วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำรวจพบวัยรุ่นไทย ใช้ถุงยางอนามัยลด ติดกามโรคพุ่ง‘5เท่า’

กรมควบคุมโรคเผยผลสำรวจรับวาเลนไทน์ปีนี้ น่าตระหนก พบคนไทยใช้ถุงยางอนามัยลดลง เสี่ยงโรคติดต่อทางเพศเพียบโดยในรอบสิบปี วัยรุ่นติดเชื้อกามโรคเพิ่มถึง 5 เท่า ต้องเร่งปรับทัศนคติ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงถุงยางอนามัยมาตรฐานและราคาถูก เล็งจัดหาเพิ่มจากปีละ 55 ล้านชิ้น รวมถึงเห็นชอบยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ ปี 2558-2563 เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนขาโจ๋เลือกใช้ถุงยาง อย่าห่วงแต่ไซส์ต้องใหญ่ แนะเลือกให้เหมาะป้องกันโรคดีกว่า แนะวิธีสังเกตขนาด “น้องชาย” ให้ดูจากส่วนสูงตัวเอง หากต่ำกว่า 160 ซม. อยู่ที่ไซส์ 49 มม. หากสูงกว่า 160 ซม.ไซส์ 52 มม.

กระทรวงสาธารณสุขห่วงคนไทยใช้ถุงยางอนามัย ลดลง ส่อติดโรคทางเพศเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในการแถลงการรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ เนื่องในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.ว่า จากการสำรวจทัศนคติ ความเห็นของประชาชน เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อควบคุมป้องกันโรค (DDC Poll) ครั้งที่ 11 โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,000 ราย ใน 22 จังหวัด พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความรู้และเข้าใจในการใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 76.8 ลดลง จากปี 57 ที่มีร้อยละ 86.2 ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 88.6 ไม่เคยใช้ ร้อยละ 6.7 เมื่อถามถึงการใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ที่ไม่ใช่คู่นอน พบว่าใช้ทุกครั้ง ร้อยละ 57 ใช้บางครั้ง ร้อยละ 35.7 และไม่ใช้เลย ร้อยละ 7.3 เมื่อถามว่ารู้สึกอายถ้าต้องซื้อถุงยางอนามัยในร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยา พบว่ารู้สึกอาย ร้อยละ 43.5 ไม่รู้สึกอาย ร้อยละ 41 เมื่อถามว่าการใช้ถุงยางอนามัยป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ พบว่า คิดว่าใช่ ร้อยละ 76.8 คิดว่าไม่ใช่ ร้อยละ 6.5 นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าการแจกถุงยางอนามัยให้เด็ก ม.ต้น ช่วงวาเลนไทน์ เป็นการกระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 55.4

“จากการสำรวจพบว่าความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม จะมีความสอดคล้องกัน ซึ่งจำเป็นต้องเพิ่มความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดทัศนคติ และเปลี่ยนพฤติกรรม รวมทั้งการเข้าถึงถุงยางอนามัยด้วย โดยกรมควบคุมโรค และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พยายามจัดหาถุงยางอนามัยมาตรฐานราคาถูกเพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ โดยมีการจัดหาให้ปีละ 55 ล้านชิ้น และพยายามจะเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องด้วย โดยคณะอนุกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันโรคและแก้ไขปัญหาเอดส์ ประชุมครั้งล่าสุด มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ ปี 2558-2563 เป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้วย” นพ.โสภณ กล่าว และว่าจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา ปี 2557 ถึงอัตราการป่วยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แก่ โรคหนองใน โรคซิฟิลิส หนองในเทียม แผลริมอ่อน และกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลืองทั่วประเทศ พบว่าแนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 52.69 ต่อแสนประชากรในปี 2557 จาก 35.89 ต่อประชากรแสนคนในปี 2552 และในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ติดกามโรคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เกือบ 5 เท่าตัว จาก 7.53 เป็น 34.89 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มอายุ 20-29 ปี เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว โดยคาดว่าในอีก 3 ปี จะมีผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใน 2 กลุ่มอายุนี้อยู่ที่ 21,137 คน จากการใช้ถุงยางอนามัยลดลง โดยผลสำรวจในปี 2556 พบว่าวัยรุ่นชายใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 36.2 วัยรุ่นหญิง ร้อยละ 27.9 เท่านั้น

ด้าน นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา โฆษกกระทรวง สาธารณสุขกล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในวัยรุ่นคือ การเลือกขนาดถุงยางอนามัยที่มักไม่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น มักเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าไซส์จริง เพราะมีทัศนคติที่ผิดคือกลัวเพื่อนหยามว่า อวัยวะเพศเล็กไม่สมศักดิ์ศรีความเป็นชาย จนทำให้เกิดปัญหาคือใส่ถุงยางที่ใหญ่กว่าไซส์จริงจนส่งผลให้ถุงยางหลุดหลวม ซึ่งมีความเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์หรือตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น และในบางรายอาจจะไม่รู้วิธีการวัดขนาด ทั้งนี้ จากผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าอวัยวะเพศของชายไทยอันดับ 1 มีขนาดอวัยวะเพศอยู่ที่ขนาด 52 มิลลิเมตร จำนวน 12 ล้านคน ขนาด 49 มิลลิเมตร จำนวน 6.5 ล้านคน ขนาด 54 มิลลิเมตร จำนวน 3.6 ล้านคน และขนาด 56 มิลลิเมตร จำนวน 1.2 ล้านคน

“อยากให้วัยรุ่นเปลี่ยนความคิดและทัศนคติแบบเดิมๆที่กลัวเพื่อนหยามเรื่องของขนาดอวัยวะเพศที่เล็ก และหันมาคำนึงถึงความพึงพอใจของคู่นอนมากกว่า โดยหันมาร่วมกันสร้างบรรยากาศในการร่วมรักจะดีกว่า ทั้งนี้ หากใส่ถุงยางที่ใหญ่เกินไซส์จริง นอกจากจะเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์แล้ว ยังทำให้เสียบรรยากาศ และไม่ต่างอะไรกับการใส่ถุงพลาสติก อย่างไรก็ตาม สำหรับการวัดขนาดอวัยวะเพศนั้น ตามมาตรฐานส่วนใหญ่แล้วจะวัดจากความสูง โดยหากชายใดที่สูงไม่เกิน 160 เซนติเมตร จะมีขนาดไซส์ประมาณ 49 มิลลิเมตร ส่วนชายที่สูงตั้งแต่ 160 เซนติเมตรขึ้นไป จะมีขนาดไซส์อยู่ที่ 52 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดไซส์มาตรฐานของชายไทย” นพ.สมชายโชติกล่าว

กรมควบคุมโรคเผยผลสำรวจรับวาเลนไทน์ปีนี้ น่าตระหนก พบคนไทยใช้ถุงยางอนามัยลดลง เสี่ยงโรคติดต่อทางเพศเพียบโดยในรอบสิบปี วัยรุ่นติดเชื้อกามโรคเพิ่มถึง 5 เท่า ต้องเร่งปรับทัศนคติ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงถุงยางอนามัยมาตรฐานและราคาถูก 13 ก.พ. 2558 08:00 13 ก.พ. 2558 08:00 ไทยรัฐ


advertisement