่ะ เขาก็อาจจะติดธุระเหมือนกัน จากนั้นเลยโทรเรียกประกันมาเคลียร์เลย

จิ๊บเล่าเสริมต่อ : แต่ตอนนั้นเราก็โอเคนะ เพราะว่าเราผิดจริงๆ เราขับรถเร็วแล้วเบรกกระชั้นมาก คือถ้าใครขับตามมาทีหลังก็ชนเหมือนกัน ...

Q : ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เจอกัน มองแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง ?

จิ๊บ : เอาจริงๆ เลยนะ คิดว่าเป็นเกย์ (หัวเราะร่า) วันนั้นเขาแต่งตัวเนี้ยบมาก ใส่แว่นเนิร์ดๆ แต่ตาไม่ได้สั้น ! ผมก็เรียบเป๊ะ ทำให้หน้าเขาดูเอ๋อๆ อ่ะ เราก็เลยรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายแท้ มั่นใจมาก !! ตอนนัดเจอกันครั้งแรก เป็นเดทแรกที่พารากอนหลังจากเหตุการณ์รถชนไม่กี่อาทิตย์ เขาก็ชวนไปทานอาหารญีปุ่น แล้วคาราโอเกะต่อ เราก็เลยถามเขาเลยว่า "เอาจริงๆ คุยกันมาหลายวันล่ะ เป็นเกย์ป่ะ หรือเป็นผู้ชาย ?" เขาก็เลยสวนกลับมาว่า "แล้วแต่จะคิดเลย" พอเข้าร้านคาราโอเกะ เขาก็เลือกร้องเพลง I will survive แล้วก็เต้นซะด้วยสิ (หัวเราะ)

โก้ : ผมชอบคุยกับเขานะ เขาเป็นคนคุยสนุก ใสๆ เขามีอะไรเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับชีวิตเขา เขาก็จะเล่าให้ฟังหมดตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เริ่มคุยกัน ว่าตัวตนเขาเป็นยังไง เขาเคยทำอะไรมา ชีวิตเป็นยังไง ผมรู้สึกว่าเขามีโมเมนต์ที่จริงใจในการแชร์ชีวิตเขา เขาโอเพ่นให้เรารู้จักในระดับหนึ่ง หรืออาจเป็นเพราะตอนแรกเขาเห็นผมไม่ใช่ผู้ชายล่ะมั้ง

Q : เล่าเสน่ห์ของแต่ละคนให้ฟังหน่อย ประทับใจอะไรกัน ตรงไหนบ้าง ?

จิ๊บ : เราชอบตรงที่เขาเป็นคนซื่อๆ เป็นคนคิดดี จิตใจดี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่คิดร้ายกับใคร ใครมาเอาเปรียบก็ช่างเขา (ส่วนเราจะเป็นแบบไม่ยอมคนนิดนึง) แล้วก็ใจดี ดุด่าใครไม่เป็น ที่สำคัญรักครอบครัวมาก มีอะไรก็คิดถึงครอบครัวก่อนตลอด

โก้ : เขาเป็นคนที่มีมุมมองของความรักค่อนข้างลึกซึ้งนะ ความรักของเขามันดูกว้างขวาง เมื่อเขารักแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าเขาพยายามลงดีเทลในทุกๆ เรื่องเลย อย่างเช่น ไม่ว่าจะในเวลาที่ผมสบาย หรือไม่สบายก็ตาม เขาจะเป็นคนบอกผมเลยว่าจะต้องกินวิตามินบำรุงอะไรยังไงบ้าง หรืออันนี้กินแล้วไม่ดีนะ แล้วที่ผมประทับใจมากๆ เลย ที่เป็นเสน่ห์ของเขาก็คือ เขามีความสนใจ-ไลฟ์สไตล์เหมือนกับผม เป็นคนลุยๆ หน่อย อย่างชอบกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังที่ไหน จังหวัดไหน เราก็ชอบเหมือนกันแล้วก็จะไปด้วยกัน วันนี้เราอยากกินข้าวเหนียว ส้มตำที่ร้านลาวตามฟิลที่เราชอบ เราก็จะชอบเหมือนกันเด๊ะ มันไปด้วยกันได้ หรือบางวันผมรู้สึกว่าอยากกินบรรยากาศ ผมก็เลือกร้าน แล้วเราก็คิดตรงกัน ก็จะไปกันถ้าไม่ได้ขาดฟิลตอนนั้น (มองตาหวานเยิ้มขนาดนี้ ไม่แคร์สื่อเลยจริงๆ นะ)

