วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกร็ดข่าวลูกหนัง 13/02/58

สิงห์ผงาดเด้งแลมเบิร์ตพ้นกุนซือแล้ว

“สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทนไม่ไหว ตัดสินใจปลด พอล แลมเบิร์ต ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีมเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังทำผลงานคุมทีมได้อย่างย่ำแย่น่าผิดหวัง จนอันดับร่วงลงไปอยู่ในโซนท้ายตารางตกชั้น แอสตัน วิลลา สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดการปลด พอล แลมเบิร์ต กุนซือชาวสกอตต์ พ้นจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบหมายให้ สกอตต์ มาร์แชลล์ โค้ชทีมชุดใหญ่ ทำหน้าที่คุมทัพชั่วคราวไปพลางๆก่อน แลมเบิร์ต วัย 45 ปี เข้ามารับงานกุนซือ “สิงห์ผงาด” ต่อจาก อเล็กซ์ แมคลีช เมื่อช่วงกลางปี 2012 แต่ทว่าฤดูกาลนี้ เขาทำผลงานคุมทีมวิลลาได้อย่างย่ำแย่ โดยเฉพาะ 10 เกม

หลังสุด ไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว (แพ้ 7 เสมอ 3) แถม 5 เกมหลังสุดยังแพ้รวด ทำให้วิลลาหล่นไปอยู่ในโซนท้ายตารางที่อันดับ 18 มีแค่ 22 คะแนน และยิงประตูในลีกได้แค่ 12 ลูก จากการลงสนาม 25 นัด โดยเกมลีกล่าสุดที่บุกไปแพ้ทีมที่ดิ้นรนหนีตายเช่นกันอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ หมดรูป 0-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ “สิงห์ผงาด” ต้องตะเพิด แลมเบิร์ต ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีมในที่สุด

ทั้งนี้ แอสตัน วิลลา ได้มอบหมายให้ สกอตต์ มาร์แชลล์ โค้ชทีมชุดใหญ่ และแอนดี้ มาร์แชลล์ โค้ชผู้รักษาประตู ทำหน้าที่กุนซือคู่ช่วยกันคุมทัพ “สิงห์ผงาด” ในเกมเอฟเอคัพ รอบ 5 ที่ทีมจะเปิดรังวิลลา พาร์ก รับมือ เลสเตอร์ ซิตี้ วันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.นี้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทิม เชอร์วูด และเจอร์เกน คลินส์มันน์ มีชื่อเป็น 2 ตัวเต็งสำหรับการลุ้นตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของแอสตัน วิลลา

สำหรับ แลมเบิร์ต กลายเป็นกุนซือพรีเมียร์ลีกรายที่ 5 ที่ต้องแยกทางกับสโมสรต้นสังกัดในซีซั่นนี้ ต่อจาก นีล วอร์น็อก (คริสตัล พาเลซ), อลัน เออร์ไวน์ (เวสต์บรอมวิช), อลัน พาร์ดิว (นิวคาสเซิล) และแฮร์รี เรดแนพพ์ (ควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส)

บาร์ซาเฮก่อนเปิดรังจมเรือดำน้ำ 3-1 ตัดโคปาฯ

บาร์เซโลนา แหย่เท้าเช้ารอบชิงชนะเลิศศึกโคปา เดล เรย์ ไปแล้วหนึ่งข้าง หลังเปิดรังคัมป์นู ไล่ต้อนเอาชนะ “เรือดำน้ำสีเหลือง” บีญาร์ เรอัล ขาดลอย 3-1 ทำให้โอกาสเข้าชิงสดใสอย่างยิ่ง ในการแข่งขันฟุตบอลสแปนิช คิงส์คัพ หรือโคปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อ
วันพุธที่ผ่านมา

เกมนี้ บาร์เซโลนา ยังคงจัดทัพใหญ่เต็มสูบลงบู๊ โดยเฉพาะในแนวรุกที่ส่ง 3 หัวหอกพระกาฬลงสนาม นำโดย ลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และเนย์มาร์ เกมครึ่งแรก บาร์ซาเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกมากกว่า แต่กว่าจะได้ประตูนำ 1-0 ก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 41 จากจังหวะที่หลุยส์ ซัวเรซ จ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี ซัดเสียบตาข่าย

ทว่า เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 3 นาที บีญาร์ เรอัลไล่ตีเสมอเป็น 1-1 จากการซัดของ มานูเอล ตริเกรอส แต่ถัดมาอีกนาทีเดียว บาร์ซาขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากการยิงของอันเดรส อิเนียสตา จากนั้นถึงนาที 64 บาร์เซโลนาได้ประตูที่สามนำห่าง 3-1 จากการโหม่งของเคราร์ด ปีเก
ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บาร์เซโลนาเปิดบ้านต้อนชนะบีญาร์เรอัล 3-1

จ่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเต็มแก่ โดยนัดหน้าที่จะบุกไปเยือนบีญาร์เรอัล บาร์ซาขอแค่เสมอจะลอยลำเข้าชิงทันที ส่วนผลอีกคู่นั้น แอธเลติก บิลเบา เปิดบ้านเสมอกับเอสปันญอล 1-1.

เอเชียนแฮนดิแคป 13 กุมภาพันธ์

บุนเดสลีกา

02.30 น. ดอร์ทมุนด์-ไมน์ซ 0 : 1.5

ลา ลีกา

02.45 น. อัลเมเรีย-โซเซียดัด 0 : 0

12 ก.พ. 2558 23:18 12 ก.พ. 2558 23:18 ไทยรัฐ