วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จาตุรนต์' ลุ้นชี้ขาดอำนาจศาลทหาร หลังยื่นร้องค้านคำสั่ง คสช.

จาตุรนต์ ลุ้นชี้ขาดเขตอำนาจศาล เตรียมสู้คดี หลังยื่นร้องค้านคำสั่ง คสช. เชื่อไม่เข้าข่ายต้องขึ้นศาลทหาร ยันให้ความเห็นตามกรอบ-เงื่อนไขประกันตัว ด้านที่ปรึกษากฎหมายผู้ดี รับผิดหวังรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองเสรีภาพ

วันที่ 13 ก.พ. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาพร้อมด้วยนางฐิติมา ฉายแสง น้องสาวนายจาตุรนต์ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย นายยูวาล จินบาร์ ที่ปรึกษากฏหมายอาวุโสแอมเนสตี้ อินเตอร์แนสชั่นแนล ประเทศอังกฤษ เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยของศาลทหาร ภายหลังยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น คือ

1. คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร เนื่องจากการกระทำนั้นได้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีคำสั่งของ คสช. ดังนั้นคดีจึงควรอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญา และ 2.ประกาศ คสช.ฉบับที่ 37 และฉบับที่ 38 ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 4 ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน ที่ได้รับคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย และตามพันธกรณีระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยก็ได้เป็นภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

นายนรินท์พงศ์ กล่าวหลังฟังคำวินิฉัยของศาลทหารว่า ศาลทหารได้พิจารณาคำร้อง โดยเห็นว่า ประเด็นที่ศาลทหารกรุงเทพ ได้สั่งรอการพิจารณาไว้ชั่วคราวและพิจารณาเห็นว่า มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ แต่จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอาญาเพื่อพิจารณาทำความเห็นต่อไป ส่วนประเด็นที่ศาลทหารกรุงเทพไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า หากศาลอาญามีความเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารแล้ว ศาลทหารก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ต่อไป แต่หากศาลอาญาเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอาญา หรือศาลพลเรือนอื่นแล้ว ต้องส่งสำนวนคดีนี้ไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 10 วรรค 1 ศาลทหารกรุงเทพและศาลอาญา เห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารกรุงเทพ ให้พิจารณาคดีในศาลทหารกรุงเทพต่อไป และมาตรา 10 วรรค 3 หากศาลทหารกรุงเทพ และศาลอาญาเห็นต่างกันให้ศาลทหารกรุงเทพ ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัย ซึ่งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการชี้ขาดนี้เป็นที่สุด

"ถ้าศาลอาญามีความเห็นต่างว่า ควรจะส่งไปยังคณะกรรมการชี้ขาดเขตอำนาจศาลเมื่อไหร่แล้ว เรื่องนี้จะยังไม่กลับมาศาลทหาร แต่จะไปสู่คณะกรรมการพิจารณาคุณวุฒิทั้งหมดว่า เรื่องดังกล่าวควรจะส่งไปศาลพลเรือนหรือศาลทหาร แต่ถ้าศาลอาญามีความเห็นไม่ต่างกับศาลทหาร เรื่องนี้จะกลับมาสู่ที่เดิมและคาดว่าจะนัดสืบพยานประมาณเดือน พ.ค.แต่ถ้าศาลอาญาเห็นว่าควรส่งไปยังคณะกรรมขาดชี้ขาดอำนาจศาล เรื่องนี้จะยาวคือคาดว่าจะนำเรื่องคดีของนายจาตุรนต์ ว่าควรจะอยู่ในศาลทหารหรือศาลอาญาในปลายปี" นายนรินท์พงศ์ กล่าว

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแสดงความคิดเห็นของตนไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งการแสดงความคิดต่อไปจะเป็นไปตามเงื่อนไขการประกันตัวของศาล ไม่แสดงความคิดเห็นที่ผิดกฎหมาย และแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองในทางสร้างสรรค์ เพื่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เกิดความยุติธรรม ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง น่าจะเป็นประโยชน์ของทุกฝ่าย ส่วนเรื่องคดี ศาลสั่งรอการพิจารณาไว้ก่อน เนื่องจากอยู่ในกระบวนการกฎหมายว่าด้วยการชี้ขาดเขตอำนาจศาล