Q : เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าคนนี้แหละ … ใช่แล้ว พร้อมสร้างครอบครัวด้วยกัน ?

โก้ : มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเราก็คบกันมาได้สักพักหนึ่ง มีความพร้อมทั้งด้านกายภาพ และจิตใจ และจิ๊บก็พร้อมแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน เรื่องของครอบครัว หรือเรื่องการจัดการชีวิตตัวเอง เขาทำลงตัวทุกอย่างแล้ว นั่นก็เหลือแค่สิ่งที่ขาดหาย คือการเติมเต็มให้เกิดชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัวใหม่ ซึ่งผมดูแล้วว่าความเพียบพร้อมของเขาจะทำให้เกิดครอบครัวที่ดี เป็นคุณแม่ที่ดีของลูกได้ และผมรู้สึกว่าอะไรในตัวเขาเนี่ยถ้ามีลูกเกิดขึ้นมา เขาจะสอนลูกได้ดีมาก ได้ดีกว่าผมในหลายๆ มุมด้วย

Q : โมเมนต์ขอแต่งงาน ?

โก้ : ตอนแรกว่าจะขอที่กรุงเทพฯ นะ แต่สุดท้ายมีแพลนทริปไปฮ่องกงด้วยกันครั้งแรกพอดี ผมก็เลยเตรียมแหวนสะพายติดกระเป๋าเป๋ไปด้วย คิดว่าพอขึ้น 'วิกตอเรีย พีค' จะขอแต่งงาน ผมเป็นคนเตรียมเซอร์ไพรส์นาน คิดเป็นสเต็ปๆ ไว้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแผนต้องดันแต่ก่อนทุกครั้ง (หัวเราะ)

คือวันนั้นเป็นบ่ายแก่ๆ แล้วคนต่อแถวขึ้นเยอะมากหลายชั่วโมง แล้วที่นี้เหมือนเราจะต้องแพ็กของบางอย่างก่อน ตอนนั้นจิ๊บก็เหงื่อออกจะหาทิซชูมาซับหน้า ผมก็แบบนะ … กล่องแหวนมันอยู่ในนั้นอ่ะ ผมก็ลุ้นอยู่ว่าเขาจะเจอไหม แต่ … สุดท้ายก็ไม่รอดครับ ! เขาหยิบขึ้นมาแล้วถาม "พี่โก้ นี่อะไรอ่ะ ?" ผมก็เลยบอก "น้องจิ๊บ พี่กะมาเซอร์ไพรส์ แต่มันคงไม่ได้แล้ว" จากนั้นผมก็เลยยื่นแหวนให้เขาไป แต่เขาไม่เอา บอกให้เก็บไว้ก่อน ตอนนั้นเหมือนรู้สึกจะเดินอยู่หน้าห้องน้ำมั้ง แล้วผมกำลังจะขอแต่งงาน เขาก็เลยรีบเบรกสต็อปก่อนเลย และบอกว่าเขาจะคิดว่าเขาไม่เห็นก็แล้วกัน เดี๋ยวขึ้นไปข้างบนค่อยว่ากัน …

