วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ รับ สั่งอารักขาดูแล 'ปู' อ้างกลัวเกิดอันตราย

ประยุทธ์ เผย สั่งอารักขาดูแล "ยิ่งลักษณ์" เอง หวั่นเกิดอันตราย แบไต๋เคยคุยปูบอกพร้อมสู้ เมินตอบโต้สหรัฐฯ ลั่น หลังเลือกตั้งเสร็จขอวางมือ อยากพักผ่อน บอกเหนื่อย พร้อมเสนอไอเดีย เชิญคู่ขัดแย้งลงสัตยาบันสงบศึก แต่ไม่ขอทำเอง

วันที่ 12 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การลงทุนต่างๆ ในประเทศไทย สิ่งสำคัญต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทยแค่ไหนและอยู่ที่ว่าบ้านเมืองเรามีเสถียรภาพหรือไม่ ถ้าบ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลยังทะเลาะเบาะแว้งอยู่ เขาก็ไม่มาลงทุนด้วย อย่างผมไปประเทศญี่ปุ่นและ ทุกๆ ประเทศมานั้น ก็มีการซักถามและชื่นชมว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพดี ขอให้กลับสู่ประชาธิปไตย

"ผมบอกว่า ผมไปอยู่แล้ว อย่างไรผมก็ไป วันนี้ที่บริหารงานอยู่ก็อธิบายให้เขาเข้าใจว่าผมบริหารด้วยประชาธิปไตย โดยองค์กรต่างๆ ได้เข้ามาทำงานร่วมกันทั้งหมด ไม่เช่นนั้น ผมคงไม่ต้องมีบีโอไอ สั่งแต่ คสช.อย่างเดียวไม่ดีกว่าหรือ ปัจจุบันต่างชาติมีความเข้าใจ ส่วนจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ไปเลือกเข้ามา ถ้าเลือกได้ก็เลือก เลือกไม่ได้ท่านไปว่ากันมา ผมไม่รู้แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการชี้แจงไปยังสหรัฐอเมริกาหรือไม่ หลังจากที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลต่อบทสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อสื่อญี่ปุ่นว่า อาจจะมีการใช้กำลังทหารเข้ามาแก้ปัญหาการเมืองในอนาคตอีก นายกฯ กล่าวว่า ชี้แจงหมดทุกอย่าง ชี้แจงไปหมดแล้ว ไม่ต้องกังวล

ส่วนที่สหรัฐฯ ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของเขา เมื่อไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ไปทะเลาะด้วยอยู่แล้ว ที่ผ่านมาตนก็อธิบายจนไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรแล้ว โรดแม็ปก็คือโรดแม็ป ตนวางไว้ว่าปี 58 แล้วขณะนี้ตนผิดจากปี 58 ตรงไหน เพราะนี่ยังไม่จบปี 58 เลย แล้วมาเร่งรัดตอนนี้คงไม่ใช่

"วันนี้เรากำลังเดินไปสู่จุดตรงนั้น สิ่งที่ผมบอกและอธิบายคือมันไม่ได้อยู่ที่ผมหรือ คสช.หรือรัฐบาลวันนี้ แต่มันอยู่ที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศและต่างประเทศก็ต้องเข้าใจ ให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าประเทศให้มีอนาคตอย่างยั่งยืน และติดต่อการค้ากันโดยสงบมีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งการเมืองถือว่าสำคัญที่สุด ผมก็กังวลว่าระหว่างที่เราเดินหน้าในเรื่องรัฐธรรมนูญอยู่นั้น ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร ผมไปบังคับเขาไม่ได้ เพราะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนทำ ซึ่ง สนช.ได้คัดเลือกมาจากหลายส่วน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า มีทุกกลุ่ม วันนี้ก็ขอให้เขียนออกมา ตนมีหน้าที่อย่างเดียว ขอให้ออกมาให้ทัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาได้แล้วมีการโปรดเกล้าฯ มันจะมีอะไร วันนี้ขอให้ตกลงกันให้ได้ ข้อสำคัญคนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งต้องออกมาแสดงความคิดเห็นตรงนั้น แล้วเอาตัวตนออกมาว่าเราจะเดินหน้าประเทศอีกสัก 4 ปี ได้หรือไม่ แล้วรัฐบาลหน้าจะอยู่อย่างไร มันต้องยอมรับในความเห็นต่างกันและเดินหน้าประเทศไปสัก 4 ปี ผมไม่เกี่ยวแล้ว เพราะเป็นการเลือกตั้ง

"ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาได้ก็เดินหน้า ระหว่างนั้นก็ทำกฎหมายลูก ถ้ากฎหมายลูกเสร็จภายในสิ้นปี ซึ่งผมได้บอกว่าให้ร่างกฎหมายลูกที่จำเป็นบางเรื่องจะได้มีความรวดเร็ว ทุกอย่างก็จบ แล้วก็เตรียมการเลือกตั้ง การเลือกตั้งก็จะออกมาที่ประมาณต้นปี 2559 อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะได้วางพื้นฐานอะไรไว้มากมาย แต่ทุกคนต้องช่วยกันว่า สิ่งที่รัฐบาลทำมานั้น มันมีประโยชน์เพราะถ้าปล่อยให้มีความขัดแย้ง ปัญหาก็จะไม่จบ หากต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์ ก็อยู่ที่ประชาชนจะเลือกตั้งใครเข้ามาทำหน้าที่แทนผม ก็ต้องขอร้องว่าทุกคนอย่าขัดแย้งกันอีก เดินหน้าประเทศต่อไปให้ได้ โดยเฉพาะการเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ การลงทุน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะต้องเร่งทำทุกอย่างให้เกิดความสุจริต โปร่งใส ซึ่งเมื่อตนอธิบายทุกประเทศก็เข้าใจ ให้เวลากับเราแล้ว วันนี้เราจะมานั่งเร่งรัดกันเองทำไม ผมไม่เข้าใจ การเมืองคือการเมืองก็ต้องไปแก้กันให้ได้ ปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องของคู่ขัดแย้ง ผมไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร มีหน้าที่รักษากฎหมายและกติกาของประเทศ ดังนั้นตนไม่สามารถไปไล่ล่าใครข้างใดข้างหนึ่งได้ สื่อก็ต้องช่วย เรื่องบางเรื่องอย่าไปประโคมข่าวมากนัก เป็นเรื่องธรรมดา

"สิ่งที่ผมกังวลขณะนี้คือ หากเกิดเหตุความไม่สงบหรือเกิดอันตรายกับใครขึ้นมาสักข้างหนึ่ง ใครจะมารับผิดชอบ ก็จะกลับมาที่รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพวกไหนก็ตามก็ต้องดูแลกัน อาจจะมากบ้างน้อยบ้าง ก็ขออย่าเอาเรื่องความขัดแย้งมาปนกันตรงนี้ ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกคน" นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาการเมืองในขณะนี้รบกวนการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า "ก็นิดหน่อย แต่การเมืองก็คือการเมือง แต่ผมไม่ใช่การเมือง ผมเป็นรัฐบาลที่ตั้งใจและมีเจตนาที่จะทำงานแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง จะว่าอย่างไรก็ว่ากันไป เพราะผมอยู่อยู่แล้ว เข้ามาแล้ว แต่ก็ไม่ทำให้เสียสมาธิ แต่ก็ต้องขอโทษว่า บางครั้งหงุดหงิดบ้าง ก็ต้องเห็นใจผมเพราะสมองผมใช้เยอะ"

เมื่อถามว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนทำให้รัฐบาลเสียสมาธิ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งบางครั้งตนอยากให้ทุกอย่างสงบบ้าง นางสาวยิ่งลักษณ์ จะไปกินก๋วยเตี๋ยวหรือไปไหนก็ปล่อยให้ท่านไป เมื่อไหร่ที่เขาไม่ให้ไป ไม่ให้กิน ก็กินไม่ได้ ถ้าท่านถูกท่านก็กลับมาเป็นรัฐบาล ตนจะไปอะไรกับท่านได้

เมื่อถามว่า แสดงว่า ณ เวลานี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรอยู่ในประเทศไทยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ต้องไปดูขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีอยู่ชัดเจน ทางอัยการสูงสุดก็ได้ชี้แจงมาแล้วว่า ระหว่างการเตรียมการเรื่องสำนวนก็ควรจะอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นควรจะอยู่หรือไม่ และเมื่อคิดว่าตนเองถูกต้องก็ต้องอยู่ภายใต้กติกา ถ้าไม่เคารพกติกาแล้วมาบอกว่าสิ่งที่ทำถูก จะรับกันได้หรือไม่ ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นอีก

