วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะลึกความพร้อม! 18 ทีม ไทยพรีเมียร์ลีก 2015

เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ก็จะระเบิดความมันกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์นี้ และเพื่อเป็นการกระตุ้นต่อมความระทึกสำหรับคอบอลไทยพันธ์ุแท้ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จึงรวบรวมความพร้อมและความน่าจะเป็น สำหรับ 18 ยอดทีมแห่งเมืองไทยมาให้ได้ทราบกัน...

1.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (บุรีรัมย์)
สนาม : นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม
ผู้ฝึกสอน : อเล็กซานเดอร์ กามา

เรียกได้ว่า พลิกโฉมหน้าทีมไปเลยก็ว่าได้ สำหรับทีมแชมป์ไทยลีกสูงสุด เพราะตัวผู้เล่นต่างชาติสำคัญๆ ที่ช่วยเสกสรรค์ความสำเร็จในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกขายไปเกือบหมด ทั้ง คาร์เมโล กอนซาเลส, ฮาเวียร์ ปาตินโญ หรือแม้แต่ ดาบิด โรเชลา ที่ถูกถอดออกจากโควตาต่างชาติ อย่างไรก็ตาม "เฮดของเฮดโค้ช" ย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไร จึงได้นำเข้าแข้งฝีเท้าดีจากบราซิลและเอเชียเข้ามาเสริมทัพ หวังไล่ล่าความสำเร็จในระดับถ้วยเอเชียให้ได้ ซึ่งเหล่าบรรดาสาวกก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า แข้งใหม่จะตอบโจทย์และแท็กติก "เฮดของเฮดโค้ช" ได้ดีเพียงใด

ความน่าจะเป็น : ไม่ได้แชมป์ถือว่าล้มเหลว

2.ชลบุรี เอฟซี (ชลบุรี)
สนาม : ชลบุรี สเตเดี้ยม
ผู้ฝึกสอน : จเด็จ มีลาภ

หลังจากเฉียดแชมป์ไทยลีกอีกหนึ่งปี ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในแคมป์ฉลามชลอย่างมากมาย โดยเฉพาะการเปิดหมวกอำลาทีมกลับญี่ปุ่น ของ มาซาฮิโร วาดะ กุนซือใหญ่ และทีมงานชาวอาทิตย์อุทัยอีกหลายคน พร้อมทั้งการดึงเอาลูกหม้อเก่า อย่าง "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ กลับมาคุมบังเหียนทีมอีกครั้ง

ส่วนตัวผู้เล่นก็ไม่ได้หวือหวาอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง เพราะมีเพียงแค่ เลอันโดร อัสสัมเซา และ โช เบียง กุก อดีตกองหลังทีมชาติเกาหลีใต้เท่านั้น ที่พอจะทำให้กองเชียร์ชื่นใจได้ นอกนั้นก็มีแข้งดาวรุ่งและนักเตะในไทยลีกบางคนที่ถูกดึงตัวเข้ามาร่วมทีม ถึงแม้ผลงานอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นจะกระท่อนกระแท่น แต่การถล่มเอาชนะ คิตฉี รอบคัดเลือกรอบสอง เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ก็น่าจะทำให้หลายคนพอวาดฝันถึงสัญญาณที่ดีในการกลับมายึดหัวหาดไทยลีก 2015

ความน่าจะเป็น : ท็อปทรี

3.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (นนทบุรี)
สนาม : เอสซีจี สเตเดียม
ผู้ฝึกสอน : ดราแกน ทาลายิช

จบฤดูกาล 2014 ด้วยความชอกซ้ำ เพราะหล่นไปอยู่ในอันดับ 5 ของตาราง ทั้งๆ ที่เป้าหมายคือ การกระชากแชมป์กลับมาจากถิ่นนิว ไอโมบาย ให้ได้ โดยในฤดูกาลนี้กุนซือดราแกน ทาลายิช ได้มีโอกาสทำความรู้จักทีมของตัวเองได้มากขึ้น น่าจะช่วยให้ผลงานของทีมดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน รวมทั้งการได้ตัว นาโออากิ อาโอยามะ อดีตกองหลังทีมชาติญี่ปุ่น ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี มาช่วยขันเกมรับ เป้าหมายของการกลับมาทวงแชมป์ไทยลีกคืนน่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ความน่าจะเป็น : อันดับ 1-2