ทีนี้พอถึงข้างบนก็มืดแล้ว ข้างบนก็จะมีมุมสวยๆ เยอะแยะมากมาย เป็นวิวฮ่องกง ผมพาเขาเดินเล่น-ชมวิวสักพัก แล้วก็พาเขาเข้ามุมเลยครับ (หัวเราะร่า) ควักแหวนออกมา คุกเข่า แล้วพูดให้เขาฟังว่า "ชีวิตของผมเกิดมาเริ่มต้นที่ประเทศนี้ เคยมาที่ภูเขานี้ มันเป็นที่ที่ครอบครัวเล็กๆ คุณพ่อ คุณแม่ และผมเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มันคือความเป็นครอบครัว และที่ผมพาจิ๊บมาที่นี่ ผมอยากให้จิ๊บได้รับความรักที่เป็นครอบครับเล็กๆ อบอุ่นเช่นกัน ผมอยากสร้างครอบครัว และพร้อมแล้วที่จะเดินไปกับจิ๊บ ผมขอให้สถานที่นี้เป็นสักขีพยานระหว่างสองเรา"

ผมก็พยายามจะเล่าเรื่องสถานที่ให้เขาฟัง เพราะจริงๆ แล้วมันมีความผูกพัน คุณพ่อ คุณแม่รักกันมาก และผมก็โตขึ้นมาอย่างอบอุ่นมากในช่วงที่อยู่ที่นี้ ผมพูดแล้วเขาซึ้งนะ แต่ผมร้องไห้ พูดไปร้องไห้ไป (ยิ้ม)

และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่สาวๆ ทุกคนรอคอย งานแต่งงานที่ราวดั่งความฝัน ….

Q : ความประทับใจในวันแต่งงาน … เซอร์ไพรส์เล็กๆ ?

โก้ : ผมได้อารมณ์หนึ่งตอนเข้าพิธีในโบสถ์ ด้วยความที่ผมเป็นพุทธ แล้วเขาเป็นคริสต์ ผมเลยต้องมาเรียนคำสอน เพื่อที่จะมารับพิธีแบบเต็มๆ ภายในโบสถ์ แต่นั่นไม่เท่ากับตอนที่ผมยืนรออยู่ตรงกลางโบสถ์รอเจ้าสาว พอประตูเปิด เขาเดินควงคุณพ่อเขาเข้ามา เพราะพิธีในโบสถ์คุณพ่อต้องเดินมาส่งลูกสาวอยู่แล้ว ตอนนั้นผมขนลุกนะ ผมเคยเห็นแต่ตอนไปอังกฤษ เจ้าชายวิลเลียมแต่งกับแคเธอรีน มิดเดิลตัน เขามีโมเมนต์แบบนั้น จนตอนนี้ผมมีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง ผมก็รู้สึกแล้วว่าตอนนั้นเขาน่าจะรู้สึกยังไง

ส่วนเรื่องเซอร์ไพรส์ก็มีร้องเพลงนะ แต่เป็นงานกลางคืนของวันเข้าพิธีในโบสถ์ รู้สึกตอนนั้นจะร้องเพลงของสุภาพบุรุษจุฑาเทพ 'รักแท้เหนือกาลเวลา' แต่ผมก็ร้องผิด(ยิ้มเขินอาย) สารภาพเลยว่าผมจำเนื้อเพลงไม่ได้ ร้องเสียงหลงด้วย ตอนนั้นก็เลยร้องสด พร้อมกันกับดนตรีสดเลย ด้านจิ๊บไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์นะ ! (แอบมองค้อนหน่อยๆ … น่ารักจริงๆ คู่นี้)

Q : ก่อน-หลังแต่งงานปรับตัวอะไรกันบ้าง ? ปรับยากไหม ?