"น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยบอกกับผมแล้วว่า ท่านพร้อมสู้ทุกอย่าง ซึ่งท่านก็สู้ ซึ่งผมก็บอกไปว่า ให้ดูแลท่านให้ดี อย่าให้ท่านเป็นอะไรขึ้นมา เพราะเดี๋ยวไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำก็เดือดร้อนผมอีก ก็ต้องดูแล ดังนั้นหนักนิดเบาหน่อยก็ขออภัยกันเท่านั้นเอง ผมเดินทางไปทุกประเทศก็บอกว่าผมไม่ได้ไปทำร้ายใคร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ใครที่ทำผิดกฎหมายชัดเจนก็ต้องถูกดำเนินคดี ลงโทษไม่ได้เลือกฝ่าย หากมีหลักฐานมากก็ทำได้ก่อน ถ้าหลักฐานน้อยก็ต้องสอบต่อไป ไม่เคยไปเข้าข้างใคร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินไปสุดทางการต่อสู้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เห็นว่ามีการชี้แจงสู่สาธารณะ โดย นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงแทนมาแล้ว ซึ่งเท่าที่ตนฟังก็เห็นว่า จะสู้คดีจนถึงสุดท้าย ไม่หนี ไม่ไปไหน ซึ่ง นายนรวิชญ์ ก็ต้องรับผิดชอบ สื่อก็ต้องไปถาม นายนรวิชญ์ กันเอง

เมื่อถามว่า ระหว่างนี้ฝ่ายความมั่นคงจะดูแลอดีตนายกรัฐมนตรีและให้เกียรติใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ให้เกียรติมาตลอดและเจ้าหน้าที่ไม่เคยไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งสื่อสามารถพิจารณาเองได้

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกหนทางใดในการต่อสู้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ไม่ทราบ ก็เลือกหนทางที่เป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็ขอให้ยึดกฎหมาย อย่าใช้คำว่าสู้เพราะตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว พร้อมให้ความเป็นธรรมและชอบธรรม มีหลักฐานก็ไปแถลงกันในศาล ตนไม่ใช่ศาล ไปตัดสินไม่ได้

เมื่อถามว่า ดูเหมือนขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ ตลอดเวลา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ และเรื่องการค้นรถก็ไม่ได้ค้นทุกตารางนิ้ว ส่วนที่ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ทหารติดตามความเคลื่อนไหวนั้น ตนไม่รู้ แต่เป็นเรื่องของเขาที่ต้องดูแล ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาก็ดูแลทุกคนที่อันตราย ทุกคนก็ร้องกันเข้ามาว่าไม่มีอิสระ มีตำรวจ มีทหาร แต่เจ้าหน้าที่เขาต้องดูแลความปลอดภัยก็ปล่อยเขาไป ดีกว่าไม่มีคนดู ตนว่า ไปไหนก็จะรู้สึกปลอดภัย สบายใจ อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ไปดูเรื่องว่าประเทศจะไปกันอย่างไร จะเอาเงินที่ไหนมาสร้างรถไฟกันดีกว่า เรื่องอื่นไม่เห็นจะสำคัญอะไร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว ชอบไปขุดกันมาอยู่ได้ ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศเลย

"วันนี้มีคนทำงานอยู่แล้ว ศาลอัยการเขาก็รออยู่ ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็พร้อม ก็ไปทำกันให้จบ อย่ามาพูดอะไรตอนนี้ ต่อไปผมจะไม่ตอบเรื่องพวกนี้อีกแล้ว"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นว่า หากบ้านเมืองเกิดความไม่เรียบร้อย ทหารจะกลับมาอีก หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการอธิบายว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เราพร้อมเดินหน้าประเทศในทุกเรื่อง แต่ทุกอย่างอยู่ที่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญว่าร่างได้หรือไม่ คนที่เกี่ยวข้องที่จะไปเลือกตั้งการเมืองพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลยอมรับกติกาตัวนี้หรือไม่ ก็ต้องไปว่ากันมา ไม่ใช่เรื่องของตนแล้ว ถ้าเผื่อไม่ยอมรับก็ต้องไปต่อต้าน ตนก็ต้องทำให้สงบและเดินหน้าให้ได้ เพราะผมมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วนรัฐธรรมนูญจะมีการร่างหรือแก้ไขกี่ฉบับตนก็ไม่รู้แล้ว

"ส่วนที่ผมพูดว่า หากบ้านเมืองไม่สงบทหารก็จะกลับเข้ามานั้น ก็เป็นเพราะว่าจะมีใครรับประกันกับผมได้หรือไม่ว่า จะเชิญคนเหล่านี้ที่เป็นคู่ขัดแย้งมาเซ็นสัญญาสงบศึกกันได้ไหมว่าจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้"

ส่วนรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงจะไม่มีใครเห็นด้วยทั้งหมดก็เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นก็จัดการเลือกตั้งให้จบ ด้วยหลักธรรมาภิบาลและรับกันว่าจะปฏิรูปอย่างไรไปทำสัญญากันมาว่าจะไม่มีการประท้วงและมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาอีก การประท้วงประชาธิปไตยห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว ประชาชนทำได้ตามสิทธิถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะวันนี้เรายังมีกฎอัยการศึกอยู่ ไม่เช่นนั้นตนคงแก้อะไรไม่ได้ แต่วันนี้ก็มัวมาสาละวนกับเรื่องนางสาวยิ่งลักษณ์

