วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคแห่ง “อาร์มี่”

สุดสัปดาห์นี้ ฟุตบอลลีกอาชีพเมืองไทย จะเปิดฉากโม่แข้งฤดูกาลใหม่กันครบทั้ง 3 ลีก ไล่ตั้งแต่ โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ยามาฮ่าลีกวัน (ดิวิชั่น 1) และเอไอเอสลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2”

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมวีกนี้ หลายๆสโมสรจึงทำการเปิดตัวทีมลุยศึกซีซั่น 2015 กันอุตลุด ทำเอาสื่อมวลชน และบรรดานักข่าวสายฟุตบอลไทย วิ่งรอกทำข่าวกันชนิดขาขวิด

หนึ่งในบิ๊กทีมที่เปิดตัวสโมสรสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมกับเป็นยุค “คสช.” ก็คือทีม “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ยึดรังเหย้า สนามกีฬากองทัพบก ของตัวเอง ประกาศศักยภาพและขุมกำลัง รวมถึงเป้าหมายในฤดูกาลใหม่

ขณะเดียวกันก็ทำการเปิดตัว “บิ๊กโด่ง” พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ที่เข้ามารับหน้าที่ประธานสโมสรคนใหม่อย่างเป็นทางการ ต่อจาก “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดยทีมงานผู้บริหารทีม มีพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เพิ่งผ่านพ้นการเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่ลุยศึกคิงส์คัพที่โคราชมาสดๆร้อนๆ นั่งเก้าอี้

ผู้อำนวยการสโมสร พันเอกชาตรี แสงทองศรีกมล รับบทผู้จัดการทีม

ส่วนกุนซือใหญ่ก็ยังคงใช้บริการ “แกรี่ สตีเว่นส์” อดีตนักเตะดังทีมชาติอังกฤษ และ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กุมบังเหียนต่อไปเหมือนเดิม

แต่ที่ผมเอาใจช่วยเป็นพิเศษ ก็คือน้องรัก อย่าง “เจ้าตั้ม” นิรุจน์ สุระเสียง อดีตแข้งระดับ “ตำนาน” อีกคนนึงของวงการลูกหนังไทย ที่เพิ่งประกาศแขวนสตั๊ด เลิกเล่น และขยับขึ้นมาทำหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชของอาร์มี่ ยูไนเต็ด ชุดนี้อย่างเต็มตัว

สำหรับขุมกำลังของทีมวงจักรพิฆาต เมื่อไล่เรียงดูแล้ว ต้องถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมี “มงคล ทศไกร” ศูนย์หน้าจอมลุยของทีมชาติไทย เป็นตัวชูโรง ร่วมด้วยกัปตันทีมจอมเก๋า ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม, ดาวุฒิ ดินเขต, ธนพัฒ ณ ท่าเรือ, ศิวเมต ธนูศร, เออร์เนสโต ภูมิภา ฯลฯ

ขณะที่ดาวเตะต่างชาติ ก็เป็นที่ฮือฮาเมื่อคว้าตัว ไค ฮิราโนะ แนวรุกซามูไร มาจากเซเรโซ โอซากา ซึ่งว่ากันว่าหากฮิราโนะ สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เหมือนกับเมื่อที่เคยเล่นให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้ล่ะก็ รับประกันว่าอาร์มี่กระฉูดแน่!

โดยโปรแกรมแมตช์เปิดซีซั่นของอาร์มี่ ยูไนเต็ด จะประเดิมด้วยการเปิดบ้านทำศึก “ดาร์บี้แมตช์กองทัพไทย” กับราชนาวี ในวันวาเลนไทน์ เสาร์ที่ 14 ก.พ.นี้

เมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นฤดูกาลที่ไม่ปกติของศึกไทยลีก เพราะมีทีมอยู่ในลีกสูงสุดถึง 20 ทีม และเอาตกชั้นไปถึง 5 อาร์มี่ทำผลงานประคองตัวอยู่อันดับ 9 ของตาราง ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้

แต่ยุคนี้ ถือเป็นยุค “สีเขียวขี้ม้า” ดังนั้นทีมบอล ทบ. จึงสมควรต้องผงาดอยู่หัวตารางของไทยพรีเมียร์ลีก

มันถึงจะสมราคา!!!

บี บางปะกง

13 ก.พ. 2558 00:07 13 ก.พ. 2558 00:07 ไทยรัฐ