จิ๊บ : ปรับเยอะเหมือนกัน พอเราย้ายมาอยู่ด้วยกัน ย้ายมาคอนโดฯ ที่เราเพิ่งซื้อไว้ด้วยกัน ปกติเราอยู่กับคุณแม่ คุณแม่ก็จะคอยดูแลเราหมดทุกอย่าง ทั้งเตรียมอาหาร เตรียมเสื้อผ้า ทุกอย่างให้หมด โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนรายนั้นเขาก็คุณชายอยู่แล้ว ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง ล้างจานก็ไม่ได้ คือทำอะไรไม่ได้เลย พอเราย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันก็กลายเป็นว่าเราจะต้องทำทุกอย่างเอง งานหนักเลยตกอยู่ที่เรา บางทีเราก็มีบ่นบ้าง ยิ่งงานเยอะๆ และไม่มีแม่บ้าน เราก็ถามเขาเลยว่า "เขาทำอะไรไม่เป็นจริงๆ หรอ แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ" แต่เขาก็พยายามจะช่วยนะ อย่างเช่น เราเตรียมอาหารโน่น นี่ นั่นเสร็จ เขาก็จะช่วยล้าง เชื่อไหมว่า … จาน 4 ใบ ล้าง ชม.หนึ่ง เป็นไปได้ไง? แต่เราก็ไม่ได้สอนนะ ให้เขาล้างเองแล้วเราค่อยไปเช็กอีกทีว่าเรียบร้อยไหม ถ้าไม่สะอาดก็ล้างใหม่ เอาจริงๆ เขาล้างสะอาดนะ แต่ว่านานน ... นมาก ใช้น้ำไปกี่ลิตรแล้วก็ไม่รู้ (เธอหัวเราะ ส่วนคุณชายนั้นกุมขมับเหงื่อตก!)

Q : ทะเลาะกันบ่อยไหม ส่วนมากเป็นเรื่องอะไรกัน ?

จิ๊บ : ไม่บ่อยนะ แต่จะบ่นมากกว่า ส่วนมากจะเป็นเรื่องเขานี่แหละ ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นระเบียบ เก็บของไม่เป็นที่เลย แต่บ่นเสร็จเขาก็ทำเดี๋ยวนั้นเลย พอผ่านไปก็มีบ้างนะที่เขาลืมๆ เราก็จะถามเตือนเขาว่า "นี่อะไร ?" และอีกเรื่องคือ เขาชอบชักช้า แต่งตัวนาน ขับรถช้า ทำอะไรนาน เราก็จะบ่นเพราะเราเป็นคนที่ชอบทำอะไรเร็วๆ ส่วนมากมันก็เลยวนอยู่เรื่องแค่นี้

Q : เชื่อว่าทุกคู่ต้องเจอกับอุปสรรค คู่เรามีวิธีประคับประคองชีวิตอยู่ยังไงบ้าง ?

โก้ : ผมว่าสำคัญที่สุดคือ คุยกันทุกเรื่อง และไฟกับไฟ มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ เวลาที่เขาร้อน ผมก็ต้องหาวิธีทำให้เขาเย็นลง ผมเชื่อว่าการนับ 1-10 หรืออะไรไป เดี๋ยวสักพักเขาก็จะเย็นลง คุยกันดีๆ ได้ ณ จังหวะที่มันแรงอยู่ แต่ถ้ายิ่งไปตะเบ่งใส่กัน เสียงดังใส่กัน ผมว่าผลลัพธ์มันจะยิ่งแย่ไปในทางลบมากกว่า มันจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อกัน อย่างเขาจะเป็นคนที่อารมณ์ร้อน เจ้าอารมณ์พอสมควร แต่ไม่ใช่คนขี้วีนไม่มีเหตุผล เขาจะมีเหตุผลมาสนับสนุน-อธิบายให้ฟังอยู่ตลอด ผมก็จะเข้าใจมากขึ้นว่า เพราะ A จึงทำให้เกิด B ส่งผลให้เกิด C ตามมาไรงี้ ทุกอย่างจะเป็นกระบวนการ แหล่งอ้างอิงเขาเยอะแน่นเหมือนทำวิทยานิพนธ์อ่ะครับ