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ จะเป็นคนเชิญคู่ขัดแย้งมาลงสัตยาบันร่วมกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ตนเพียงพูดให้ฟังไม่ใช่ปล่อยให้เดินห่างไปเรื่อย แล้วมาซัด คสช.ฝ่ายเดียว เราต้องให้คู่ขัดแย้งมารวมกันให้ได้ ซึ่งต่างประเทศเองเขาก็ถาม ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่า ปัญหาของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีการปฏิวัติ รัฐประหารมาสิบกว่าครั้งแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าไม่มีปัญหา ใครจะมาทำ ตนอยากจะรู้นัก

เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะให้ทุกฝ่ายมาลงสัตยาบันต่อหน้านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของสภาปฏิรูปให้คณะกรรมาธิการฯ ไปทำมา ยังมีอีกหลายขั้นตอน สื่อก็อยากแต่ให้ผมใช้อำนาจ แต่พอใช้ก็กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน จะเอาอะไรก็เอาให้แน่สักอย่าง อย่ามาไล่ผมแบบนี้ ซื้อก็ต้องช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศความร่วมมือ ไม่ใช่มาโยนให้ผมใช้อำนาจเดี๋ยวก็มาว่ากันอีกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย วันนี้อำนาจที่มีอยู่ก็เพื่อให้เกิดความสงบ ถ้าทุกอย่างมีความสงบเรียบร้อยไม่มีการคัดค้าน ไม่มีระเบิด อาวุธสงคราม ใครจะอยากใช้อำนาจ วันนี้ใครไม่มีเรื่องก็จะไปกลัวโดนอะไร จะไปกลัวอะไรกันหนักหนา ตนควรจะกลัวมากกว่า เพราะเป็นคนใช้อำนาจ

เมื่อถามย้ำว่า อนาคตหากรัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ มีความขัดแย้ง ทหารจะกลับเข้ามาอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ช่วยกันสิ อย่าให้มันมี อย่ามาถามผมวันข้างหน้าผมไม่รู้ เพราะผมส่งให้ท่านแล้ว ท่านบอกให้ผมเดินตามโรดแม็ปให้มีการเลือก ผมก็ส่งไม้ต่อให้มีการเลือกตั้ง ถ้าขัดแย้งกันอีกก็เป็นสิ่งที่พวกท่านทำให้เกิดขึ้นมาเองทั้งหมด ผมไม่รู้แล้ว ผมหยุดเพื่อที่ผ่านมาให้เกิดความสงบ ผมทำแล้ว แต่ถ้ายังเกิดความไม่สงบจะกลับมาโทษผมอีกก็ไม่ถูก"

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนอยากเลือกตั้งก็ต้องไปหาทางเลือกกันให้ได้ หน้าที่ของตนคือจัดการเลือกตั้งให้ได้ แต่พอเลือกตั้งเสร็จแล้วตีกันอีก รัฐบาลก็แก้ปัญหากันมา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน ถ้าเลือกตั้งแล้วตีกันอีก ตนก็ไม่รู้แล้ว ตนไม่เอาแล้ว เบื่อ เหนื่อย ตนจะไปพักผ่อน วันนี้ทุกคนก็น่าจะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากบอกว่ายังไม่รู้ก็อยู่อย่างนี้กันต่อไป อยู่บนความขัดแย้ง แต่ผมไม่อยู่ด้วยแล้ว คุณจะขัดแย้ง ทะเลาะกันต่อไป ตนไม่เอาด้วยแล้ว พอสักที

เมื่อถามว่ามีแผนรองรับไว้แล้วยังว่า หากรัฐธรรมนูญออกมาแล้วยังเกิดความเห็นต่างอยู่ โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากยอมรับไม่ได้ก็ต้องไปหาเหตุหาผล หาช่องทางมาว่าจะแก้กันอย่างไร ตนไม่รู้.

ประยุทธ์ เผย สั่งอารักขาดูแล "ยิ่งลักษณ์" เอง หวั่นเกิดอันตราย แบไต๋เคยคุยปูบอกพร้อมสู้ เมินตอบโต้สหรัฐฯ ลั่น หลังเลือกตั้งเสร็จขอวางมือ อยากพักผ่อน บอกเหนื่อย พร้อมเสนอไอเดีย เชิญคู่ขัดแย้งลงสัตยาบันสงบศึก แต่ไม่ขอทำเอง 12 ก.พ. 2558 15:40 12 ก.พ. 2558 17:39 ไทยรัฐ