วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไก่อู เตือน 'จตุพร' ระวังถูกเรียกรายงานตัว หลังจ้อคุกแตกหากปูติดคุก

ไก่อู เตือน 'จตุพร' ระวังถูกเรียกรายงานตัว หลังจ้อคุกแตกหากปูติดคุก

  • Share:

โฆษก รบ.เตือน "จตุพร" ระวังถูก คสช. เรียกรายงานตัว หากยังจ้อหลังระบุ "คุกแตก" หาก "ปู" ติดคุก วอนสื่อหยุดกระพือข่าวไทย-สหรัฐฯ มีปัญหา ชี้คำพูดนายกฯ แค่อยากให้คนไทยช่วยกัน 

วันที่ 12 ก.พ. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาระบุ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ติดคุกจริง คุกแตกแน่นอน ว่า ในฐานะรัฐบาล ได้ติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เพ่งเล็งกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ อะไรที่คนเหล่านั้นรับได้และไม่เกิดความรู้สึกกดดันมากนัก และการออกมาแสดงความคิดเห็นบ้างรัฐบาลก็ไม่ได้ว่าอะไร

แต่หากมาแสดงความคิดเห็นที่สุ่มเสี่ยง จนทำให้เกิดความขัดแย้ง หน่วยความมั่นคงจะต้องเรียกมาปรึกษาหารือและสร้างความเข้าใจ ทั้งการเรียกมาพูดคุย หรือติดต่อโดยตรงก็แล้วแต่กรณี ตนจึงไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการมาปรับทัศนคติ เพราะการปรับทัศนคติไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ภายใน 1-5 วัน มันเป็นไปไม่ได้ แต่ในบางโอกาสที่มีปัจจัยแวดล้อมทางการเมืองหรือความเครียด ที่รู้ว่าตนเองกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อาจจะทำให้คิดไปเองว่ากำลังถูกกดดัน แต่เรายืนยันว่าเราปฏิบัติกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การระบุว่า จะเกิด "คุกแตก" แน่ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ติดคุก ถือเป็นการปลุกระดม สร้างความแตกแยกหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สามารถมองได้หลายแบบ แต่หากเราไม่เอามาเป็นสาระของชีวิต ก็ถือเป็นเรื่องที่ใครก็พูดได้ และโดยส่วนตัวนายจตุพร เองก็เป็นคนพูดเก่งอยู่แล้ว เราในฐานะรัฐบาลก็สามารถรับฟังได้ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วสังคมต้องมองว่า ถ้าคนใดทำความผิดจริง และกระบวนการยุติธรรมนำไปสู่การพิพากษาอย่างไรก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ได้กระทำผิดศาลก็คงไม่พิพากษา

"ไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่งทำความผิดแล้วประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่อย่างนั้น ที่ผ่านมาเราอยู่ในกฎกติกามาโดยตลอด เพียงแต่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะยอมรับความจริงได้มากน้อยแค่ไหน หากมองย้อนไปที่ตัวท่านเอง และดูสังคมโดยรอบท่านจะเข้าใจว่าไม่มีใครเข้าไปกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนยุติธรรมทั้งสิ้น” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงการประชุมของคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงข่าวเกี่ยวกับทางสหรัฐฯ ที่ออกมาในขณะนี้ ซึ่งดูเหมือนมีปัญหากันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จึงขอชี้แจงว่าการแสดงบทบาทของสหรัฐฯ ในขณะนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ที่จะแสดงจุดยืนและบทบาทของเขา และที่ผ่านมาเขาก็แสดงความเห็นอย่างนี้มาตลอดกับหลายประเทศ ขณะเดียวกัน เราก็มีจุดยืนของเราชัดเจนว่า เราไม่ต้องการขัดแย้ง หรือไม่เป็นมิตรกับใคร เราพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับทุกประเทศ และไม่เคยคิดจะเอาประเทศหนึ่งมาแทนอีกประเทศหนึ่ง