อย่างไรก็แล้ว แต่สุดท้ายคือ ผมต้องอยู่กับเขาไปทั้งชีวิต ผมก็ต้องพยายามเข้าใจในตัวตนของเขา เวลาเขาโกรธ โมโห ไม่พอใจขึ้นมาว่าเพราะอะไร ฟังเขาก่อน แล้วดูแลสถานการณ์ให้มันดีขึ้น สุดท้ายเดี๋ยวเราก็กลับมาหวานสวีตกันเหมือนเดิมแหละ ไม่กี่นาทีเอง เพราะคู่เราไม่ได้ปึ้งปั้งโกรธกันข้ามวัน

จิ๊บ : ถ้าเราโกรธกันหรือเขาทำอะไรผิด เราก็จะพูดตรงๆ เลยว่าเขาผิดยังไง จะเคลียร์กันในโมเมนต์นั้นเลย เคลียร์ให้รู้เรื่องกันแล้วก็จบ ฟันธงไปเลย พอตื่นมาก็หาย … ลืมล่ะ !

เวลาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่ หากเวลาไม่ตรงกัน หรือปรับเข้าหากันไม่ได้สักที ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะคอนเวิร์สกันได้ง่าย แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างหาเวลาเพื่อที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับคนรักมากขึ้น ชีวิตรักก็คงไปได้สวย ราบรื่น และมีโมเมนต์หวานๆ ร่วมกัน เก็บเป็นความทรงจำที่ดี

Q : เวลาที่ไม่ค่อยตรงกัน มีวิธีจูนปรับเวลากันยังไงบ้าง มีแพลนเที่ยวไหนบ้างรึเปล่า ?

โก้ : โหหห … ถึงเราจะงานหนักยังไง แต่เรื่องเที่ยวนี้ไม่ต้องห่วง นี่ก็เพิ่งกลับมาจากภูเก็ตนะ (หัวเราะ) เดือนหน้าก็ไปฝรั่งเศส ส่วนใหญ่วันทำงานเราก็จะแยกกันทำงาน เช้าถึงเย็น ถ้าวันไหนเอารถมาคันเดียว ตอนเย็นหลังเลิกงานก็จะกลับบ้านพร้อมกัน แวะทานข้าวเย็นก่อนค่อยเข้าบ้าน อาบน้ำ ดูทีวี แล้วค่อยนอน แต่เนื่องด้วยตารางงานของเขาส่วนใหญ่จะเข้า 10 โมงเช้า เลิก 1 ทุ่ม ส่วนของผมจะเข้าประมาณ 9 โมงเช้า ก็เลยทำให้บางทีเราก็ไม่ได้เอารถมาคันเดียวกัน ทั้งๆ ที่ออฟฟิศเราเดินข้ามถนนก็ถึงแล้ว (แหม่ๆ สายตาเศร้าขึ้นมาเลยนะ)

Q : ทั้งคนสองเติมความหวานให้กันยังไงบ้าง ?

จิ๊บ : เขาพยายามจะเซอร์ไพรส์เราหลายครั้งมาก ชอบเซอร์ไพรส์ แต่ … ไม่เคยสำเร็จเลย พังหมด ! เพราะเราจะรู้ทันก่อนเสมอ มันจะมีเหตุให้เขาทำไม่สำเร็จอ่ะ

โก้ : อย่างล่าสุด ครบรอบแต่งงาน 25 ม.ค. ก็จัดเต็มพอสมควร ผมจัดเป็นซุ้มที่อยู่ริมชายหาดสวยๆ มีดอกไม้เยอะๆ มีจุดเทียนเหมือนดินเนอร์กันสองคนที่ซุ้ม ว่าจะเซอร์ไพรส์เขา แต่สุดท้ายผมก็ต้องบอกเขาก่อน เพราะกลัวบอกช้าไปแล้วกลายเป็นแย่ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนแคร์ตัวเองพอสมควร ถ้าเขาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ไม่โอเค แล้วผมพาเขาไปที่บรรยากาศดีๆ เซอร์ไพรส์วันครบรอบ เขาก็คงจะเฟล แซดอ่ะ คือผมมองเหตุการณ์ไว้หมดแล้วไง คิดว่าจะวิ่งไปซื้อชุดให้ก็กลัวว่าคงจะไม่ทัน ก็เลยตัดสินใจบอกเขาไปเลยว่า "ผมมีซุ้มทานอาหารริมทะเลว่าจะเซอร์ไพรส์ครบรอบ แต่มันคงพังอีกแล้วนะ" (ซะงั้นอ่ะ)