4.บีอีซี เทโรศาสน (กรุงเทพมหานคร)
ผู้ฝึกสอน : โบซิดาร์ บันโดวิช
สนาม : สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี

ทีมมังกรไฟ ตื่นจากการหลับไหลอีกครั้ง ด้วยแรงกระตุ้นของ ไดกิ อิวามาสะ กองหลังระดับตำนานของ คาชิมา อันท์เลอร์ส ที่ย้ายมาช่วยปลุกเร้าให้กับทีมยักษ์หลับกลับมากระหายในชัยชนะ รวมถึงกลุ่มดาวรุ่งวัยคะนองที่ทุกวันนี้สถาปนาตัวเองเป็นตัวหลักในทีมชาติไทยชุดใหญ่กันหลายคน ทั้ง "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศักดิ์ ไกรสร, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์

แต่ในวันที่ ไดกิ อิวามาสะ ไม่ได้อยู่เป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กรุ่นนี้ รวมถึงการจากไปของ นฤบดินทร์ วีระวัฒน์โนดม จึงเป็นงานหนักอึ้ง ที่บอสโก บันโดวิช กุนซือใหญ่ต้องปรุงแต่งทีมให้ได้ อย่างที่บอร์ดของสโมสรต้องการคือ การกลับไปคว้าแชมป์ไทยลีก และเข้าไปเล่นในฟุตบอลถ้วยเอเชียให้ได้อีกครั้ง

ความน่าจะเป็น : ท็อปทรี

5.บางกอกกล๊าส เอฟซี (ปทุมธานี)
สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม
ผู้ฝึกสอน : ริคาร์โด โรดริเกวซ

การเข้ามาของ ริคาร์โด โรดริเกวซ กุนซือหนุ่มชาวสเปน ที่ช่วยปั้นทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี ให้กลายเป็นมังกรติดปีกได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น โดยสิ่งที่สาวกทีมกระต่ายแก้วหวัง คือ อยากเห็นทีมสามารถทำอันดับเกาะกลุ่มอยู่ในหัวตารางให้ได้ หลังจากในปีที่ผ่านมาสามารถปลดล็อกด้วยการคว้าแชมป์แรกมาประดับสโมสร โดยการคว่ำฉลามชลในรอบชิงชนะเลิศมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบคัดเลือก เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นโบนัส

ด้านการเสริมทีมก็ค่อนข้างน่าสนใจ เมื่อไปกระชาก "คิง เลอันโดร" ของรักของหวงทีมท่าเรือมาได้สำเร็จ ซึ่งเชื่อว่า เลอันโดร โอลิเวียรา น่าจะช่วยตอบโจทย์ในการทำประตูได้อย่างดี เมื่อต้องยืนคู่หน้ากับ ลาซ่า ตาอิมบี้ และมี ดาร์โก้ ทาร์เชฟสกี้ คอยคุมจังหวะจ่ายบอลอยู่ด้านหลัง

ความน่าจะเป็น : ท็อปไฟว์

6.ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (ราชบุรี)
สนาม : โจเซฟ เฟร์เร
ผู้ฝึกสอน : สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี

ถือเป็นเรื่องช็อกแฟนบอลชาวราชันมังกร ด้วยการตัดสินใจไม่ต่อสัญญา กับกุนซือผู้มีแม่ยกเยอะที่สุดคนหนึ่งในไทยลีก อย่าง ริคาร์โด โรดริเกวซ เป็นโจทย์ข้อแรกที่ "เสี่ยฟลุค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ต้องพยายามแก้สมการให้ได้ ในเมื่อเฮดโค้ชแดนกระทิงดุ ทำผลงานได้ค่อนข้างสูง การเข้ามาของกุนซือคนใหม่ ที่ต้องทำผลงานให้เทียบเท่า หรือดีกว่าเท่านั้น จึงจะครองใจแฟนบอลได้

ส่วนตัวผู้เล่นต่างชาติอย่าง เกงกิ นางาซาโตะ และ แฮร์แบร์ตี เฟอร์นานเดส ยังอยู่เป็นกำลังสำคัญในเกมรุก บวกกับอาวุธหนักอย่าง ฟลาเวียง วิเชลลินี และ บรูโน โลเปซ น่าจะช่วยสร้างความอุ่นใจให้แฟนราชบุรีในการไล่ล่าความสำเร็จได้ไม่มากก็น้อย