"ต้องเข้าใจว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่กับใคร แต่ประเทศไทยอยู่กับโลก ซึ่งหมายถึงอยู่กับทุกประเทศ เราไม่ได้คิดว่าจะต้องยึดใครเป็นที่พึ่งแต่เพียงประเทศเดียว เราต้องเลือกและคัดสรรทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุด จากหลายๆ ประเทศ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความชัดเจนของประเทศไทย เราไม่ต้องการขยายประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเห็นไม่ตรงกันออกไป แต่เราต้องการรักษาสัมพันธภาพที่ดี" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะที่ปรึกษา ยังหารือถึงการแถลงของ น.ส.เจน ซากี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ออกมาแสดงความเป็นห่วงถึงคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไปพูดที่ประเทศญี่ปุ่น ในลักษณะที่ว่า ทหารพร้อมที่จะยึดอำนาจและควบคุมอำนาจอีกในอนาคต ว่า คำพูดของนายกฯ ไม่ได้สื่อไปแบบนั้น เพียงแต่นายกฯ ต้องการทำความเข้าใจให้เห็นว่า ที่ผ่านมาประเทศมีปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มการเมือง จนรัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศได้

ทางกองทัพ หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงจำเป็นต้องเข้ามายุติความขัดแย้งนั้น โดยมีโรดแม็ปในการปฏิรูปประเทศชัดเจน เพื่อให้ประเทศเดินไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งรับฟังทุกความคิดเห็น ไม่ได้ทำแบบควบคุมอำนาจเหมือนประเทศอื่นๆ ในโลก ที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ใช้กฎหมายตามปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางโฆษกสหรัฐฯ อาจจะไม่เข้าใจ จึงสื่อออกมาอย่างนั้น

เมื่อถามว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจกับคนไทยมากกว่า ว่า หากเกิดปัญหาขึ้นอีกในวันข้างหน้า ไม่ได้หมายความว่าทหารจะเข้ามาควบคุมอีก แต่นายกฯ หมายความว่า มันเป็นวัฏจักรที่วนเวียนอยู่ ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ พยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับทางสหรัฐฯ มาตลอด แต่สหรัฐฯ เองก็ยังคงแสดงความคิดเห็นอยู่ตลอด เหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่เราพยายามสื่อสารไป พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เขามีจุดยืน มีบทบาทหน้าที่ของเขา ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีจุดยืนของเรา และไม่ใช่ว่าเราจะไม่รับฟังเสียงของชาวโลก เรารับฟังหมด แต่สิ่งที่เร่งด่วนและสำคัญของเรา คือ การแก้ปัญหาของบ้านเรา เราต้องแก้ปัญหาบ้านเราก่อน ถ้าเราปล่อยให้มีการเลือกตั้งเลย อย่างที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่ได้ ดังนั้น จึงต้องมีกฎกติกาและการปฏิรูปด้านต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้เกิดการเอื้ออำนวยและไม่ขัดแย้งกันในวันข้างหน้า ลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อนหลัง และสุดท้ายก็จะไปสู่จุดหมาย ตามที่หลายประเทศเรียกร้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะขอลี้ภัยไปต่างประเทศหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่มีการหารือในเรื่องนี้ ต้องสอบถามฝ่ายความมั่นคง แต่เท่าที่ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอยู่ที่บ้าน ดังนั้น อยากให้สื่อตรวจสอบข่าวคราวที่ออกมาด้วย และอยากให้เข้าใจว่าคดีต่างๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นคดีอาญาและทางแพ่งที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องปกติที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สื่ออย่าไปมองให้เป็นขบวนการทางการเมือง และที่ผ่านมานายกฯ ก็พูดเรื่องนี้ชัดเจน และพยายามทำให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือไล่ล่ากลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวโจมตีนักท่องเที่ยวจีนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ว่า ช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีน ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเช่าเหมาลำมาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก ประมาณ 800-900 เที่ยว สำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยนั้น อยากให้ทุกคนได้เข้าใจว่า การมีคนต่างประเทศมาท่องเที่ยวในบ้านเรา ดีกว่าไม่มีเข้ามา เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามา จะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับการกระตุ้น ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น ถึงความเหมาะสมที่ควรทำและไม่ควรทำ ผ่านทางบริษัททัวร์ หรือไกด์นำเที่ยว เพื่อเป็นการรักษามิตรภาพของประเทศไว้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้