Q : โมเมนต์ประทับแสนหวานที่ชอบที่สุด ?

โก้ : มีนะ ตอนไปฮันนีมูนที่ซานโตรินี ด้วยความที่จริงๆ ผมไม่สันทัดเรื่องมอเตอร์ไซค์ หรือแนวที่นอกเหนือจากการขับรถคันใหญ่ๆ แต่วันนั้นเราก็คุยกันว่าขับ ATV กันไหม มันเป็นทริปรถที่มีความสุขมาก เพราะทุกที่ที่ไปเราแพลนกันเองหมด เกาะซานโตรินีทั้งเกาะเป็นของเราด้วย ATV คันเดียว ไม่ว่าจะขับไปชิมไวน์ มันจะมีสวนไวน์อยู่, ไปถ่ายรูปตามปราสาท บ้านต่างๆ จนถึงจุดสุดท้ายที่เราไปดู ก็คือพระอาทิคย์ตกดิน เขาก็นั่งซ้อนเราอยู่ข้างหลัง ไปด้วยกัน เฮฮามีเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มด้วยกัน

ผมรู้สึกว่าถึงแม้มันจะดูเอ็กซ์ตรีม และเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราอะไรขนาดนั้น แต่มันก็ดูโรแมนติก และให้ความรู้สึกที่ดี น่าจดจำมากครั้งหนึ่ง นี่คือชีวิตที่มันเรียลจริงๆ …

Q : คิดว่าการแต่งงานมันดียังไง แต่งกันไปเพื่ออะไร สำคัญไฉน ?

จิ๊บ : หลังจากจุดนี้ผ่านมาแล้ว มันสำคัญนะ คนอื่นไม่รู้ยังไง แต่สำหรับเราถ้าย้อนเวลาได้ก็ยังจะแต่งอยู่ เพราะเขาเหมือนมาเติมเต็ม เรามีครบหมดแล้วอย่างที่บอก ขาดแค่มีคนมาอยู่ข้างๆ รับฟัง ช่วยกันคิด เติมเต็มให้กันและกันเท่านั้น อีกทั้งการแต่งงานยังทำให้เราซีเรียสวางแพลนกับอนาคตมากขึ้น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ต่างฝ่ายต่างจะงอแง ทำแต่ความต้องการของตัวเองมันก็ไม่ได้แล้ว การแต่งงานทำให้เราแชร์กันมากขึ้น เซตติ้งการทำงาน และแพลนเวลาให้ตรงกันมากขึ้น การที่เราได้เจอกันบ่อยๆ สื่อสารกัน มันก็เหมือนได้พัฒนาชีวิตคู่ไปอีกขั้น มุมที่ต้องรีแลกซ์ มุมที่ต้องไปเที่ยวด้วยกัน รวมถึงวางแพลนอนาคตได้ดีขึ้นด้วย อย่างเรื่องการมีบุตร (ยิ้มอายๆ)

Q : วางแพลนทายาท โซ่ทองคล้องใจไว้ว่ายังไงบ้าง ?