ความน่าจะเป็น : ท็อปไฟว์

7.สุพรรณบุรี เอฟซี (สุพรรณบุรี)
สนาม : สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี
ผู้ฝึกสอน : แซร์จิโอ ฟาริอาส

ล้มลุกคลุกคลานพอสมควรสำหรับการลองผิดลองถูกในฤดูกาลที่ผ่านมา การเข้ามาของ แซร์จิโอ ฟาริอาส กุนซือผู้อุดมไปด้วยดีกรี ทำให้กองเชียร์ชาวช้างศึกยุทธหัตถี ถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในการฝันถึงความสำเร็จแบบจับต้องได้ พร้อมการรวบตัว คาร์เมโล กอนซาเลซ และ ประทุม ชูทอง สองผู้เล่นคนสำคัญของบุรีรัมย์ มาเสริมความแข็งแกร่งในถิ่นขุนแผน บวกกับความร้อนแรงทั้งในและนอกสนามของ ชาริล ชัปปุยส์ น่าจะทำให้ สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับความสำเร็จบ้างอย่างน้อยสักหนึ่งถ้วยในฤดูกาล 2015

ความน่าจะเป็น : ท็อปไฟว์

8.เชียงราย ยูไนเต็ด (เชียงราย)
สนาม : ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม
ผู้ฝึกสอน : ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น

ถือเป็นทีมพลังหนุ่มอย่างแท้จริง เพราะตั้งแต่ประธานสโมสรไปจนถึงตัวกุนซือ แล้วแต่อยู่ในวัยยังไม่ถึงหลักสี่กันทั้งนั้น ปีนี้มาในความคาดหวังที่อยากจะเห็นทีมอะดาเดมี่ ขึ้นมาวาดลวดลายในทีมชุดใหญ่อย่างทีมอื่นๆ บ้าง เพราะการนำเอาสตาฟฟ์โค้ชจากเนเธอร์แลนด์เข้ามาช่วยเสริมทักษะในกับละอ่อนเจียงฮายนั้น ย่อมแสดงถึงการมองการณ์ไกลของประธานสโมสรที่ต้องการ "สร้าง" มากกว่า "ซื้อ" ในอนาคต

ส่วนตัวผู้เล่นถึงแม้จะเสีย เลอันโดร อัสสัมเซา ไป แต่ก็ยังมี เรนาน มาเกวซ มาทดแทนอย่างทันท่วงที รวมไปจนถึงตัวที่เข้ามาใหม่อย่าง เรนาตินโญ่ หัวหอกชาวบราซิลจากทีม อังเดร ซานโตา น่าจะตอบโจทย์ให้กับ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ในการต่อสู้เพื่อทะยานสู่เป้าหมายในอันดับกลางตารางได้ไม่ยาก

ความน่าจะเป็น : จบอันดับกลางตาราง

9.แบงค็อก ยูไนเต็ด (กรุงเทพมหานคร)
สนาม : ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ผู้ฝึกสอน : มาโน โพลกิ้ง

ปีนี้นายหัว ขจร เจียรวนนท์ ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้ทีมแบงคอก ยูไนเต็ด ออกจากเฆมหมอกอันมืดมน หลังจาก มาโน โพลกิ้ง เป็นผู้จุดเชื้อไฟแห่งความหวังได้อย่างชนิดเรียกแฟนคลับได้เพิ่มอีกโข เพราะสามารถนำทีมจากเต็งตกชั้น ขึ้นมาอยู่ในกลางตารางได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ด้านตัวผู้เล่นนอกจากนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าช่วยแล้ว การนำเข้าลูกน้องเก่าสมัยคุมทีมสุพรรณมาเสริมเขี้ยวเล็บ ถือว่าค่อนข้างน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็น กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก, ภานุพงษ์ วงศ์ษา, พุทธินันท์ วรรณศรี และ ดราแกน บอสโควิช ยังไม่นับรวบกองกลางจอมเทคนิคอย่าง "เจ้าตั๊ก" สุมัญญา ปุริสาย ที่จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์ในแดนกลางได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าในฤดูกาลนี้กุนซือจอมทุ่มเทสามารถนำทีมขึ้นมาจบอยู่ในอันดับ 1-5 ของตารางได้อย่างบอร์ดต้องการ เชื่อว่าปีหน้าเราอาจจะได้เห็น แบงคอก ยูไนเต็ด ขึ้นมาอยู่ในลิสต์ทีมลุ้นแชมป์บ้างก็เป็นได้

