วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จะได้อะไรหรือเสียอะไร

“ผมไม่คิดว่ามันยากในการเป็นนายกฯ แต่ต้องคิดระวังหากคุณเอาตัวเข้าไปพัวพันมากเกินไป สุดท้ายคุณก็เริ่มจะคิดว่าคุณจะได้อะไรหรือคุณจะเสียอะไร”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ระหว่างเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

นั่นเป็นแง่มุมความคิดของนายกฯ ที่มาจากนายทหาร หลังจากเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ

“คุณจะได้อะไรหรือคุณจะเสียอะไร”

หากว่ากันอย่างตรงไปตรงมาก็คือเมื่อได้อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะทำงานเพื่ออะไร

เพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชนก็จะเป็นเรื่องดีและมีหลักประกันในการรักษาอำนาจเอาไว้ได้ รวมถึงการได้รับการ

ยอมรับจากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง

ตรงกันข้ามหากแม้พยายามจะบอกว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ครอบครัวและพวกพ้อง แต่พฤติกรรมคือการกระทำย่อมบ่งบอกในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ยิ่งได้อำนาจมาก มันก็ยิ่งทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปได้ง่ายเพราะมันมีทั้งอำนาจและผลประโยชน์ที่รายล้อมตัวอยู่ตลอดเวลา

“กิเลส” จะเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการของตัวเอง

หากมีกิเลสที่เป็นจุดตัดสินว่าจะเป็นไปเพื่อให้เกิดความต้องการในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนก็จะเป็นแรงกระตุ้นที่จะผลักดันให้สามารถทำงานตามที่ต้องการได้ อยู่ที่ว่าจะมีภูมิปัญญามากน้อยแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถ้า “นักการเมือง” มีกิเลสในลักษณะนี้ก็จะเป็นเรื่องดีต่อประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม

ในจำนวนนักการเมืองที่ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดทางการเมืองคือนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นบุญวาสนาอย่างหนึ่งของตนเองและครอบครัว

ประชาชนก็จะได้ประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าเมืองไทยที่แม้ว่าจะปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาอย่างยาวนานพอสมควร แต่ก็เกิดปัญหาขัดข้องไม่มีความต่อเนื่องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งห้วงหนึ่ง แต่ก็ต้องมีการปฏิวัติยึดอำนาจสลับกันไปมา

เหตุผลสำคัญก็คือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งได้เป็นนายกฯ ส่วนใหญ่แล้วมีกิเลสในตัวตนคิดถึงตัวเอง ครอบครัว พรรคพวกและผลประโยชน์

วังวนทางการเมืองมันจึงไม่เกิดความสร้างสรรค์ ยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งต้องการมากไปกว่านั้นแบบไม่รู้จบ

มีเงินทองมากมายมหาศาลก็ยังไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักหยุดตัวเอง

คิดว่ามันจะหมด คิดว่ามันจะไม่เพียงพอจึงต้องแสวงหาอย่างไม่สิ้นสุด

การทุจริตคอร์รัปชันจึงงอกเงยเป็นดอกเห็ด ก่อนหน้านี้คิดว่าได้แค่ 15-20% ก็พอแล้ว แต่มันได้มีพัฒนาการสูงขึ้นไปถึง 50%

ไม่ว่าประเทศไหน ชาติไหนก็ไม่มีทางจะอยู่ได้ มีแต่รอวันล่มสลายหรือล้มละลาย หากไม่มีการแก้ไขหรือหามาตรการมาควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นหรือให้เหลือน้อยที่สุด

“คุณจะได้อะไรหรือเสียอะไร” จึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดความยั้งคิดเพื่อตัดกิเลสออกไปจากความคิดของตัวเองให้ได้

เพราะเมื่อเข้าไปพัวพันระหว่างมีอำนาจก็จะมองเห็นขุมทรัพย์และช่องทางเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องการ

ไม่มีใครรับประกันใครได้... “ดี–ชั่ว” อยู่ที่ตัวคุณเอง!?

“สายล่อฟ้า”

12 ก.พ. 2558 10:25 12 ก.พ. 2558 10:25 ไทยรัฐ