จิ๊บ : ว่าจะเที่ยวอีกสัก 1-2 ปี ตอนนี้เราอายุ 28 ก็ว่าจะมีลูกสัก 30 นะ ไม่น่าจะเกินนี้ เอาจริงๆ อยากได้ทั้งลูกผู้หญิง ผู้ชายเลยนะ อยากได้หลายๆ คน (เขินๆ ><) แต่เขากลัวการมีลูกนะ เพราะคิดว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ วิตกจริต-คิดล่วงหน้าไปเอง แบบว่าเห็นลูกคนโน่นเป็นแบบนี้ เห็นลูกคนนี้เป็นแบบนั้น ลูกคนนั้น 2-3 ขวบยังพูดไม่ได้เพราะพัฒนาการไม่ดี เขาคิดไปตลอดว่าถ้าลูกเขาเกิดมาจะพัฒนาการแย่ พูดไม่ได้ พิการ เขาจะกลัวมากเลย และเขาก็ชอบถามอยู่บ่อยๆ "ถ้าตกกลางคืนลูกร้อง จะทำยังไง ?" แต่คือยังไม่ทันจะมีเลยอ่ะ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะ !

Q : วาเลนไทน์นี้มอบเซอร์ไพรส์อะไรให้กัน ?

จิ๊บ : มีทริปไปพม่า นอกจากไปไหว้พระขอพรแล้ว ก็จะไปขึ้นบอลลูน แต่ไปกับเพื่อนๆ ด้วยก็คงไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรหรอก เพราะว่าเซอร์ไพรส์ไม่สำเร็จ เอ๊ะ … หรือว่ามี ? (กระแซะๆ ถามซะงั้น) ถึงมีแต่ก็อาจต้องบอกก่อนรึเปล่า แต่เอาจริงๆ นะวาเลนไทน์มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก แค่อยู่ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว เราแฮปปี้ ดูแลกัน มันก็วาเลนไทน์ทุกวันอยู่แล้ว อย่างวาเลนไทน์ปีที่แล้วก็ไม่ได้สวีต ดินเนอร์อะไรกัน เราก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทของเราสองคน เพราะเพื่อนจะจัดปาร์ตี้ขอแต่งงานในวันวาเลนไทน์ เราสองคนก็ไปช่วยเซอร์ไพรส์กัน …

ปิดท้ายคำถามด้วยสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ ...

Q : สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคู่ คืออะไร ?

โก้ : คือความเข้าใจ มีอะไรก็คุยกันเลย อย่าเก็บไว้คิดอึดอัดใจอยู่คนเดียว เพราะถ้าเกิดมีอะไรที่รู้สึกไม่ดีแล้วไม่คุย ไม่เคลียร์ มันจะสะสมไปเรื่อยๆ แล้วคราวนี้ล่ะมันจะอยู่ด้วยกันลำบากแล้ว สรุปเลย เคลียร์กัน คุยกันให้รู้เรื่อง แล้วจบ !!!

เชื่อว่าบทสัมภาษณ์ที่หวานไม่แคร์สื่อของพวกเขานี้ คงจะทำให้ใครหลายคนตกหลุมรัก และอิ่มเอมไปกับความสุข ความสนุก ความน่ารักใสๆ และความประทับใจมากมายปนเปกันไป ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอบอวล และอบอุ่นไปด้วยความรัก ความเข้าใจในกันและกันอย่างแท้จริง ต่างฝ่ายต่างเข้ามาเพิ่มสีสันให้ชีวิตดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อีกทั้งเรื่องราวของเขาทั้งคู่จะทำให้คุณเข้าใจความหมายของคำว่า 'รัก' ได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม จนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกแน่นอน …!

หากวาเลนไทน์นี้คุณนึกถึงคู่รักที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ได้เจอะเจอกันโดยบังเอิญ และก่อเกิดเป็นความรักเหมือนพรหมลิขิตสรรค์สร้าง เห็นทีคงจะหนีไม่พ้นคู่รักของ 'ม.ล. โก้ รังษิธร ภาณุพันธ์ุ และ หมอจิ๊บ ชนิดา เวโรจน์' เป็นแน่ 13 ก.พ. 2558 18:37 ไทยรัฐ