ความน่าจะเป็น : จบอันดับกลางตาราง

10.อาร์มี ยูไนเต็ด (กรุงเทพมหานคร)
สนาม : สนามกีฬากองทัพบก
ผู้ฝึกสอน : แกรี สตีเวนส์

ปีนี้ถือว่ามีความเปลี่ยนในย่านวิภาวดีพอสมควร ทั้งหัวเรือใหญ่ที่ได้ "บิ๊กโด่ง" พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ขึ้นมาเป็นประธานสโมสร แต่ยังคงไว้วางใจ แกรี สตีเวนส์ นำทัพสุภาพบุรุษวงจักร เช่นเดิม โดยทุ่มงบประมาณมากกว่า 100 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เพื่อเรียกเสียงเชียร์จากแฟนคลับย่านวิภาวดี ให้กระหึ่มกว่าเดิม

ด้านตัวผู้เล่น แน่นอนว่าต้องนำทัพโดยลูกหม้อ ทบ. ที่ได้ดิบได้ดีในทีมชาติไทย อย่าง มงคล ทศไกร ที่บอกปัดหลายทีมใหญ่เพื่ออยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมอู่ข้าวอู่น้ำต่อกับทีมอีกหนึ่งฤดูกาล พร้อมด้วยการเข้ามาเสริมทัพของ ธนพัฒน์ ณ ท่าเรือ กองกลางจอมพเนจร, ออกัสต์ โลหะประเสริฐ ลูกครึ่งไทย-สวีเดน ที่ถูกปล่อยตัวออกจากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ไค ฮิราโนะ มิดฟิลด์จอมขยัน ที่ย้ายกลับมาหากินในประเทศไทยอีกครั้ง หลังย้ายไปตามความฝันกับทีมเซเรโซ โอซากา อยู่ครึ่งฤดูกาล ซึ่งทั้งหมดนี้จะมาประสานงานกับ ราฟาเอล บิตติ เพลย์เมกเกอร์ของทีม แต่ดูแล้วต้องลุ้นกันหนักว่า กุนซือจะหลอมรวมนักเตะเหล่านี้เข้าด้วยกันมากน้อยเพียงใด เมื่อฤดูกาลแข่งขันเปิดฉากขึ้น

ความน่าจะเป็น : ครึ่งล่างตาราง

11. โอสถสภา เอ็ม-150 (กรุงเทพมหานคร)
สนาม : เทพหัสดิน
ผู้ฝึกสอน : สเตฟาโน คูกูรา (เตโก้)

ทีมเก่าแก่ของเมืองไทยที่ยังไม่มีสนามเป็นของตัวเอง หลังจากรังเหย้าอย่างสระบุรีมีปัญหาก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาเล่นที่ราชมังฯ ซึ่งก็ดูวังเวงเกินไปสำหรับการเล่นเป็นทีมเหย้าในบ้าน สำหรับฤดูกาลนี้ คุณพ่อน้อง "อันดามัน" สเตฟาโน คูกูร่า หรือ เตโก้ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมต่อเช่นเดิม โดยมีการเสริมทัพได้อย่างน่ากลัว ทั้งยืมตัว ชัยณรงค์ ทาทอง มาจากเมืองทอง, วสันต์ นาทะสัน และ รัฐพงษ์ อัฐวงศ์ ที่หอบหิ้วกันมาตั้งแต่ เชียงราย ภูเก็ต จนมาถึงโอสถฯ รวมไปจนถึง เอกพันธ์ อินทะเสน, ดิโอโก รานเกิล จากทีมกังวอน เอฟซี ในเกาหลีใต้ ยิ่งกว่านั้นยังได้ ศักดา เจิมดี ลูกหม้อเก่า ย้ายกลับมาจากการโกยเงินดองในเวียดนาม

สำหรับความคาดหวังในปีนี้ แม้จะตัวผู้เล่นดียังไง แต่การขาดกำลังเสริมอย่างผู้เล่นคนที่ 12 อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทีมห้างขายยา ต้องล้มลุกคลุกคานในช่วงต้นฤดูกาล จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงครึ่งฤดูกาลก็เป็นไปได้ ซึ่งถ้าจบฤดูกาลด้วยการขึ้นมาเกาะอยู่ครึ่งบนของตาราง ก็ถือว่าเป็นผลงานชั้นยอดของพลพรรคพลังเอ็มแล้ว