ทั้งนี้คดีดังกล่าวมีลักษณะพิเศษเกี่ยวกับวันเวลาต่อข้อกล่าวหา โดยข้อหาแรกระบุว่า ในขณะที่ไม่มารายงานตัวเกิดขึ้นก่อนคำสั่งของ คสช. มีคำสั่งให้คดีขึ้นสู่ศาลทหาร ส่วนอีก 2 ข้อหาที่เป็นคดีความมั่นคง แม้จะเกิดขึ้นหลังคำสั่ง คสช.ให้คดีขึ้นศาลทหาร แต่เข้าข้อยกเว้นเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ยังไม่ยกเลิกในวันที่ 27 พ.ค. 2557 แต่มายกเลิกภายหลังวันที่ 3 มิ.ย. 2557 แม้ว่าจะยกเลิกการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นไป แต่เป็นลักษณะกฎหมายย้อนหลังไปให้โทษ

"เท่าที่ดู คิดว่าคดีนี้เข้าข่ายอยู่ในข้อยกเว้นของคำสั่งให้คดีขึ้นสู่ศาลทหาร และมีประเด็นที่หวังว่าเรื่องนี้จะเข้าไปสู่คณะกรรมการชี้ขาดเขตอำนาจศาล ส่วนในช่วงนี้ทางทนายได้ชี้แจงไปแล้ว ศาลยังคงไม่มีการนัดหมายให้ผมมาศาลอีกเมื่อไร ต้องรอส่งความเห็นไปยังศาลอาญา ที่จะพิจารณาถ้ามีความเห็นสอดคล้องกันทางใดทางหนึ่งก็จะเป็นไปตามนั้น แต่ถ้ามีความเห็นไม่ตรงกัน ต้องส่งไปยังคณะกรรมการชี้ขาดเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ฉะนั้นระหว่างนี้ต้องรอไปก่อน หวังว่าจะมีการพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ตนไม่มีอะไรกังวลเพียงแต่ต้องรอว่า คดีนี้จะอยู่ในการพิจารณาของศาลใด" นายจาตุรนต์ กล่าว

ขณะที่ นายยูวาล จินบาร์ กล่าวว่า ตนเคารพต่อคำพิพากษาของศาล แต่ในกรณีของพลเรือนไม่ควรถูกดำเนินการด้วยศาลทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นการชุมนุมด้วยความสงบ ตลอดจนการใช้กฎหมายมองว่า รัฐธรรมนูญไม่เข้มแข็งพอจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเรือน นอกจากนี้ ผู้พิพากษาบอกตลอดว่า ได้ปฏิบัติตามหลักการของประเทศว่า ด้วยสิทธิพลเมือง เรื่องสิทธิการพิจารณาคดี เนื่องในสถานการฉุกเฉิน ทำให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ไม่ได้

ทั้งนี้การอุทธรณ์เป็นสิทธิพื้นฐาน จะมาอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่รัฐไม่ได้คืนสิทธิการอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงกว่า รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนในเรื่องการแสดงออก หรือการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภัยคุกคามต่อราชอาณาจักร จึงควรได้รับสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงกว่า เพราะไม่ว่าจะเป็นศาลพลเรือน หรือศาลทหาร อาจจะตัดสินใจผิดพลาดได้ ทั้งนี้ หวังว่ารัฐจะพิจารณาคืนสิทธิเหล่านี้ให้กับประชาชนโดยเร็ว

จาตุรนต์ ลุ้นชี้ขาดเขตอำนาจศาล เตรียมสู้คดี หลังยื่นร้องค้านคำสั่ง คสช. เชื่อไม่เข้าข่ายต้องขึ้นศาลทหาร ยันให้ความเห็นตามกรอบ-เงื่อนไขประกันตัว ด้านที่ปรึกษากฎหมายผู้ดี รับผิดหวังรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองเสรีภาพ 13 ก.พ. 2558 14:15 13 ก.พ. 2558 15:23 ไทยรัฐ