ความน่าจะเป็น : ครึ่งล่างของตาราง

12.ศรีสะเกษ เอฟซี (ศรีสะเกษ)
สนาม : ศรีนครลำดวน
ผู้ฝึกสอน : เฉลิมวุฒิ สง่าพล

หนึ่งในทีมจากโปรลีกยุคบุกเบิก ที่ยังคงโลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ ปีนี้ค่อนข้างมีปัญหารุมเร้าพอสมควร ทั้งการหายไปของตัวต่างชาติความหวังอย่าง เบรนท์ แมคกรัธ, กอร์ก้า เบลาสโก หัวใจสำคัญในเกมรุก และ ก็อดวินด์ อันท์วี เซ็นเตอร์มากประสบการณ์ ที่ต่างตบเท้าลาทีมดังแห่งอีสานใต้ไปแล้ว ถึงแม้จะได้ ยูเบน นิโคลอฟ และ ฟรานเชสโก สเตลล่า แนวรุกจาก เมลเบิร์น วิคตอรี เข้ามาทดแทน แต่ก็ไม่มีอะไรจะการันตีว่าทั้งคู่จะสามารถฉีกซองใส่น้ำร้อนแล้วรับประทานได้เลย

"โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล ต้องปวดหัวแน่นอนในการจัดทัพ เนื่องจากผู้เล่นใหม่ที่เข้ามา ต้องใช้เวลาในการปรับจูนทีม ผลจากการอุ่นเครื่องในช่วงปรีซีซั่น แทบจะชี้วัดไม่ได้เมื่อลีกเปิดฤดูกาล แต่สิ่งที่แนใจได้ก็คือ เหล่ากองเชียร์กูปรีอันตราย ที่พร้อมยกทัพตามเชียร์ทีมรักไม่เคยห่าง ทั้งในเกมเหย้าและเกมนอกบ้าน ดังนั้น จึงเป็นเหมือนแรงใจชั้นดีที่จะทำให้นักเตะในสนาม วิ่งกัน 90 นาทีอย่างไม่มีหมด

ความน่าจะเป็น : หนีตกชั้น

13. การท่าเรือ เมืองไทยประกันภัย เอฟซี (กรุงเทพมหานคร)
สนาม : แพต สเตเดียม
ผู้ฝึกสอน : สมชาย ชวยบุญชุม

ทีมเก่าแก่ของเมืองไทย ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแทบทุกสถานการณ์ ปีนี้ก็เช่นกันเดียวกันตั้งแต่ช่วงปิดฤดูกาลจากมหากาพย์ค้างค่าจ้าง มาธิอัส คริสเซ่น จนเกือบตกชั้น แต่สุดท้ายเหตุการณ์ร้ายเหล่านั้นก็ผ่านไป พร้อมการเข้ามาของนางฟ้าผู้ชุบชีวิตของทีมอย่าง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมจนทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดี

สำหรับปีนี้ได้ลูกหม้อที่มีใจรักในองค์กรอย่าง "น้าฉ่วย" สมชาย ฉวยบุญชุม มารับหน้าทีมเฮดโค้ช พร้อมกับคอนเนกชั่นในคอนโทรลหลายคนมาช่วยกู้วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์, อัสมิง แม, สุขสยาม ชาญมณีเวช, พงษ์พิพฒน์ คำนวณ และ พิเชษฐ์ อินทร์บาง รวมไปจนถึงตัวต่างชาติทีเด็ด ทั้ง ฮิโรโนริ ซารุตะ, กอร์ก้า แบลาสโก และ เบรนท์ แมคกรัธ ซึ่งทั้งหมดต่างพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่า ดีพอสำหรับการเล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทย แต่การค้าแข้งในถิ่นคลองเตยที่สถานการณ์ภายในค่อนข้างเปราะบาง คงไม่มีอะไรการันตีได้ว่าน้าฉ่วย แอนด์ เดอะ แกงค์ จะสร้างความสุขให้กับกองเชียร์ได้มากน้อยเพียงใด

ความน่าจะเป็น : ครึ่งล่างของตาราง

14. ชัยนาท ฮอร์นบิล (ชัยนาท)
สนาม : เขาพลอง สเตเดี้ยม
ผู้ฝึกสอน : ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล

ทีมดังจากภาคกลางได้ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เข้ามาคุมทัพนกใหญ่พิฆาต ในฤดูกาล 2015 โดยปีนี้มีตัวดังๆ ถูกดึงเข้าสู่ถิ่นเขาพลอง สเตเดี้ยม อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สมภพ นิลวงศ์ ที่หอบหิ้วกันมาตั้งแต่สมัยคุมทีมพัทยา ยูไนเต็ด, ชนินทร์ แซ่เอียะ นายทวารดาวรุ่ง, รชานนท์ กันยาทอง ดาวรุ่งจากทีมฉลามชล และ มิเชล เมอร์ซี ตัวต่างชาติที่การันตีฝีเท้ามาแล้วสมัยอยู่กับทีมเพื่อนตำรวจ

สำหรับปีนี้ ถึงแม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ท้าทายไปเป้าหมายที่ "เสียแฮงค์" อนุชา นาคาศัย ประธานสโมสร ต้องการความสำเร็จมาฉลองอัฒจันทร์ ฝั่งตะวันออก ที่เพิ่งสร้างเสร็จเพื่อรอต้อนรับแฟนบอลจากทั่วสารทิศ และจากผลงานเก่าของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไทย ผู้ทำให้เกาหลีใต้เสียน้ำตามาแล้วทั้งประเทศ เมืองเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 13 ในสไตล์ไม่เน้นสตาร์ แต่เน้นทีมเวิร์ก เชื่อว่าทีมชัยนาท น่าจะไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา

ความน่าจะเป็น : กลางตาราง

15. ทีโอที เอสซี (กรุงเทพมหานคร)
สนาม : ทีโอที สเตเดียม
ผู้ฝึกสอน : สมชาย ทรัพย์เพิ่ม

จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีพันธมิตรใหม่เข้ามาช่วยเหลือด้านการเงิน แต่กุนซือ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ก็ยังยืนหยัดที่จะนำทีมอู่ข้าวอู่น้ำ ฝ่าฟันกับอุปสรรคในฤดูกาล 2015 ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่าจะเสีย ประกิต ดีพร้อม ไปให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ปฏิภาณ เพชรพูล ไปให้กับทีมเพื่อนตำรวจ แต่ก็ยังรักษาลูกทีมเก่าไว้ได้เกือบครบ ไม่ว่าจะเป็น ทาคาฮิโร คาวามูระ กองหลังกัปตันทีม, วีระ เกิดพุดซา, วิชาญ นันทะศรี, โมฮัมเหม็ด ซาเวจ และ นพพล ผลอุดม

ในปีนี้ ทีมฮัลโหล ถึงแม้จะโดนตัดงบจากบริษัทแม่ แต่ด้วยเลือดนักสู้ที่กุนซือใหญ่ใส่ลงไปในดีเอ็นเอของลูกทีมทุกคน คงจะเป็นการต่อสู้ที่สนุก และได้ใจกองเชียร์ไม่น้อย ถึงแม้ว่าสุดท้ายต้องยอมรับความจริงที่ว่า ฟุตบอลในยุคทุนนิยม อาจจะวัดกันด้วยเรื่องสายป่านที่ยาวกว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง และสุดท้ายทีโอที อาจจะต้องมาลุ้นดิ้นรนหนีตกชั้นอีกเช่นเคย เหมือนวัฏจักรเดิมๆ ที่เกิดขึ้นทุกปี

ความน่าจะเป็น : หนีตกชั้น

16.นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (นครราชสีมา)
สนาม : สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ผู้ฝึกสอน : ซูกาโอะ คัมเบะ

ทีมสวาทแคท น้องใหม่ทีมหนีบดีกรีแชมป์ยามาฮ่า ลีกวัน ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ภายใต้การคุมทีมของ ซูกาโอะ คัมเบะ กุนซือร่างเล็กชาวซามูไร ปรุงแต่งทีมอยู่เกือบสองฤดูกาล กว่าจะก้าวขึ้นมาสู่ลึกสูงสุดของประเทศได้ ปีนี้ไม่ธรรมดา เพราะสามารถรวบตัว บียอร์น ลินเดอร์มัน จอมทัพชาวเยอรมันมาจาก สุพรรณบุรี เอฟซี ได้สำเร็จ รวมถึง ศราวุฒิ มาสุข ปีกความเร็วสูงจาก เอสซีจี เมืองทอง และ โดมินิก อดิเยียห์ อดีตหัวหอกขอทีมเอซี มิลาน ในอิตาลี ถือว่าน่ากลัวที่สุดในบรรดาทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในปีนี้

สำหรับเป้าหมายของบอร์ดบริหารที่ต้องการให้ทีมขยับอันดับอยู่ในครึ่งบนของตาราง แต่ความเป็นจริงไม่ง่ายสำหรับการอยู่รอดปลอดภัย ดังนั้น การพบกับทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในนัดเปิดสนามไทยลีก น่าจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ว่า ทีมจากโคราชมีดีพอที่จะอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศหรือไม่

ความน่าจะเป็น : กลางตาราง

17.ราชนาวี (ชลบุรี)
สนาม : สนามกีฬาสัตหีบ กม.5
ผู้ฝึกสอน : สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์

ภายใต้การนำของ "โค้ชหมี" สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ อดีตผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทย ในยุค วินเฟรด เชเฟอร์ ที่ต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายกับ บางกอก เอฟซี กว่าจะได้ขึ้นชั้นกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีการระดมสรรพกำลังอย่างมากมาย เพื่อรักษาฐานที่มั่นบนไทยลีกเอาไว้ให้ได้ ทั้งการดึง จอร์จี้ เวลคัม อดีตกองหน้าทีมชาติฮอนดูรัส ของทีมบีอีซี เทโรฯ มาร่วมทีม พร้อมด้วย อมร ธรรมนาม, แองเจโล มาชูก้า และ จุน มาร์เกวซ ดาวิดสัน ดาวเตะลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน

สำหรับการหวนคืนไทยลีกอีกคำรบ ไม่ใช่งานง่ายแน่สำหรับทีมทหารน้ำ เพราะทุกทีมต่างก็พัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ดังนั้น การรักษาแต้มในการพบกับทีมระดับเดียวกันให้ได้มากที่สุด น่าจะเป็นผลดีในท้ายฤดูกาล ที่จะไม่ต้องลงไปดิ้นรนหนีการตกชั้น ให้กองเชียร์ต้องลุ้นกันชนิดต้องกัดชายเสื้อเชียร์กันเลยทีเดียว

ความน่าจะเป็น : หนีตกชั้น

18.กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี (สระบุรี)
สนาม : อบจ.สระบุรี
ผู้ฝึกสอน : ธชตะวัน ศรีปาน

"ทีมขุนศึก" คือทีมตาอยู่ที่หยิบชิ้นปลามันเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกได้ชนิดหักปากกาเซียนในหลายสำนัก ด้วยผลงานแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตามสไตล์กุนซือใหญ่ ธชตะวัน ศรีปาน คือสิ่งที่หลายทีมในไทยลีกห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด สำหรับการเตรียมสู้ศึกบนสังเวียนลีกสูงสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร สามารถดึงดูดผู้เล่นต่างชาติฝีเท้าดีเข้าสู่ทีมได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น กีย์ ฮูแบร์, ดิยุฟ บีรัม, ดักกลาส คาร์โดโซ่ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะไทยมากประสบการณ์เข้ามาเติมเต็มในหลายๆ ตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู พิศาล ดอกไม้แก้ว ยืมตัวมาจากทีมแบงคอก ยูไนเต็ด, นิติพงษ์ เสนานนท์, ทัศนา แช่มสะอาด, ยุทธนา จงนอก และ วันชนะ รัตนะ

สำหรับศึกไทยลีก 2015 เป้าหมายของทีมน้องใหม่ทีมนี้ ย่อมหนีไม่พ้นการขออยู่รอดปลอดภัยให้ได้เป็นอันดับแรก ซึ่งกุนซือใหญ่ ธชตะวัน น่าจะกำชับให้ลูกทีมเน้นรับแน่น และอาศัยการโต้กลับจากทีเด็ดของตัวต่างชาติ ซึ่งถ้าลูกทีมสามารถตอบสนองแท็กติกนี้ได้ บางทีทีม "ขุนศึก" อาจจะไม่ต้องเหนื่อยในช่วงท้ายฤดูกาลก็เป็นได้

ความน่าจะเป็น : หนีตกชั้น

เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ก็จะระเบิดความมันกันอีกครั้ง และเพื่อเป็นการกระตุ้นต่อมความระทึกสำหรับคอบอลไทยพันธ์ุไทย ทีมข่าวกีฬาไทยัฐออนไลน์จึงรวบรวมความพร้อมและความน่าจะเป็นให้ได้ทราบกัน... 12 ก.พ. 2558 18:23 13 ก.พ. 2558 12:10 ไทยรัฐ